"เจ้าคิดว่าเพียงแค่การชักกระบี่ออกครึ่งนิ้ว ก็เพียงพอที่จะสั่นคลอนรากฐานของหอคอยสวรรค์แห่งนี้แล้วหรือ ไป๋เฉิน?"
เสียงราบเรียบดุจผืนน้ำแข็งที่ไร้รอยร้าวของมู่หรงเสวี่ยดังขึ้นจากเบื้องบน แทรกผ่านม่านพลังกดดันมหาศาลที่หนาแน่นดั่งหุบเขา นางยืนตระหง่านอยู่บนแท่นศิลาลอยฟ้า ดวงตาดุจดาราเหมันต์จ้องมองร่างบุรุษหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องล่างด้วยสายตาที่ยากจะอ่านความรู้สึก แม้ในยามที่เขากำลังเผชิญหน้ากับแรงกดดันระดับมหาศาลจากอักขระโบราณที่สลักไว้รอบหอคอยสวรรค์
ไป๋เฉินไม่ตอบคำถามนั้น มือหนาของเขายังคงกุมด้ามกระบี่แน่น เส้นเลือดที่หลังมือนูนเด่นดุจรากไม้เก่าแก่ที่ฝังลึกในดิน ลมปราณภายในกายาของเขาไม่ได้ไหลเวียนอย่างเชื่องช้า แต่มันกำลังแผดเผาดั่งเพลิงกาฬที่เตรียมกลืนกินสรรพสิ่ง เขาก้าวเท้าขึ้นสู่บันไดขั้นแรกของหอคอยทดสอบปราณทันทีที่สิ้นเสียงนาง
*ครืนนน!*
ทันทีที่ปลายเท้าแตะพื้นหิน หอคอยสวรรค์ที่สงบนิ่งมานับพันปีกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แรงกดดันมหาศาลดุจขุนเขาหมื่นลูกถาโถมลงมาบนไหล่ของเขาเพียงผู้เดียว หากเป็นผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไป เพียงก้าวเดียวนี้ก็คงกระดูกแหลกละเอียดกลายเป็นกองเลือดไปแล้ว แต่ทว่า... ไป๋เฉินกลับเพียงแค่ยืดแผ่นหลังตรงขึ้น สายตาที่คมกริบดุจพญาอินทรีมองตรงไปยังยอดหอคอยที่ซ่อนตัวอยู่ในม่านเมฆ
"หอคอยสวรรค์หรือ? ในสายตาข้า... มันก็เป็นเพียงกองหินที่ตั้งตระหง่านเพื่อรอการพังทลายเท่านั้น"
ไป๋เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและหยิ่งผยอง เขาก้าวเท้าก้าวที่สอง เสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะดังไปทั่วบริเวณ ทว่าเขากลับไม่มีท่าทีหวาดหวั่น เขากำลังใช้ปราณกระบี่ที่เพิ่งตื่นรู้จากการชักกระบี่เมื่อครู่ เปลี่ยนแรงกดดันของหอคอยให้กลายเป็นหินลับมีด คมกระบี่ในจิตวิญญาณของเขาเริ่มแหลมคมขึ้นจนน่าสะพรึงกลัว
มู่หรงเสวี่ยบนแท่นสูงหรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วเรียวงามที่วางพาดอยู่บนตักเริ่มกระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจ นางพบว่าตนเองกำลัง ‘เฝ้ามอง’ เขา—ไม่ใช่ในฐานะเจ้าสำนักที่รอผลการทดสอบ แต่ในฐานะของสตรีที่ถูกความทะนงตนอันสง่างามของบุรุษผู้นี้ดึงดูดใจอย่างประหลาด
"เจ้าช่าง... ดื้อรั้นนัก" นางพึมพำกับตนเอง เสียงนั้นแผ่วเบาจนมีเพียงสายลมที่ล่วงรู้
เมื่อไป๋เฉินก้าวถึงชั้นที่สิบ แรงกดดันได้แปรเปลี่ยนเป็น ‘เงาร่างแห่งเซียนบรรพกาล’ หลายสิบตนพุ่งทะยานเข้าหาเขาด้วยอาวุธล้ำค่า แต่ละกระบวนท่าล้วนแฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินที่รุนแรง ไป๋เฉินกระตุกยิ้มมุมปาก เขาไม่แม้แต่จะชักกระบี่ออกมาอีกรอบ เพียงแค่สะบัดแขนเสื้ออย่างแผ่วเบา ปราณกระบี่สีชาดที่หลงเหลือจากการชักกระบี่ครั้งก่อนก็พวยพุ่งออกมาดุจมังกรหิมะที่คลุ้มคลั่ง
*ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!*
ร่างเงาเซียนเหล่านั้นสลายกลายเป็นละอองแสงในพริบตา ท่ามกลางความตื่นตะลึงของเหล่าศิษย์และผู้อาวุโสที่ยืนดูอยู่รอบหอคอย อัครมหาเสนาบดีจ้าวที่ยืนซ่อนตัวอยู่ในเงามืดกำหมัดแน่น ดวงตาฉายแววอาฆาตมาดร้าย ‘เจ้าเด็กนี่... ปราณกระบี่ของมันไม่ธรรมดา หากปล่อยไว้ให้ถึงยอดหอคอย ความลับของคัมภีร์บรรพกาลอาจจะถูกปลุกขึ้นมา!’
ไป๋เฉินยังคงก้าวเดินต่อไป ขั้นที่ยี่สิบ... สามสิบ... จนถึงขั้นที่ห้าสิบ เหงื่อเม็ดโตไหลอาบใบหน้าคมสัน ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินร่างกาย แต่จิตวิญญาณกระบี่กลับยิ่งแจ่มชัดขึ้น เขาเงยหน้ามองไปยังหญิงสาวบนยอดหอคอย ประสานสายตากับนางอย่างไม่เกรงกลัว
"ท่านเจ้าสำนัก... หากข้าขึ้นไปถึงยอดหอคอยได้ ท่านจะยอมมอบคำตอบที่ข้าต้องการหรือไม่?"
มู่หรงเสวี่ยหัวใจกระตุกวูบ ความเย็นชาที่นางพยายามรักษาไว้ดูเหมือนจะเริ่มร้าวราน นางขยับกายยืนขึ้น ชุดสีขาวสะอาดตาพลิ้วไหวราวกับปุยเมฆที่พร้อมจะลอยหายไปในนภา นางมองเขา—บุรุษที่กล้าหาญและไร้ที่เปรียบ—ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวเพียงเล็กน้อย
"หากเจ้าไปถึง... ข้าจะให้เจ้าเห็นในสิ่งที่ไม่มีใครในใต้หล้านี้เคยเห็น"
ทว่าในวินาทีที่นางเอ่ยจบ ท้องฟ้าเบื้องบนก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท สายฟ้าฟาดผ่าลงมายังยอดหอคอยโดยไม่ทันตั้งตัว ไม่ใช่สายฟ้าธรรมดา แต่เป็นทัณฑ์สวรรค์! ผนังหอคอยที่สั่นสะเทือนอยู่แล้วกลับระเบิดออกด้วยแรงอัดมหาศาลจากฝ่ามือของอัครมหาเสนาบดีจ้าวที่ลอบโจมตีเข้ามาจากมุมมืด!
ไป๋เฉินที่กำลังก้าวสู่ขั้นที่ห้าสิบเอ็ดถูกแรงระเบิดปะทะเข้าเต็มแรง ร่างของเขาลอยละลิ่วตกลงสู่เหวลึกเบื้องล่าง แต่ในวินาทีที่วิกฤตที่สุดนั้น มือของใครบางคนกลับคว้าข้อมือเขาไว้ได้ทัน... เป็นมู่หรงเสวี่ยที่ยอมละทิ้งแท่นพิธี พุ่งตัวลงมาจากยอดหอคอยเพื่อรับร่างของเขาไว้ในอ้อมแขนกลางอากาศ!
ทว่า... สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังมู่หรงเสวี่ยไม่ใช่ความปลอดภัย แต่เป็นนัยน์ตาสีโลหิตที่ลอยเด่นอยู่ท่ามกลางความมืดมิด—อัครมหาเสนาบดีจ้าวยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับรอยยิ้มที่เผยให้เห็นเขี้ยวพิษ "ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่ข้าเตรียมไว้ให้... ปรมาจารย์ผู้กลับชาติมาเกิด"
ชิงเสวี่ยเหมันต์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับไป๋เฉินและมู่หรงเสวี่ยในห้วงวิกฤตครั้งนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าค่ะ
สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว•ตอนที่ 12
ทดสอบหอคอยสวรรค์
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!