สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว•ตอนที่ 6

ทะลวงจุดชีพจรขั้นที่สาม

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
กลิ่นอายโลหิตจางๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายสมุนไพรวิญญาณเก้าอัคคีที่ลอยวนเวียนอยู่ภายในห้องลับใต้ดิน แสงสีทองเรืองรองสลับกับประกายสีฟ้าครามสาดส่องลอดผ่านรอยแตกของศิลาผนึกปราณ ไป๋เฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนค่ายกลรวมวิญญาณ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ทว่าแววตาทะนงตนคู่นั้นกลับเปล่งประกายเจิดจ้าดุจดวงดาราบนฟากฟ้ายามค่ำคืน "ฝืนลิขิตฟ้าหรือ? หึ... สวรรค์ย่อมกำหนดชะตาให้ผู้คนเดินตาม แต่กระบี่ในมือไป๋เฉินผู้นี้ มิเคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด แม้กระทั่งเบื้องบน!" น้ำเสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากที่เม้มแน่นเป็นเส้นตรง ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวสะบัดวาดกลางอากาศ วาดอักขระโบราณนับร้อยตัวลงบนโอสถทิพย์เม็ดกลมสีมรกตที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ตรงหน้า โอสถนี้คือหยาดเหงื่อและจิตวิญญาณที่เขาหลอมขึ้นด้วยกรรมวิธีโบราณสูญหาย เพื่อการนี้โดยเฉพาะ—การทะลวงขอบเขตชีพจรขั้นที่สามที่เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรต่างหวาดกลัวนักหนา ณ เบื้องนอกค่ายกล มู่หรงเสวี่ยยืนสง่างามอยู่ภายใต้เงาจันทร์ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามสายลมหนาวเหน็บ นางพญาเซียนผู้เย็นชาไร้ความรู้สึกต่อโลกหล้า บัดนี้แววตากลับฉายแววกังวลลึกซึ้งอย่างที่ผู้ใดในสำนักกระบี่เหมันต์ไม่เคยพบเห็น มือเรียวบางภายใต้แขนเสื้อกว้างกำด้ามกระบี่วิญญาณแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด นางสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่พุ่งออกมาจากห้องลับ ปราณฟ้าดินรอบรัศมีร้อยลี้เริ่มปั่นป่วน เมฆทมิฬก่อตัวม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นน่ากลัวเหนือยอดเขา นี่คือสัญญาณเตือนของทัณฑ์สวรรค์... ผู้ใดฝืนทะลวงขอบเขตโดยไม่เกรงกลัวฟ้าดิน ย่อมต้องเผชิญหน้ากับสายฟ้าพิโรธ! "ไป๋เฉิน..." นางพึมพำกับความว่างเปล่า หัวใจที่เคยด้านชากลับสั่นไหวอย่างรุนแรง ความรู้สึกพึ่งพาและห่วงหาที่นางไม่เคยมีให้ใคร กลับถูกชายหนุ่มผู้ทะนงตนผู้นี้กระชากลากดึงออกมาจนหมดสิ้น หากเขาพลาดพลั้ง นาง... ย่อมพร้อมที่จะชักกระบี่ตัดขาดกับสวรรค์เพื่อปกป้องเขาด้วยชีวิต ภายในห้องลับ ไป๋เฉินมิได้ล่วงรู้ถึงความกังวลของหญิงสาว สมาธิทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่กับการโคจรพลังลมปราณภายในจุดตันتيน (Dan Tian) พลังปราณสายอัคคีและเหมันต์ที่เคยตีกันอย่างบ้าคลั่ง บัดนี้ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันภายใต้เคล็ดวิชาบรรพกาล กลายเป็นเกลียวคลื่นพลังสีม่วงเข้มที่ทรงพลังราวกับมหาสมุทรไร้ขอบเขต *ซูมมม!* เสียงคำรามต่ำดังสะท้อนก้องมาจากห้วงลึกของจิตวิญญาณ ไป๋เฉินกลืนโอสถทิพย์ลงคอทันที ความรู้สึกราวกับมีศิลาร้อนระอุแผดเผาจากภายในพุ่งพล่านไปตามเส้นโลหิต ทุกอณูผิวหนังและกระดูกราวกับถูกบดขยี้แล้วประกอบขึ้นใหม่ด้วยพลังอันเกรี้ยวกราด ความเจ็บปวดระดับนี้หากเป็นผู้ฝึกตนทั่วไปคงหลั่งเลือดจนขาดใจตายไปนานแล้ว แต่แววตาของไป๋เฉินกลับยิ่งคมปราบ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ยังน้อยไป!" เขากู่ร้องก้องคำราม เสียงนั้นทรงพลังดุจพญาอินทรีทะยานฟ้า สะท้อนก้องกังวานไปทั่วทั้งหุบเขา แรงกดดันระดับขอบเขตปราณแท้จริงระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม พัดพาผนึกศิลาแกร่งรอบด้านจนแตกละเอียดเป็นผุยผง *เปรี้ยง! ครืนนน!* สายฟ้าสีครามสายแรกฟาดผ่าลงมาจากท้องนاتทมิฬทะลวงหลังคาห้องลับลงมาตรงจุดที่ไป๋เฉินนั่งอยู่พอดี แสงสว่างจ้าบาดตาแผดเผาบรรยากาศจนแทบละลาย แต่มู่หรงเสวี่ยกลับไม่รอช้า นางสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่เหมันต์พุ่งออกจากฝักวาดเป็นม่านน้ำแข็งบริสุทธิ์ต้านทานสายฟ้าพิโรธส่วนที่ทะลักออกมาเพื่อปกป้องค่ายกลของเขา "ข้าบอกแล้ว... ว่าผู้ที่จะตัดสินชะตากรรมของเจ้า มีเพียงตัวเจ้าเองเท่านั้น!" มู่หรงเสวี่ยกล่าวพึมพำขณะที่เลือดสายหนึ่งไหลรินที่มุมปากจากการปะทะกับทัณฑ์สวรรค์ ทว่า ในวินาทีที่แสงสายฟ้าจางลงและฝุ่นควันมลายหายไป ร่างของไป๋เฉินที่ควรจะนั่งอยู่ กลับยืนหยัดตระหง่านอย่างมั่นคง ดวงตาทั้งสองข้างเปล่งประกายแสงสีม่วงทองทะลุทะลวงความมืดมิด พลังปราณรอบตัวเขาสงบนิ่ง ทว่าทรงพลังอำนาจจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว จุดชีพจรขั้นที่สาม... ทะลวงสำเร็จแล้ว! ไป๋เฉินก้มมองฝ่ามือของตนเองสัมผัสได้ถึงพลังที่เอ่อล้นทะลัก รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าคมคาย ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยสิ่งใด สายตาคมกริบก็พลันตวัดไปยังเงาดำสายหนึ่งที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่บนยอดไม้ไผ่ไกลออกไป เงาดำนั้นแผ่กลิ่นอายมารอันชั่วร้ายคุ้นเคย—อัครมหาเสนาบดีจ้าว! ดวงตาของจ้าวอสูรผู้เฒ่าหรี่แคบลงด้วยความริษยาและตกตะลึง ปราณที่แผ่ออกมาจากไป๋เฉินในตอนนี้ทรงพลังเกินกว่าที่มันคาดการณ์ไว้มากนัก หากปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่ต่อไป สำนักมารของมันจะต้องพินาศย่อยยับเป็นแน่ จ้าวอสูรหัวعร้ายแสรกยิ้มเหี้ยมเกรียม มันชูมือขึ้นกลางอากาศ ปรากฏลูกแก้วโลหิตสีดำสนิทที่ส่งกลิ่นอายอาถรรพ์ชวนคลื่นไส้ มันกำลังจะซัดอาวุธลับมรณะเข้าใส่ไป๋เฉินที่เพิ่งทะลวงขอบเขตและยังไม่ทันตั้งตัว! มู่หรงเสวี่ยสังเกตเห็นประกายจิตสังหารนั้น นางตวัดกระบี่เตรียมพุ่งตัวออกไปขัดขวาง แต่ทว่า... ร่างของนางกลับชะงักกึก เมื่อจู่ๆ ก็มีอาคมตาข่ายสีเลือดนับพันสายพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ล้อมรอบตัวนางและไป๋เฉินเอาไว้ในพริบตา ปิดกั้นเส้นทางช่วยเหลือทั้งหมด! "ฮ่าๆๆๆ ไป๋เฉิน! ต่อให้เจ้าเก่งกาจเพียงใด วันนี้ก็คือวันตายของเจ้า!" เสียงหัวعเราะเย้ยหยันก้องกังวานไปทั่วหุบเขา พร้อมกับเงาร่างนับร้อยที่ปรากฏตัวปิดล้อมทุกเส้นทางหลบหนีอย่างแน่นหนา! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำไปกับความเดือดดาลและงดงามแห่งวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะคะ - ชิงเสวี่ยเหมันต์
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%