กลิ่นอายคาวโลหิตยังไม่ทันจางหายจากปลายกระบี่ ไอฟ้าระหว่างผืนป่าหมื่นอสูรก็แปรเปลี่ยนเป็นสีชาดดุจโลหิตกั้นกลาง
"เจ้าแน่ใจหรือ... ว่าเส้นทางนี้จะไม่มีวันหวนกลับ"
เสียงทุ้มต่ำราวกับหยาดน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ของมู่หรงเสวี่ยดังขึ้นแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานลึกลงไปในจิตวิญญาณ นางยืนสง่างามอยู่บนยอดสนพันปี อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามแรงลมปราณที่หมุนวนรอบกาย แววตาคู่คมกริบดั่งกระบี่เซียนจ้องมองไปยังบุรุษเบื้องล่างด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นภายใต้ความเย็นชา
ไป๋เฉินมิได้หันกลับไปมอง ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายกระบี่เพลิงยืนหยัดอย่างทะนงตนอยู่หน้าเขตแดนอสูรบรรพกาล ปลายกระบี่ในมือข้างขวาจรดลงบนพื้นดินจนเกิดรอยแยกเป็นทางยาว ปราณกระบี่อัคคีแผดเผาหญ้าใบไม้รอบกายจนมอดไหม้ในพริบตา เขายกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยันต่อฟ้าดิน
"วิถีกระบี่ของข้า... ไม่เคยมีคำว่าหวนกลับ มีเพียงพุ่งทะยานไปข้างหน้าจนกว่าจะผ่าสวรรค์ได้เท่านั้น"
กล่าวจบ ไป๋เฉินก็ทะยานร่างพุ่งเข้าสู่ห้วงลึกของป่าหมื่นอสูรทันที ประหนึ่งอุกกาบาตสีเพลิงที่พุ่งชนความมืดมิด!
ป่าหมื่นอสูรในยามนี้มิได้สงบเงียบดังเช่นวันวาน ทั่วทั้งอาณาเขตปกคลุมด้วยหมอกพิษสีเขียวเข้มและจิตสังหารอันบ้าคลั่งของสัตว์อสูรระดับนภา เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นปฐพีดั่งฟ้าผ่าติดต่อกันนับร้อยครั้ง ต้นไม้โบราณขนาดสิบคนโอบหักโค่นลงเป็นแถบจากการปะทะของพลังปราณ ไป๋เฉินก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว อาศัยสัญชาตญาณแห่งปรมาจารย์ที่ตื่นรู้ หลบหลีกค่ายกลธรรมชาติและกับดักวิญญาณโบราณได้อย่างแม่นยำราമേพยากรณ์
เป้าหมายของเขาในวันนี้ไม่ใช่สิ่งอื่นใด... แต่อยู่บนหน้าผาอัคคีเบื้องหน้า
*กรี๊ด—!*
เสียงร้องแหลมสูงบาดแก้วหูระเบิดขึ้นจากยอดหน้าผา มวลอากาศรอบบริเวณนั้นเดือดพล่านจนบิดเบี้ยว ร่างมหึมาของ ‘อินทรีเพลิงโลหิต’ สัตว์อสูรบรรพกาลขั้นสิบเอ็ดกางปีกกว้างกว่าร้อย丈 ขนทั่วร่างลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีเลือดที่ร้อนแรงราวกับลาวาจากใจกลางนมันตรา ดวงตากลมโตสีทองอร่ามจ้องมองผู้บุกรุกด้วยจิตสังหารอันเปี่ยมล้น มันอ้าปากพ่นบอลเพลิงทมิฬขนาดมหาสาลลงมาหมายแผดเผาไป๋เฉินให้กลายเป็นจุลในคราเดียว
“คิดจะลองดีกับข้า ร่างเดรัจฉานเช่นเจ้ายังอ่อนหัดนัก!”
ไป๋เฉินแผดเสียงคำรามก้องฟ้า ดวงตาคมกริบทอประกายแสงสีทองเจิดจ้า เคล็ดวิชา ‘กระบี่กลืนนภา’ ถูกขับเคลื่อนถึงขีดสุด ปราณกระบี่ในร่างระเบิดออกผสานกับจิตวิญญาณอัคคีที่สะสมไว้ เขายกกระบี่ขึ้นชี้ฟ้า แทงสวนขึ้นไปตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัวรัศมีเพลิงที่กำลังถาโถม
*ตูมสนั่นหวั่นไหว!*
คลื่นกระบี่และเปลวเพลิงปะทะกันกลางอากาศจนเกิดเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ แรงระเบิดสะท้อนกลับจนพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของไป๋เฉินยุบตัวลงเป็นแอ่งกระทะ เลือดสดๆ ไหลรินจากมุมปากของเขา แต่นั่นกลับยิ่งกระตุ้นความดุร้ายและทะนงตนในวิถีกระบี่ให้พุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม เขาไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว ร่างพุ่งทะยานผ่านเปลวเพลิงขึ้นไปประชิดตัวเจ้าแห่งน่านฟ้า สะบัดกระบี่ฟันเข้าที่กลางหน้าผากของอินทรีเพลิงโลหิตอย่างเหี้ยมเกรียม!
*ฉัวะ!*
โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นราวกับสายฝน ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและตกตะลึงของอสูรบรรพกาล มันไม่คาดคิดว่ามนุษย์ตัวเล็กๆ เบื้องหน้าจะมีพลังกดข่มจิตวิญญาณของมันได้ถึงเพียงนี้
ไป๋เฉินมิได้ลงมือสังหาร ทว่าเขากลับใช้วิชากวาดล้างจิตวิญญาณ ประทับอักขระโลหิตลงกลางหน้าผากของมัน บังคับทำพันธสัญญานายบ่าวด้วยเลือดและวิญญาณ ท่ามกลางเสียงคำรามก้องที่พยายามขัดขืน แต่อำนาจแห่งเคล็ดวิชาบรรพกาลนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่มันจะทานทน สุดท้ายร่างมหึมาของอินทรีเพลิงโลหิตก็ค่อยๆ สงบลง ยอมสยบแทบเท้าด้วยความยำเกรง
ทว่า... ในวินาทีที่พันธสัญญาสัมฤทธิผล ท้องฟ้าเหนือป่าหมื่นอสูรกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ สายฟ้าสีม่วงเข้มขนาดมหึมาฟาดผ่าลงมาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่ราวกับต้องการทำลายล้างทุกสิ่งที่ฝืนลิขิตสวรรค์!
และในเงาหมอกทึบเบื้องล่าง ร่างในชุดคลุมสีทองปักลายมารโบราณของอัครมหาเสนาบดีจ้าวก็ก้าวออกมา พร้อมรอยยิ้มชั่วร้ายที่แฝงไปด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็น
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำไปกับความเดือดดาลและงดงามแห่งวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะคะ - ชิงเสวี่ยเหมันต์
สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว•ตอนที่ 8
พันธสัญญาสัตว์อสูร
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!