สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว•ตอนที่ 18

การประลองพิสูจน์ความบริสุทธิ์

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"หากมดปลวกเช่นเจ้ายังกล้าเอ่ยคำว่ายุติธรรมบนลานพิธีนี้ เกรงว่าฟ้าดินคงต้องหัวเราะเยาะจนน้ำตาเป็นสายเลือดแล้ว!" เสียงหัวเราะเยียบเย็นราวกับสายลมจากขุมนรกของอัครมหาเสนาบดีจ้าวก้องกังวานไปทั่วลานประลองสำนักกระบี่เหมันต์ ปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนากราวกับพญานาคพิโรธ แรงกดดันระดับขอบเขตวิญญาณปฐพีแผ่ซ่านกดทับจนศิษย์หลายคนถึงกับกระอักเลือด เขาส่งสายตาดดูถูกเหยียดหยามมายังร่างโปร่งบางที่ยืนหยัดอยู่อย่างองอาจเบื้องล่าง ไป๋เฉินในยามนี้ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดกลัว ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่ที่เพิ่งผ่านการลับคมจากเหมันต์พันปีคู่นั้นสะท้อนเงาของความตายอย่างไม่หวั่นเกรง บนตำหนักสูง มู่หรงเสวี่ยประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์น้ำแข็ง ทรวดทรงระหงภายใต้ชุดคลุมปักลายหงส์เหมันต์สั่นสะท้อนเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวสวยที่กำพนักพิงแน่นจนขาวซีด ความเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจากร่างนางโดยไม่รู้ตัว นางคือมู่หรงเสวี่ย นางพญาเซียนผู้ไม่เคยชายตาดูลมหายใจของผู้อื่น ทว่าในยามนี้ หัวใจดวงน้อยกลับบีบรัดเข้าหากันอย่างเจ็บปวด เมื่อมองแผ่นหลังที่ดื้อรั้นและทะนงตนของชายหนุ่มผู้นั้น *‘ไป๋เฉิน... เหตุใดเจ้าจึงดื้อรั้นถึงเพียงนี้ เดิมพันด้วยชีวิตเชียวหรือ?’* กระแสจิตแห่งความห่วงใยถูกส่งออกไป แต่มันกลับถูกความเงียบงันและรอยยิ้มอันเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่มตอบกลับมา ไป๋เฉินตวัดสายตาขึ้นมองนางเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาทั้งคู่สื่อความหมายลึกซึ้งราวกับจะบอกว่า — *ความบริสุทธิ์ของข้า และเกียรติยศที่ท่านมอบให้ ข้าจะใช้กระบี่เล่มนี้ทวงคืนมาด้วยชีวิต* "อัครมหาเสนาบดีจ้าว..." เสียงของไป๋เฉินทุ้มนุ่ม ทว่ากังวานก้องกังวานฝังลึกถึงจิตวิญญาณของผู้ฟังทุกคน "ท่านกล่าวหาว่าข้าขโมยคัมภีร์ลับบรรพกาลและใช้มารวิชาบำเพ็ญนอกรีต หากข้าบริสุทธิ์... ศาลากระบี่เหมันต์และเหล่าผู้อาวุโสจะว่าอย่างไร? แต่หากวันนี้ ข้าไป๋เฉินสามารถสยบเงาอัปลักษณ์ที่ท่านสาดใส่ด้วยกระบี่เพียงเล่มเดียวได้ ชีวิตของท่าน... พร้อมจะวางไว้บนแท่นบูชาแห่งความจริงนี้ด้วยหรือไม่!" สิ้นคำพูดนั้น ลานประลองทั้งสระก็ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงฮือฮาทะลักทลายราวกับเขื่อนแตก! "มันเสียสติไปแล้วกระมัง! นั่นคืออัครมหาเสนาบดีจ้าวเชียวนะ! ผู้บรรลุขอบเขตวิญญาณปฐพีขั้นสมบูรณ์!" "คิดจะท้าประลองตายกับผู้อาวุโสระดับสูงด้วยขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นเก้าเนี่ยนะ? ช่างรนหาที่ตายแท้ๆ!" ทว่า มู่หรงเสวี่ยกลับหลับตาลงชั่วพริบตา เมื่อลืมตาขึ้น แววตาของนางก็เปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวและเย็นชาดุจน้ำแข็งหมื่นปี นางกวาดสายตากดดันเหล่าผู้อาวุโสรอบด้านทันที "หากเขาต้องการเดิมพันด้วยชีวิต ข้าในฐานะเจ้าสำนัก... ย่อมอนุญาตให้ใช้ 'กฎกระบี่โลหิต' ได้! ผู้ใดกล้าคัดค้าน จงก้าวออกมาสู้กับกระบี่ในมือข้าก่อน!" อำนาจแห่งนางพญาเซียนแผ่ซ่านจนผู้อาวุโสหลายคนหน้าถอดสี อัครมหาเสนาบดีจ้าวแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความขัดเคือง ดวงตาเจ้าเล่ห์ทอประกายอำมหิต "ดี! ในเมื่อเจ้าอยากตายนัก ข้าจะสงเคราะห์ให้เอง! การประลองพิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยชีวิต... เริ่ม ณ บัดนี้!" *ตูม!* อัครมหาเสนาบดีจ้าวไม่รอช้า สะบัดแขนเสื้อครั้งเดียว ปราณมารสีดำทะมึนนับร้อยสายพุ่งทะยานลงมาดั่งห่าฝนอัสนี ท้องฟ้าเหนือลานประลองแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆหมอกดำทึบม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่น พลังกดดันระดับวิญญาณปฐพีแผ่ขยายออกไปจนพื้นศิลาใต้เท้าของไป๋เฉินแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ไป๋เฉินไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ร่างกายของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อยภายใต้แรงกดดันมหาศาล แต่กระดูกสันหลังกลับตั้งตรงดุจทวนเหล็กกล้า ความทรงจำจากชาติภพก่อนอันไพศาลไหลทะลักเข้าสู่ห้วงสมอง เคล็ดวิชา 'กระบี่บรรพกาลกลืนนภา' ถูกขับเคลื่อนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง โลหิตในกายเดือดพล่าน ร่างกายของเขาร้อนระอุราวกับมีเตาหลอมอัคคีสถิตอยู่ภายใน *ชิงงงง—!* เสียงคมกระบี่หลุดออกจากฝักสะท้อนก้องกังวานบาดแก้วหูของผู้คน แสงกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ตัดผ่านความมืดมิดของปราณมารราวกับรุ่งอรุณแรกแห่งเหมันต์ ไป๋เฉินพุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศ ร่างกายของเขาพลิ้วไหวราวกับเทพเซียนล่องลม แม้จะเผชิญหน้ากับพลังที่เหนือกว่าหลายเท่าตัว แต่ท่วงท่าการรำกระบี่กลับงดงามอย่างไร้ที่ติ ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่เฉียบคมและดุดันยิ่งกว่าพายุหิมะ! "กระบี่แรก... ตัดสิ้นความอยุติธรรม!" สิ้นเสียงคำรามของชายหนุ่ม ประกายกระบี่เส้นเดียวพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าใส่ใจกลางพลังปราณมารของอัครมหาเสนาบดีจ้าวอย่างไม่เกรงกลัวความตาย แรงปะทะสะเทือนเลื่อนลั่นจนมิติรอบด้านบิดเบี้ยว เกิดเป็นคลื่นกระแทกสีขาวและดำกระจายออกเป็นวงกว้าง ศิษย์หลายคนที่อยู่ใกล้ต้องถอยร่นด้วยความหวาดผวา มู่หรงเสวี่ยจ้องมองภาพเบื้องหน้า หัวใจของนางหยุดเต้นไปชั่วขณะ มือเรียวบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้า กลางพายุแห่งลมปราณและแสงกระบี่ที่สาดประทะกันอย่างบ้าคลั่ง ไป๋เฉินกระอักเลือดคำโตออกมา ร่างกายของเขาเริ่มมีรอยแผลปริแตกจากแรงสะท้อน ทว่าริมฝีปากกลับยกยิ้มเยาะอย่างท้าทาย ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าดาราบนฟากฟ้า อัครมหาเสนาบดีจ้าวหน้าถอดสีเมื่อพบว่าวิชามารของตนถูกคมกระบี่ของเด็กหนุ่มสลายทีละน้อย ความตื่นตระหนกวาบขึ้นในแววตาชั่วร้าย ทว่าในวินาทีที่วิกฤตกำลังถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงหัวเราะลึกลับอันเยือกเย็นก็ดังขึ้นจากมิติว่างเปล่าเบื้องหลังมู่หรงเสวี่ย—! "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นคู่รักที่สัตย์ซื่อและน่าเวทนายิ่งนัก เจ้าสำนักมู่... ระวังหลังให้ดีเถิด!" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมทะยานไปในวิถีกระบี่อันเหน็บหนาวและร้อนระอุนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%