เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ยังคงก้องกังวานดุจภูตผีโหยหวนเมื่อครู่ ถูกตัดขาดลงฉับพลันราวกับมีคมมีดน้ำแข็งสะบัดตัดผ่านลำคอของห้วງมิติ ความเงียบงันอันน่าอึดอัดแผ่ซ่านปกคลุมลานประลองยุทธสำนักกระบี่เหมันต์ เมฆาอัสนีบนท้องนภากำลังคำรามต่ำด้วยความเกรี้ยวกราด ราวกับฟ้าดินเองก็ยังต้องสะท้อนใจต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากเงาร่างของอัครมหาเสนาบดีจ้าว ผู้อาวุโสสำนักมารผู้เหี้ยมโหด
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นคู่รักที่สัตย์ซื่อและน่าเวทนายิ่งนัก เจ้าสำนักมู่... ระวังหลังให้ดีเถิด!"
คำเตือนอันชวนขนพองสยองเกล้าเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหายดี มู่หรงเสวี่ย นางพญาเซียนผู้สง่างามเย็นชาดุจน้ำค้างแข็งพันปี ใบหน้าขาวเนียนกลับปรากฏรอยคลื่นความเย็นยะเยือกแผ่กระจาย ดวงตาสง่างามดั่งหงส์เหมันต์ทอประกายสังหารเข้มข้นถึงขีดสุด ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงกดดันมหาศาลจากลมปราณที่ปั่นป่วน แม้นางจะฝึกฝนวิชาเซียนขั้นสูงจนบรรลุขอบเขตวิญญาณสวรรค์แล้ว แต่การถูกลอบกัดด้วยจิตมารและคำขู่ที่มุ่งตรงต่อหัวใจ ย่อมทำให้สมาธิเกิดรอยร้าวขึ้นมาวูบหนึ่ง
ทว่า... รอยร้าวอันเปราะบางนั้นกลับไม่ทันได้ขยายวงกว้าง
"สุนัขรับใช้แห่งสำนักมาร... เสียงของเจ้าหนวกหูเกินไปแล้วนะคะ"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่นิ่งสงบราวกับห้วงสมุทรลึกดังขึ้น ทะลวงผ่านม่านพลังกดดันทั้งหมดอย่างไร้ร่องรอย ไป๋เฉินก้าวเท้าออกมาข้างหน้าเพียงก้าวเดียว พื้นหินแกรนิตใต้ฝ่าเท้าพลันแตกละเอียดเป็นจุลไม่เหลือชิ้นดี ร่างกายผอมเพรียวแต่ทว่าแฝงไว้ด้วยพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวของเคล็ดวิชาลับบรรพกาลระเบิดออก อัคคีจิตวิญญาณแห่งเซียนสีทองเจิดจ้าพวยพุ่งทะยานจากจุดตันเถียน แผดเผาไอหมอกมารรอบกายให้สลายกลายเป็นCพควันในพริบตาเดียว
มู่หรงเสวี่ยหันไปมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ยืนหยัดเคียงข้างนาง ดวงตาคู่งามไหววับด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างหาที่สุดมิได้
ในยุทธภพนี้ มีผู้คนมากมายที่พร้อมจะคุกเข่าคำนับต่อนางด้วยความยำเกรง หรือไม่ก็หลบหนีด้วยความหวาดกลัว มีเพียงไป๋เฉิน... ศิษย์ผู้เคยถูกตราหน้าว่าสวะผู้นี้เท่านั้น ที่กล้าก้าวออกมายืนบังลมฝนเบื้องหน้า ยอมแม้กระทั่งเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของเจ้าสำนักกระบี่เหมันต์เช่นนาง
"ไป๋เฉิน... เจ้า..." มู่หรงเสวี่ยเอמהพึมพำแผ่วเบา ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ความห่วงใยที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ความเย็นชามาเนิ่นนาน บัดนี้กลับเอ่อล้นออกมาจนยากจะควบคุม
"รอชมฝีมือของข้าก็พอนะคะ เสวี่ยเอ๋อร์" ไป๋เฉินกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและมั่นคง เขาส่งยิ้มบางเบาที่เปี่ยมด้วยความทะนงตนให้รอยหนึ่ง ก่อนจะปรายตามองอัครมหาเสนาบดีจ้าวที่กำลังหัวเราะเยาะด้วยท่าทางหยิ่งผยอง
อัครมหาเสนาบดีจ้าวหรี่ตาลง ปราณมารสีดำทมิฬพวยพุงออกจากร่างราวกับพญานาคพิษ มันกวาดตามองไป๋เฉินด้วยแววตาดูกลันแคลนอย่างถึงที่สุด "ไอ้เด็กเหลือขอ! เจ้าคิดว่าการดูดซับพลังวิญญาณเล็กๆ น้อยๆ จะทำให้เจ้าอาจหาญมาต่อกรกับผู้อาวุโสเช่นข้าได้งั้นหรือ? วันนี้ข้าจะควักหัวใจของเจ้าออกมาเซ่นสังเวยกระบี่มารของข้า!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างของอัครมหาเสนาบดีจ้าวก1ระโจนพุ่งเข้าหาดุจสายฟ้าสีดำ กรงเล็บมารที่เคลือบด้วยพิษโลหิตโลกันตร์ฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงแหลมแสบแก้วหู แรงกดดันจากขอบเขตบรรพชนมารระเบิดออกอย่างเต็มกำลัง หวังกดให้ไป๋เฉินแหลกสลายกลายเป็นผุยผงในกระบวนท่าเดียว เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สำนักกระบี่เหมันต์ที่ยืนดูอยู่รอบลานประลองต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหวาดผวา หลายคนถึงกับหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง เพราะช่องว่างระหว่างขอบเขตพลังนั้นห่างกันราวฟ้ากับเหว
ทว่า... มีเพียงคนเดียวที่ไม่หวั่นไหว
ไป๋เฉินไม่แม้แต่จะขยับถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว ดวงตาคู่นั้นคมกริบดุจคมกระบี่ที่เพิ่งผ่านการลับคมจากน้ำค้างแข็งหมื่นปี นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่สนิมเขรอะที่เหน็บอยู่ข้างเอว
*กริ๊ง...*
เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังขึ้นแผ่วเบา แต่กลับดังก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของทุกคนอย่างไร้เหตุผล ในเสี้ยววินาทีนั้น เวลาภายในลานประลองราวกับถูกหยุดนิ่ง อัคคีจิตวิญญาณแห่งเซียนที่แผดเผาผสานหลอมรวมเข้ากับลมปราณกระบี่อันบริสุทธิ์ เกิดเป็นประกายแสงสีทองเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดของปราณมารจนท้องนฟ้าถูกย้อมเป็นสองสี
วิถีกระบี่เดียวพลิกฟ้า!
ไม่มีกระบวนท่าที่ซับซ้อน ไม่มีลวดลายอักขระเวทที่อลังการ มีเพียงแค่... "การฟัน" ออกไปตรงๆ ตามสัญชาตญาณแห่งวิถีกระบี่ที่แท้จริง
*ฉ่า——!*
ประกายกระบี่สีทองเจิดจ้าพุ่งแหวกอากาศออกไปราวกับดาวตกที่ลากเส้นผ่านความมืดมิด มันตัดผ่านกรงเล็บมารสีดำทมิฬอย่างไร้แรงต้านทาน ราวกับคมมีดร้อนๆ ที่ตัดผ่านเนยเหลว เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานดังขึ้นทันทีที่แสงกระบี่สัมผัสกับร่างของอัครมหาเสนาบดีจ้าว
ร่างของผู้อาวุโสสำนักมารผู้ยิ่งใหญ่ ที่พกพาความมั่นใจและพลังทำลายล้างมาเต็มเปี่ยม บัดนี้กลับหยุดชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกถึงขีดสุด ความหวาดกลัวอันหนาบเหน็บแผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อเขาพบว่า... ลมปราณป้องกันทั้งหมดของตนถูกตัดขาดออกจากกันอย่างง่ายดายราวกับกระดาษ
*ตูมสนั่น!*
ร่างของอัครมหาเสนาบดีจ้าวกระเด็นลอยละลิ่วราวกับว่าวขาดสายลม พุ่งกระแทกเข้ากับกำแพงหินศิลาโบราณด้านหลังลานประลองจนพังทลายลงมาเป็นวงกว้าง ฝุ่นควันและเศษหินกระจายตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ร่างนั้นจะร่วงกระแทกระพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต ดวงตาเหลือกลานก่อนจะหมดสติไปในพริบตา
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณอีกครั้ง เงียบเสียจนกระทั่งได้ยินเสียงลมหายใจของทุกคนที่สะดุดกึกลง
เหล่าผู้อาวุโสสำนักกระบี่เหมันต์อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลอกจากเบ้า พวกเขาไม่ออยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยว่า ศิษย์ผู้น้องที่เคยถูกมองว่าเป็นภาระ จะสามารถซัดอัครมหาเสนาบดีจ้าวผู้ทรงพลังจนกระเด็นพ่ายแพ้ไปในกระบวนท่าเดียวได้อย่างไร! นี่มันไม่ใช่เรื่องของความบังเอิญ แต่มันคือพลังอันเหนือชั้นที่กดขี่ขอบเขตพลังอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด!
มู่หรงเสวี่ยจ้องมองแผ่นหลังของไป๋เฉินด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจหาคำใดมาบรรยาย หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความเย็นชาที่เคยมีบัดนี้ถูกหลอมละลายจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นล้ำลึกที่แผ่ซ่านเข้ามาในทรวงอก นางพญาเซียนผู้สูงส่ง ยอมจำนนต่อวิถีกระบี่และหัวใจของบุรุษผู้นี้อย่างสิ้นเชิงแล้ว
ทว่า... ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับชัยชนะอันน่าอัศจรรย์ ท้องนฟ้าเบื้องบนที่เคยคำรามต่ำกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิต เมฆาอัสนีหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นขนาดมหึมา แรงกดดันระดับเซียนบรรพกาลที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมกดทับลงมาจนพื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
เงาร่างลึกลับสามร่างปรากฏขึ้นท่ามกลางรอยแยกของห้วງมิติเบื้องบน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้อนก้องกวาดไปทั่วฟ้าดิน
"คิดไม่ถึงเลยว่า... สุนัขรับใช้ที่ไร้ประโยชน์เช่นมัน จะถูกกำจัดด้วยมือของศิษย์สวะสำนักกระบี่เหมันต์... แต่อย่าได้ใจไปนักเลย ไป๋เฉิน... เจ้าหนี้ชีวิตของเจ้าในชาตินี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถีกระบี่อันหนาวเหน็บนี้ไปกับ "ชิงเสวี่ยเหมันต์" นะคะ
สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว•ตอนที่ 19
กระบี่เดียวพลิกฟ้า
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!