คมกระบี่จันทราเหมันต์จ่ออยู่ตรงลำคอของไป๋เฉิน ปลายคมเหล็กสีเงินยวงสะท้อนประกายแสงอันหนทึบและเย็นเยียบจนบาดผิวเนื้อจนปริแตกเป็นรอยโลหิตสีชาดซึมออกมาช้าๆ
บรรยากาศภายในถ้ำศิลาโบราณพลันดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งในชั่วพริบตา ไอเย็นจากเขตแดนกระบี่เหมันต์ของมู่หรงเสวี่ยแผ่ซ่านกัดกินผนังหินรอบด้านจนแปรเปลี่ยนเป็นผลึกน้ำแข็งสีขาวโพลน นางพญาเซียนผู้สูงศักดิ์ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ดวงตากลมโตคู่คมกริบดุจกระบี่เซียนจ้องมองบุรุษผู้บังอาจกุมชะตากรรมหัวใจของนางด้วยแววตาสั่นระริกราวกับผืนน้ำในฤดูใบไม้ร่วงที่ถูกลมพายุโหมกระหน่ำจนปั่นป่วน
"เจ้ารู้... แต่ยังคงเลือกที่จะก้าวเข้ามาในสำนักกระบี่เหมันต์แห่งนี้อย่างนั้นหรือ ไป๋เฉิน?"
เสียงหวานใสแต่เย็นชาจนถึงกระดูกดำเอ่ยลอดไรฟัน ร่างระหงของนางสั่นเทาเล็กน้อย ความแค้นหลายสิบปีที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ห้วงสำนึกถูกขุดคุ้ยขึ้นมาด้วยวาจาของศัตรูในอดีต ภาพโลหิตของบิดาในสงครามเซียนเมื่อร้อยปีก่อนผุดพรายขึ้นมาในมโนสำนึกราวกับเพลิงกัลป์ที่กำลังแผดเผาจิตวิญญาณของนางให้มอดไหม้ แต่ทว่า... ไฉนเลยหัวใจดวงนี้ที่ควรจะด้านชาดุจน้ำแข็งพันปี กลับเต้นระรัวราวกับกลองศึกยามเผชิญหน้ากับแววตาที่มั่นคงและทะนงตนจนน่าชังของบุรุษผู้นี้เล่า?
ไป๋เฉินมิได้ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว ปลายกระบี่ที่จ่อลำคออยู่มิอาจทำให้เขากะพริบตา เขากลับเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยนั้นตรงๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยันฟ้าดิน ในฐานะอดีตปรมาจารย์ที่กลับชาติมาเกิด ชีวิตของเขามีค่าเพียงเพื่อการทะยานสู่จุดสูงสุดและการปกป้องสิ่งที่สมควรปกป้อง
"มู่หรงเสวี่ย... โลหิตของบิดาเจ้าในวันนั้น เกี่ยวอันใดกับไป๋เฉินในวันนี้?"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของนาง ประโยคเรียบง่ายแต่น่าเกรงขามดุจสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน "อดีตคือเงาตามตัว ปัจจุบันคือวิถีกระบี่ที่ข้ากำลังกำกับ หากเจ้าคิดว่ากระบี่เล่มในมือของข้าคือสัญลักษณ์แห่งการล้างผลาญ เจ้าก็จงแทงมันลงมาเสีย... แต่อย่าลืมถามหัวใจของตนเองดูให้แน่ชัดเสียก่อน ว่าเจ้ากำลังสังหาร 'ศัตรู' หรือกำลังทำลาย 'ความจริงใจ' เพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้กันแน่!"
สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งร่างของไป๋เฉินก็ระเบิดออร่าแห่งเคล็ดวิชาบรรพกาลออกมาอย่างดุเดือด แสงสีทองเจิดจ้าผสมผสานกับกระแสลมปราณอัคคีจิตวิญญาณแผดเผาไอเย็นรอบตัวจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นรอยแยกนับพันสาย ความทะนงตนอันไร้ขอบเขตและจิตวิญญาณนักสู้ที่ไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตาใดๆ แผ่พุ่งเข้าโอบล้อมร่างของมู่หรงเสวี่ยไว้อย่างแนบแน่น
มู่หรงเสวี่ยสะท้านเฮือก นางรู้สึกราวกับถูกกระแสธารอันเชี่ยวกรากพัดพาจนแทบยืนไม่อยู่ ภาพของไป๋เฉินในยามนี้ช่างทับซ้อนกับภาพของเซียนผู้ยิ่งใหญ่ในตำนาน องอาจ สง่างาม และเหยียบย่ำอยู่เหนือ กฎเกณฑ์ทั้งปวง ปลายกระบี่ในมือของนางสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ แรงกดดันจากวิถีกระบี่ของเขาไม่ได้มุ่งทำร้าย แต่มันกำลังแผ่ซ่านทะลวงเข้าสู่ห้วงลึกของหัวใจที่ปิดตายของนางทีละน้อย ละลายกำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้นปกป้องตนเองมานานนับปีให้พังทลายลงทีละระลอก
"เจ้า..." มู่หรงเสวี่ยริมฝีปากสั่นระริก นางพยายามรวบรวมพลังปราณเพื่อรักษาความเยือกเย็น แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาบางๆ ที่นางไม่ยอมปล่อยให้ร่วงหล่นลงมา "เจ้าช่าง... ร้ายกาจนัก ไป๋เฉิน เหตุใดเจ้าจึงต้องเข้ามาปั่นป่วนชีวิตที่สงบสุขของข้าด้วย..."
ไป๋เฉินก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวนางทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวคมกระบี่ ความห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายบุรุษอันอบอุ่นและเข้มแข็งลอยละลิ่วเข้าปะทะนาสิกของนาง มือกว้างเอื้อมออกไปอย่างช้าๆ แล้วกุมทับลงบนเรียวมือเรียวบางที่กำลังถือกระบี่จันทราเหมันต์ไว้แน่น แรงกดที่ลำคอค่อยๆ คลายลงอย่างนุ่มนวล
"เพราะข้าและเจ้ารักษาแผลเป็นเดียวกันด้วยวิถีกระบี่..." ไป๋เฉินกระซิบแผ่วเบาริมใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มขาวเนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างหาได้ยากยิ่ง "โลกใบนี้โหดร้ายเกินกว่าที่เราจะโดดเดี่ยวเดินไปบนเส้นทางเซียน มู่หรงเสวี่ย... ฝากหัวใจของเจ้าไว้ที่กระบี่ของข้าเถอะ แล้วข้าจะพาเจ้าเดินข้ามผ่านสวรรค์และนรกภูมิไปพร้อมกัน"
หัวใจของนางพญาเซียนกระตุกวูบอย่างรุนแรง ราวกับมีกระแสไฟฟ้าสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความเย็นชาทั้งหมดที่มีพลถูกหลอมละลายจนหมดสิ้น นางหลับตาลงช้าๆ ยอมปล่อยให้คมกระบี่ในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาเสียงดังเคร้ง ก่อนที่เรียวแขนขาวเนียนจะสั่นเทาเล็กน้อยแล้วโอบกอดแผ่นอกอันกำยำของไป๋เฉินไว้แน่นราวกับกลัวว่าภาพความจริงตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน
ท่ามกลางความเงียบงันของถ้ำโบราณ ความสัมพันธ์ที่เคยอยู่คนละฝั่งฟากของความเป็นความตาย บัดนี้ได้หลอมรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวด้วยจิตวิญญาณแห่งกระบี่และหัวใจที่เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง
ทว่า ในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่านทั่วดวงจิตของทั้งสอง เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันชวนขนหัวลุกก็ดังขึ้นสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องหน้าปากถ้ำ...
"ฮ่าๆๆ ช่างเป็นภาพคู่รักสมานฉันท์ที่น่าประทับใจเสียจริง น่าเสียดายนัก... ที่เส้นทางเซียนของพวกเจ้าจะต้องจบลง ณ วินาทีนี้!"
ร่างเงาทมิฬสายหนึ่งพุ่งทะยานผ่านม่านค่ายกลเข้ามาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ฝ่ามือสีดำสนิทที่อัดแน่นด้วยพลังมารระดับบรรพกาลพุ่งตรงเข้ากระแทกแผ่นหลังของไป๋เฉินอย่างเหี้ยมเกรียมโดยไม่ทันตั้งตัว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเคียงข้างไปกับวิถีกระบี่อันหนצוมดนี้เสมอนะคะ
สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว•ตอนที่ 15
หัวใจที่เริ่มหวั่นไหว
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!