“ก้มหัวลงเสียเรย์... การขัดคำสั่งสมาคมในพื้นที่เขตแดนกิลด์ราชันย์เหล็ก มันไม่ใช่แค่เรื่องของกฎ แต่มันคือเรื่องของลมหายใจที่เจ้าอาจจะไม่มีเหลือ”
เสียงทุ้มต่ำของชายร่างยักษ์ในชุดเกราะเสริมพลังโลหะหนักดังก้องไปทั่วโถงรับรองสีขาวสะอาดตา เรย์ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของฮันเตอร์แรงก์ B กว่าสิบชีวิต สายตาของเขาไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นั้นเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลกที่ฝังลึกอยู่ในห้วงเหวที่ไม่มีวันมีใครมองเห็นก้นบึ้ง
เรย์ขยับยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความขบขัน แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่มองเห็นเหยื่อกำลังเดินเข้าสู่กับดักที่ตัวเองขุดไว้เสียเอง
“ลมหายใจของผม... มันขึ้นอยู่กับว่าผมจะยอมให้พวกคุณ ‘ยืม’ ไว้กี่นาทีต่างหากครับ” เรย์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับหนักแน่นราวกับค้อนทุบลงบนแผ่นเหล็กกล้า
อาเรียที่ยืนอยู่ด้านหลัง ขยับเข้าใกล้เรย์เพียงหนึ่งก้าว มือของเธอแตะลงบนแขนของเขาเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนที่สื่อสารกันด้วยความเงียบ แววตาของเธอเตือนว่า ‘อย่าเพิ่งใช้พลังเงานั้นที่นี่’ แต่นั่นกลับทำให้เรย์ยิ่งตระหนักได้ว่า สมาคมฮันเตอร์ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ตัวเขา แต่พวกเขากำลังหมายตา ‘พลัง’ ที่อยู่ในตัวเขา
“สมาคมต้องการ ‘ความร่วมมือ’ ของเจ้า เพื่อจำลองการสกัดกั้นพลังจากมิติที่ 9” ชายร่างยักษ์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนปลายเท้าชนกัน “แกเป็นแค่ขยะแรงก์ F ที่บังเอิญเก็บของดีได้ การส่งมอบมันให้กับสมาคมถือเป็นการรับใช้มวลมนุษยชาติที่คุ้มค่าที่สุดแล้ว”
เรย์เงยหน้าขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายตรงหน้า “มวลมนุษยชาติ... หรือกระเป๋าเงินของพวกคุณกันแน่ที่กำลังสั่นคลอน?”
บรรยากาศในห้องหนักอึ้งขึ้นในทันที แรงกดดันมหาศาลจากฮันเตอร์แรงก์ B รอบด้านถูกปล่อยออกมาเพื่อบีบอัดเรย์ให้คุกเข่าลงกับพื้น แต่น่าแปลกที่เรย์กลับดูผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“อาเรีย... ถอยไปครับ” เรย์สั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด
“เรย์ อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ” อาเรียกระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อคนรอบข้าง แต่เป็นความกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาจากภายในตัวของชายหนุ่ม
เรย์ไม่ได้ตอบกลับ เขาค่อยๆ ปลดปล่อยออร่าสีดำทมิฬออกมา มันไม่ได้พุ่งพล่านเหมือนเปลวไฟ แต่มันไหลรินออกมาจากปลายเท้าเหมือนน้ำหมึกที่กำลังกลืนกินแสงสว่างในห้องนี้ไปจนหมดสิ้น อุณหภูมิในห้องลดต่ำลงจนไอเย็นเกาะตามผนังกระจก
“นี่คือคำเตือนสุดท้ายจากคนแรงก์ F...” เรย์ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยแยกของมิติปรากฏขึ้นเบื้องหลังเขาราวกับรอยแผลเป็นบนท้องฟ้า “หลีกทาง หรือไม่ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพที่ไม่มีวันตาย”
ชายร่างยักษ์ชักดาบเลเซอร์ออกมาด้วยความโกรธจัด “ฆ่ามัน! อย่าให้มันใช้สกิลนั่นได้!”
ฮันเตอร์นับสิบพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน แต่ในเสี้ยววินาทีก่อนที่คมดาบจะถึงตัว เงาสีดำใต้ฝ่าเท้าของเรย์ก็พุ่งพรวดขึ้นมาราวกับงูพิษ มันกระแทกศัตรูแต่ละคนจนลอยกระเด็นไปคนละทิศละทาง เรย์ไม่ได้แม้แต่จะชักอาวุธออกมา เขายืนอยู่ตรงนั้นราวกับจ้าวแห่งขุมนรกที่กำลังเฝ้ามองความพินาศของมดปลวก
“จงลุกขึ้นมา... กองทัพแห่งเงามืด”
คำสั่งนั้นไม่ได้เป็นเพียงคำพูด แต่มันคือคำประกาศิตที่สั่งให้ความตายย้อนคืนชีพ ทันใดนั้นร่างของฮันเตอร์ที่เพิ่งถูกกระแทกจนหมดสติไปก็เริ่มสั่นสะเทือน เงาของพวกเขาเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นทหารหุ้มเกราะสีดำทมิฬ ดวงตาสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นภายใต้หมวกเหล็ก
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังเข้าสู่จุดเดือด กลิ่นอายที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวก็แทรกซึมเข้ามาในห้องนั้น มันเป็นกลิ่นของกำมะถันและสนิมเหล็กที่ทำให้วิญญาณของเรย์สั่นสะท้าน
ผนังด้านหนึ่งของห้องพังทลายลงด้วยแรงกระแทกมหาศาลจากภายนอก ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่ว และเมื่อม่านฝุ่นจางหายไป ร่างของชายผู้หนึ่งในชุดคลุมสีทองอร่ามก็ปรากฏตัวขึ้น เขาคือคนจากสมาคมระดับสูงที่ทุกคนต่างหวาดเกรง
“พอได้แล้ว เรย์... เจ้าคิดหรือว่าพลังที่ยืมมาจากอาซารอสจะทำให้เจ้าเป็นไทได้?” ชายชุดทองแค่นยิ้มพลางชี้ดาบมาที่หัวใจของเรย์ “เจ้ากำลังเดินเข้าสู่เส้นทางที่ ‘คนคนนั้น’ วางไว้ให้... และตอนนี้ ท่านต้องการร่างกายของเจ้าคืนแล้ว”
เรย์ชะงักไป วินาทีนั้นความแค้นในใจปะทุขึ้นจนควบคุมไม่อยู่ กองทัพเงาของเขากำลังสั่นไหวและดูเหมือนจะหลุดจากการควบคุม เพราะสิ่งที่ชายชุดทองพูดนั้นไม่ใช่เรื่องโกหก
อาเรียหน้าถอดสีเมื่อเห็นเรย์ทรุดเข่าลงข้างหนึ่งพร้อมกับกระอักเลือดสีดำออกมา "เรย์! หยุดเดี๋ยวนี้! นายกำลังจะถูกกลืนกิน!"
เรย์เงยหน้าขึ้นมองชายชุดทอง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความบ้าคลั่งที่คาดเดาไม่ได้ เขารู้แล้วว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดตั้งแต่ต้น... คือเกมที่ถูกจัดฉากไว้เพื่อเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นภาชนะของอาซารอสอย่างสมบูรณ์แบบ
ทว่า ในจังหวะที่ชายชุดทองก้าวเข้ามาเพื่อจะปลิดชีพเขา เรย์กลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขาสัมผัสได้ถึงบางอย่าง... บางอย่างที่เขาสามารถดึงออกมาใช้ได้ในยามที่ใกล้ตายที่สุด
และนั่นคือตอนที่เขาหันไปกระซิบกับเงาของตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจนทุกคนต้องหยุดนิ่ง "ถ้าพวกคุณอยากได้ภาชนะนัก... ก็ลองดูว่าพวกคุณจะรับความว่างเปล่าของผมไหวไหม"
เรย์ปล่อยพลังงานทั้งหมดระเบิดออกมา แรงระเบิดมหาศาลนั้นฉีกกระชากมิติรอบตัวจนแตกละเอียด แสงสว่างจ้ากลืนกินทุกอย่างไปจนสิ้น ทิ้งไว้เพียงเสียงกรีดร้องของชายชุดทองที่ดังแว่วเข้ามาในความมืดมิด... ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบสนิทลงราวกับไม่เคยมีใครอยู่ที่นั่นมาก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความดำมืดของเรย์ในตอนนี้นะครับ
เงาฮันเตอร์ไร้เงา
Lord of the Abyss: จากฮันเตอร์ขยะสู่จอมทัพแห่งความมืด•ตอนที่ 9
การเผชิญหน้ากับกิลด์ยักษ์ใหญ่
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Lord of the Abyss: จากฮันเตอร์ขยะสู่จอมทัพแห่งความมืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!