"ตระกูลไป๋ ในเมื่อพวกเจ้าเลือกเส้นทางนี้เอง ก็จงอย่าได้โทษความไร้ปรานีของเงากระบี่ในมือข้า"
เสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของพญาอัคคีแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น สะท้อนก้องไปทั่วโถงรับรองของตระกูลสาขา ณ เมืองเมฆาอัคคี แผ่นป้ายไม้สลักชื่อตระกูลขนาดใหญ่ถูกปราณกระบี่อันคมกริบเฉือนจนขาดสะบั้นร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่าง เสียงเนื้อไม้แตกหักดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามแห่งการพิพากษาจากสวรรค์
ไป๋เฉินยืนตระหง่านอยู่กลางลานกว้าง ร่างโปร่งในชุดคลุมสีขาวสะอาดสะอ้านบัดนี้อาบไล้ด้วยละอองอัคคีสีครามที่แผ่พุ่งออกมาจากตันtian (จุดตันเถียน) แววตาของเขาลุ่มลึกดุจห้วงมหรรณพที่ไร้ก้นบึ้ง ทว่าภายในกลับซ่อนเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาผืนปฐพีให้มอดไหม้เป็นจุล ร่างนี้ในอดีตเคยถูกบรรดาผู้อาวุโสของตระกูลสาขานี้เหยียดหยาม ขับไลไสส่งออกไปอย่างเลือดเย็นราวกับหมูสุนัข ทั้งยังเคยเกือบเอาชีวิตไม่รอดบนหน้าผามรณะ หากไม่ใช่เพราะวิญญาณแห่งอดีตปรมาจารย์ผู้ทะนงตนตื่นขึ้น
วันนี้... ชายหนุ่มผู้กุมชะตาฟ้าดินผู้นี้ ได้หวนคืนมาแล้ว พร้อมกับบัญชีแค้นที่ต้องชำระสะสางให้สิ้นซาก
"ไป๋เฉิน! เจ้าสวะเดรัจฉาน กล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามาสร้างความวุ่นวายในเขตตระกูลสาขาของเรา เจ้าคิดว่ามีเคล็ดวิชาประหลาดติดตัวมานิดหน่อยแล้วจะเทียบชั้นกับพวกเราได้งั้นรึ!"
ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลไป๋สาขา เมืองเมฆาอัคคี ก้าวออกมาจากกลุ่มผู้คุ้มกันด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเหี่ยวย่นกำกระบี่ประจำกายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขากวาดสายตามองเด็กหนุ่มที่ตนเคยเหยียบย่ำด้วยความดูแคลน แต่บัดนี้ บรรยากาศรอบกายไป๋เฉินกลับกดดันจนเขารู้สึกหายใจไม่ออก ปราณกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่านออกมาอย่างไม่ปิดบัง ทำให้เหล่าศิษย์รุ่นเยาว์รอบด้านต่างพากันเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น
ไป๋เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองคู่สนทนา ร่างสูงโปร่งก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนในที่นั้น เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดังขึ้นเป็นจังหวะ ราวกับเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าความตายให้คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ
"สวะงั้นหรือ..." ไป๋เฉินแค่นเสียงหัวسخرية (เยาะเย้ย) ออกมาเบาๆ นัยน์ตาคมกริบดุจคมกระบี่เหลือบมองผู้อาวุโสใหญ่ "ในวันนั้นที่พวกเจ้าโยนร่างนี้ลงไปในหุบเหวแห่งความตาย พวกเจ้าคงไม่คิดสินะว่าจะมีวันนี้ วันที่เงากระบี่ของข้าจะย้อนกลับมาทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเจ้าเคยพรากไป"
"บังอาจ! ฆ่ามัน!"
ผู้อาวุโสใหญ่คำรามลั่น สั่งการให้ยอดฝีมือขั้นก่อเกิดปราณนับสิบชีวิตพุ่งทะยานเข้าหาไป๋เฉินพร้อมกัน ประกายแสงจากอาวุธนับสิบชิ้นส่องประกายวาววับกลางแสงแดด ยามเมื่อกระบวนท่าทั้งหมดถูกปลดปล่อยออกมา พลังปราณอันรุนแรงก็ประสานกันเป็นตาข่ายเพลิงที่หมายจะแผดเผาเป้าหมายให้เป็นจุลในพริบตาเดียว
ทว่า... ไม่มีแม้แต่ความตื่นตระหนกในแววตาของไป๋เฉิน
เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นช้าๆ นิ้วเรียวยาววาดผ่านอากาศเบื้องหน้า อักขระโบราณสีทองนับร้อยตัวปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อเกิดเป็นค่ายกลกระบี่เหมันต์อัคคีที่ผสานความหนาวเหน็บเสียดกระดูกเข้ากับเปลวเพลิงที่ร้อนแรงถึงขีดสุด นี่คือวิชาที่เขาเพิ่งบรรลุจากห้วงลึกแห่งการบำเพ็ญเพียรฝืนลิขิตฟ้า
"วัฏจักรเหมันต์อัคคี... สยบ!"
สิ้นเสียงคำรามเบาๆ รอบกายของไป๋เฉินพลระเบิดคลื่นพลังงานสีครามผสมทองคำขาวออกไปเป็นวงกว้าง คลื่นกระแทกนั้นรุนแรงดุจคลื่นสึนามิที่กวาดล้างทุกสิ่ง บรรดายอดฝีมือตระกูลสาขาที่พุ่งเข้ามา ต่างรู้สึกราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งกาลเวลา ประกายกระบี่ของพวกมันแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ภายในเสี้ยวลมหายใจเดียว ร่างของพวกเขากระเด็นกระดอนถอยหลังราวกับใบไม้ที่ถูกพายุพัดกระหน่ำ กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโตก่อนจะหมดสติคาที่
โถงรับรองอันโอ่อ่าบัดนี้ตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ที่เหลือรอดต่างยืนตัวสั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พวกเขาไม่เคยพบเห็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อนในชีวิต เด็กหนุ่มที่พวกเคยคิดว่าเป็นเพียงเศษสวะไร้ค่า บัดนี้กลับกลAายร่างเป็นเทพสงครามผู้กำชะตาชีวิตของพวกเขาไว้ในกำมือ
"เจ้า... เจ้าใช้เคล็ดวิชาปีศาจอันใดกัน!" ผู้อาวุโสใหญ่ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬไหลโทรมกาย
ไป๋เฉินสาวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ รัศมีกระบี่รอบตัวเข้มข้นจนเกิดเป็นเสียงหวีดหวิวของสายลมคมกริบ "ข้าไม่ได้ใช้เคล็ดวิชาปีศาจ... ข้าเพียงแต่ใช้กฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ ที่ผู้แข็งแกร่งย่อมมีสิทธิ์กำหนดความเป็นความตายของผู้ที่อ่อนแอกว่า ก็เท่านั้นเอง"
ในขณะที่ไป๋เฉินกำลังจะเงื้อมือสะบั้นศีรษะของผู้อาวุโสใหญ่เพื่อสะสางหนี้แค้นบทสุดท้าย บรรยากาศรอบด้านก็พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
อุณหภูมิในรัศมีร้อยลี้ลดฮวบลงจนถึงขีดสุดในชั่วพริบตา ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกลับถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีดำทมิฬ สายฟ้าสีม่วงเข้มแปลบปลาบคำรามกึกก้องผืนปฐพี แรงกดดันระดับขอบเขตราชันย์เซียนแผ่ซ่ายกดทับลงมาจากฟากฟ้า ราวกับภูเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่าของทุกคน จนแม้แต่ไป๋เฉินเองก็ยังต้องขมวดคิ้วแน่น แววตาฉายแววระแวดระวังขึ้นมาเป็นครั้งแรก
ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาต้องกระตุกวูบ ไม่ใช่เพราะความน่ากลัวของแรงกดดันนั้น... แต่เป็นเงาร่างอันคุ้นเคยที่ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกของมิติเบื้องบน
ร่างระหงในชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายดอกเหมันต์สวรรค์ เรือนผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมปราณ ใบหน้างดงามล่มเมืองไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทว่ากลับทรงอำนาจและเยือกเย็นจนผู้คนไม่กล้าสบตา นางคือมู่หรงเสวี่ย... นางพญาเซียนแห่งสำนักกระบี่เหมันต์ ผู้ที่ควรจะเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่ในดินแดนลับแล เหตุใดจึงมาปรากฏตัว ณ ดินแดนรกร้างแห่งนี้ได้?
มู่หรงเสวี่ยปรายตามองซากความพินาศตรงหน้าแวบหนึ่ง ก่อนที่ดวงเนตรคู่สวยจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของไป๋เฉิน นัยน์ตาคู่ที่เคยเย็นชาไร้คลื่นอารมณ์ บัดนี้กลับไหววูบด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง
"ไป๋เฉิน..." น้ำเสียงไพเราะดุจกระดิ่งเงินดังขึ้น ทลายความเงียบงันทั้งหมดลง "เจ้าช่างกล้าหาญนัก... ที่แอบหนีมาสะสางเรื่องส่วนตัวโดยไม่บอกกล่าวสำนักเลยแม้แต่คำเดียว"
ไป๋เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รวบรวมพลังปราณเพื่อต้านทานแรงกดดันรอบตัว พลางส่งยิ้มมุมปากให้อย่างท้าทายตามประสาจอมยุทธ์ผู้ทะนงตน "ข้าเพียงแต่มาทวงหนี้เก่าให้เสร็จสิ้น... หรือว่าท่านนางพญาเซียนผู้สูงส่ง กลัวว่ามือของข้าจะเปื้อนเลือดของคนพวกนี้จนเสียชื่อเสียงสำนักกระบี่เหมันต์กันล่ะ?"
มู่หรงเสวี่ยไม่ได้ตอบคำถามนั้น ทว่านางกลับก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาในพริบตา ปลายกระบี่เหมันต์ในมือเรียวยาวถูกยกขึ้นจ่อที่ลำคอของไป๋เฉินอย่างรวดเร็วจนมองตามแทบไม่ทัน เหล่าผู้อาวุโสและผู้คนตระกูลไป๋ต่างพากันลุ้นระทึกด้วยความหวังว่านางเซียนผู้นี้จะลงมือสังหารศัตรูของพวกมัน
ทว่า ในวินาทีต่อมา... มู่หรงเสวี่ยกลับลดปลายกระบี่ลง ดวงตาสีรัตติกาลมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะขยับเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั่วทั้งบริเวณตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ
"เลือดของพวกมันสกปรกเกินกว่าจะเปื้อนมือเจ้า..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานไปถึงจิตวิญญาณของทุกคน "หากเจ้าต้องการชำระแค้นให้หมดจด... จงเอาชนะกระบี่ในมือข้าให้ได้เสียก่อน แล้วข้าจะยอมมอบทั้งวิถีกระบี่และหัวใจดวงนี้ให้แก่เจ้า... ไป๋เฉิน"
- ชิงเสวี่ยเหมันต์
สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว•ตอนที่ 9
ล้างแค้นตระกูลสาขา
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!