“ถ้าเจ้ายังไม่ถอยไป ข้าจะถือว่านั่นคือความไร้ค่าที่ข้าต้องกำจัดทิ้งเสียที”
เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจสังหารของจอมทัพเงาอาซารอส ดังก้องกังวานไปทั่วโถงวิหารมิติที่เก้า เรย์กัดฟันแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ในปาก แขนซ้ายของเขาห้อยตกลงข้างลำตัวอย่างไร้ความรู้สึก กระดูกที่แตกละเอียดส่งเสียงกรอบแกรบทุกครั้งที่เขาขยับตัว อาเรียที่ยืนอยู่เคียงข้างหอบหายใจหนักหน่วง ชุดเกราะระดับ A ของเธอเต็มไปด้วยรอยร้าวและคราบเลือด
“เรย์... ถอยไปเถอะ” อาเรียกระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ “ถ้าเราขืนสู้ต่อ ทั้งนายและกองทัพเงาที่เหลือ... จะไม่มีใครรอด”
เรย์ไม่ตอบ เขาเพียงจ้องมองร่างสูงใหญ่ของอาซารอสที่กำลังก้าวเข้ามาหาอย่างเชื่องช้า ดวงตาของศัตรูคู่อาฆาตนั้นเรืองแสงสีม่วงอำมหิต บีบคั้นอากาศรอบตัวให้กลายเป็นแรงกดดันมหาศาลที่แทบจะฉีกกระชากวิญญาณของผู้ที่อยู่ใกล้
“อาเธอร์...” เรย์เรียกชื่อทหารเงาคนสนิทที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
ทหารเงานาม ‘อาเธอร์’ อดีตอัศวินผู้ภักดีที่เรย์ชุบชีวิตขึ้นมาจากสนามรบ ค่อยๆ หันกลับมามองนายเหนือหัว ดวงตาที่เคยไร้แววของเขากลับดูเหมือนจะมีประกายแห่งความเข้าใจบางอย่างวูบไหวขึ้นมา ชายหนุ่มในชุดเกราะเหล็กสีดำสนิทขยับดาบใหญ่ในมือแน่น สัญชาตญาณในฐานะนักรบของเขาบอกว่า ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจในสิ่งที่ไม่มีวันหวนกลับ
“ฝ่าบาท...” เสียงของอาเธอร์แหบพร่าแต่มั่นคง “ท่านคือความหวังเดียวของมิตินี้ หากท่านสิ้นชื่อที่นี่ ทุกสิ่งที่ท่านพยายามสร้างมาจะสูญสิ้น”
“ข้าสั่งให้เจ้าถอย!” เรย์คำรามด้วยโทสะที่ผสมปนเปกับความเจ็บปวดในอก
“ไม่ใช่คำสั่งครับ” อาเธอร์ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เรย์ไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่รอยยิ้มของทาสรับใช้ แต่มันคือรอยยิ้มของสหายร่วมรบ “นี่คือการตัดสินใจของอัศวินคนหนึ่งที่ได้รับเกียรติให้ปกป้องราชาของเขา... เป็นครั้งสุดท้าย”
ทันใดนั้น อาเธอร์ก็พุ่งตัวออกไปราวกับลูกธนูที่หลุดจากคันศร ความเร็วของเขาเกินขีดจำกัดที่ควรจะเป็น เขาจุดระเบิดพลังมานาทั้งหมดที่มีอยู่ในแกนวิญญาณเพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเกราะป้องกันกำแพงเงาที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา ขวางกั้นระหว่างเรย์กับอาซารอส
“เจ้าคนโง่เขลา!” อาซารอสคำราม ดาบสีดำมืดฟาดฟันลงมาด้วยพลังที่สามารถผ่าขุนเขาได้ แต่มันกลับปะทะเข้ากับกำแพงเงาของอาเธอร์จนเกิดประกายไฟมืดมิดกระจายไปทั่วห้อง
อาเธอร์กระอักเลือดสีดำออกมา เขาถูกแรงกระแทกจนเกราะแตกละเอียดไปกว่าครึ่ง ร่างกายที่ไม่ได้มีชีวิตของเขาเริ่มสลายกลายเป็นละอองสีเทา แต่เขากลับฝืนยืนหยัดต้านทานแรงกดดันนั้นไว้ไม่ให้ถอยหลังแม้เพียงก้าวเดียว
“เรย์! ไปเดี๋ยวนี้!” อาเรียคว้าแขนเรย์แล้วลากถอยหลังไปตามเส้นทางที่เปิดออกชั่วคราวจากการเสียสละของอาเธอร์
เรย์หันกลับไปมอง ภาพสุดท้ายที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลังคือแผ่นหลังของอาเธอร์ที่ถูกความมืดมิดของอาซารอสกลืนกินจนหมดสิ้น เสียงระเบิดของพลังวิญญาณที่แตกสลายดังก้องไปทั่ววิหาร แต่มันกลับดูเงียบงันในความรู้สึกของเรย์ เขาไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้กรีดร้อง แต่มันคือความแค้นที่ฝังรากลึกจนถึงกระดูกสันหลัง
“ข้าจะกลับมา...” เรย์พึมพำกับความมืดมิดในใจของตนเอง “และเมื่อถึงวันนั้น... ข้าจะทำให้มิตินี้ไม่มีที่ซุกหัวนอนสำหรับเจ้าอีกต่อไป อาซารอส!”
พวกเขาวิ่งผ่านประตูมิติที่กำลังจะปิดตาย เรย์ซวนเซและล้มลงทันทีที่เท้าเหยียบผืนดินของโลกมนุษย์ แต่ทว่า บรรยากาศรอบตัวกลับไม่เหมือนเดิม กองกำลังฮันเตอร์จากกิลด์ระดับสูงที่เคยเป็นพันธมิตร กลับยืนล้อมรอบประตูมิติอยู่พร้อมอาวุธครบมือ โดยมี ‘ประธานกิลด์คิงส์’ ผู้ที่เคยสาบานว่าจะปกป้องเรย์ ยืนมองเขาด้วยสายตาเย็นชาที่ไร้ซึ่งความเมตตา
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ เรย์” ชายผู้นั้นกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้น่าขนลุก “เราตรวจสอบพบว่าการมีอยู่ของกองทัพเงาเจ้า คือภัยคุกคามระดับโลก... ดังนั้น กฎของระบบที่เจ้าเคยภูมิใจหนาหนักน่ะ วันนี้ถึงเวลาที่มันต้องถูกลบทิ้งไปพร้อมกับตัวเจ้าเสียที”
ก่อนที่เรย์จะทันได้ตั้งตัว ประธานกิลด์คิงส์ก็ยกดาบเล่มยักษ์ที่อาบด้วยน้ำยาพิษระดับตำนานขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับโซ่ตรวนเวทมนตร์ที่พุ่งเข้าพันธนาการร่างกายของเรย์และอาเรียไว้จนดิ้นไม่หลุด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความดำมืดของเรย์ในตอนนี้และเตรียมพบกับบทสรุปของความแค้นในตอนถัดไปนะครับ
เงาฮันเตอร์ไร้เงา
Lord of the Abyss: จากฮันเตอร์ขยะสู่จอมทัพแห่งความมืด•ตอนที่ 16
ความสูญเสียครั้งใหญ่
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Lord of the Abyss: จากฮันเตอร์ขยะสู่จอมทัพแห่งความมืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!