กลิ่นคาวเลือดและเศษซากปรักหักพังของมหานครแห่งนี้ คือสิ่งเดียวที่ต้อนรับการมาเยือนของพวกเราในยามนี้ครับ อาเรียทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง ดาบคาตานะในมือของเธอบิ่นจนแทบใช้งานต่อไม่ได้ ลมหายใจของเธอกระชั้นถี่และเต็มไปด้วยคราบเหงื่อผสมเขม่าควัน เบื้องหน้าของเราคือ "จอมทัพเงาอาซารอส" ปีศาจจากมิติที่ 9 ผู้ยืนตระหง่านอยู่บนภูเขาซากศพของเหล่าฮันเตอร์ระดับแนวหน้า ร่างกายของมันแผ่ไอทมิฬที่บิดเบือนแม้กระทั่งกาลเวลาและอากาศรอบตัวให้โค้งงอ
"หมดทางหนีแล้วล่ะ เจ้ามนุษย์ผู้ต้อยต่ำ..." เสียงของอาซารอสคำรามก้องราวกับฟ้าผ่าใน
"แกคิดว่าเศษสยะอย่างพวกแก จะต่อกรกับความมืดมิดที่กลืนกินมานับล้านปีได้งั้นหรือ?"
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้น ดวงตาคู่ซ้ายของผมสะท้อนแสงสีม่วงเข้มของระบบที่กำลังร I/O ข้อมูลด้วยความเร็วมหาศาล ภายในใจของผมไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความว่างเปล่า... และความโกรธแค้นที่ถูกจุดประกายขึ้นมาจนร้อนลวกถึงขั้วหัวใจ ระบบที่เคยเหยียบย่ำผม ระบบที่เคยตราหน้าว่าผมเป็นแค่เศษขยะแรงก์ F ในวันนั้น บัดนี้... พลังทั้งหมดได้ถูกหลอมรวมอยู่ในกำมือของผมแล้ว
"อาเรีย ถอยไปสครับ" ผมเอ่ยเสียงเรียบ แต่เด็ดเดี่ยวจนเธอต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่สั่นไหว
"เรย์... แต่อาซารอส มัน..." เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอเมื่อเห็นรอยแตกบนเกราะเวทMithril ของผม
"ผมบอกให้ถอยครับ" ผมย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยอมรับการปฏิเสธ
ผมก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว รองเท้าบูทเหยียบลงบนพื้นคอนกรีตที่แตกละเอียด เสียงฝีเท้าของผมดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของสนามรบ อาซารอสหัวร่อในลำคอด้วยความเย้ยหยัน มันยกดาบยักษ์ขึ้นพาดบ่า เตรียมที่จะสะบัดมือเดียวเพื่อปลิดชีพผมให้สมกับความรำคาญ
ทว่า... ผมไม่ได้กำหมัดเพื่อเตรียมพุ่งเข้าชนเหมือนเช่นเคย
ผมยกมือขวาขึ้นชี้ฟ้า นิ้วเรียวยาวสะบัดออกเป็นวงกว้าง พร้อมกับที่สัญลักษณ์รูปมงกุฎสีดำทมิฬปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า แรงกดดันระดับ SSS แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างจนพื้นดินรอบตัวแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีเลือดพลันเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้ดาว
"ตื่นขึ้นเถอะครับ..."
เสียงกระซิบของผมดังแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังเสียจนก้องกังวานไปทั่วทั้งมิติ
"เหล่าสหายร่วมรบ ผู้พลชีพเพื่อแผ่นดินนี้... จงลุกขึ้นมาตามเสียงเรียกของจอมทัพแห่งความตาย"
ชั่วพริบตานั้น พื้นดินทั่วทั้งมหานครก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าแผ่นดินไหว รอยแตกนับล้านสายบนพื้นระเบิดออกพร้อมกับละอองแสงสีม่วงครามที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า มันคือดวงวิญญาณนับหมื่นนับแสนที่เคยดับสูญไปในสงครามครั้งก่อนๆ ฮันเตอร์แรงก์ S ที่เคยสิ้นชื่อ กองทหารแนวหน้าผู้กล้าหาญ และอดีตสหายร่วมกิลด์ของอาเรียที่ถูกสังหารอย่างไร้ความปราณี ต่างทยอยผุดขึ้นมาจากความมืดมิดทีละตน... ทีละตน...
ดวงตาทุกคู่ของกองทัพเงาเปล่งประกายด้วยแสงสีฟ้าอมม่วง ไร้ซึ่งความเจ็บปวด ไร้ซึ่งความกลัว มีเพียงความภักดีอันเป็นนิรันดร์ต่อผู้ที่ปลุกพวกเขาขึ้นมา
อาเรียอ้าปากค้าง น้ำตาเอ่อคลอเบ้าเมื่อเธอเห็นร่างของ "กัปตันเรน" อดีตหัวหน้าผู้ล่วงลับ ก้าวเดินออกมาจากเงาของเสาหิน หอกในมือของเขาถูกเคลือบด้วยเปลวเพลิงสีดำสนิท เขาก้มศีรษะให้ผมเล็กน้อยในฐานะผู้เป็นนายคนใหม่
"เป็นไปไม่ได้!" อาซารอสคำรามลั่น สีหน้าของมันเปลี่ยนจากความเย้ยหยันเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด "วิญญาณพวกนั้นถูกข้ากลืนกินไปหมดแล้ว! แก... แกทำมันได้อย่างไร!"
"ท่านไม่จำเป็นต้องรู้หรอกครับ..." ผมแย้มยิ้มเย็นชา รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความปราณีใดๆ ทั้งสิ้น "รู้แค่ว่า... บิลด์บัญชีเลือดระหว่างพวกท่านกับมนุษยชาติ ได้เวลาชำระกันในวันนี้แล้ว"
ผมสะบัดมือลงเบื้องล่าง
"จัดการมัน... กองทัพเงาอนันต์!"
เสียงคำรามประสานเสียงกันนับแสนนายดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม กองทัพเงาพุ่งทะยานเข้าใส่จอมทัพอาซารอสราวกับคลื่นมหาสมุทรสีดำทมิฬ กัปตันเรนพุ่งนำเป็นหอกทะลวงฟัน ประสานการโจมตีกับเหล่าฮันเตอร์เงาที่เคยอ่อนแอแต่บัดนี้ไร้เทียมทาน แรงกระแทกจากการปะทะทำให้มิติรอบตัวถึงกับปริแตกเป็นเสี่ยงๆ อาซารอสพยายามเหวี่ยงดาบกวาดล้างร่างเงาเหล่านั้น แต่ไม่ว่าจะทำลายไปกี่ครั้ง พลังแห่งความมืดก็ดึงพวกเขากลับมารวมร่างกันใหม่ได้ไม่มีวันหมดสิ้น
ผมยืนมองภาพการต่อสู้เบื้องหน้าด้วยสายตาที่สงบนิ่ง เลือดในกายสูบฉีดด้วยความสะใจอย่างถึงที่สุด
แต่อาซารอสซึ่งจนมุมและรู้ตัวว่ากำลังจะพ่ายแพ้ มันกลับเงยหน้าขึ้นหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะที่แหลมสูงและชวนขนลุกจนอาเรียต้องยกมือขึ้นปิดหู
"ฮ่าๆๆๆ! เจ้าคิดว่าชนะแล้วงั้นรึ เรย์! เจ้าคิดว่าข้าคือบอสตัวสุดท้ายของเรื่องนี้จริงๆ งั้นสินะ!"
ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย สัญชาตญาณดิบในตัวร้องเตือนภัยระดับวิกฤตทันที
ก่อนที่ผมจะได้สั่งการให้กองทัพเงาถอยร่น พื้นเบื้องหลังของอาซารอสก็ฉีกขาดออกเป็นรอยแยกสีแดงฉาน ร่างเงาสีทองอร่ามที่มีดวงตาสีเลือดนับพันคู่ก้าวทะลุออกมาจากมิติที่ลึกยิ่งกว่า... พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้วิญญาณในร่างผมเกือบหลุดลอย
"ยินดีต้อนรับสู่การทดสอบที่แท้จริง... ผู้สืบทอดแห่งความตาย"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เงาฮันเตอร์ไร้เงา" มาโดยตลอดนะครับ
Lord of the Abyss: จากฮันเตอร์ขยะสู่จอมทัพแห่งความมืด•ตอนที่ 21
พลังของกองทัพเงาอนันต์
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Lord of the Abyss: จากฮันเตอร์ขยะสู่จอมทัพแห่งความมืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!