ความตายมิได้เดินทางมาด้วยฝีก้าวอันเชื่องช้า ทว่ามันพุ่งทะยานแหวกม่านอากาศด้วยเสียงคำรามของอัคคีโลหิตที่แผดเผาทุกสรรพสิ่งให้มอดไหม้!
พลังกดดันระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ของอัครมหาเสนาบดีจ้าวกดทับลงมาดุจขุนเขาค้ำฟ้า โลหิตสีชาดไหลทะลักจากมุมปากของไป๋เฉิน ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะราวกับจะแหลกสลายเป็นจุล ทว่าดวงตาทั้งสองข้างของบุรุษหนุ่มกลับยังคงเปล่งประกายความดื้อรั้นเย่อหยิ่งดุจพญาอินทรีที่แม้จะปีกหัก ก็ไม่มีวันก้มหัวให้แก่ความตายเบื้องหน้า
"เด็กน้อย... สิ้นสุดทางสายนี้แล้ว"
เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกของอัครมหาเสนาบดีจ้าวดังขึ้น พร้อมกับฝ่ามือมหึมาที่รวมรวมไอพลังมารสีดำสนิท ปกคลุมด้วยอัคคีผลาญวิญญาณ มันพุ่งตรงเข้าหมายปลิดชีพหัวใจของไป๋เฉินในคราเดียว
ในนาทีวิกฤตที่เงาแห่งความตายทาบทับลงมาจนลมหายใจแทบหยุดชะงัก ไป๋เฉินไม่เคยคิดยอมจำนน มือข้างที่ถือกระบี่เหล็กดำกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขากำลังจะฝืนใช้เคล็ดวิชาลับฝืนลิขิตฟ้า แม้จะต้องแลกมาด้วยการแหลกสลายของลมปราณทั้งหมดก็ตามที!
*เปรี้ยง—!*
ทว่า ก่อนที่ฝ่ามือมารจะทันสัมผัสร่างของไป๋เฉิน ท้องนภากลับพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา!
ม่านหมอกเหมันต์หนาทึบระเบิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ความหนาวเหน็บระดับที่สามารถแช่แข็งวิญญาณเซียนได้แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยลี้ เปลวเพลิงมารสีโลหิตที่กำลังแผดเผาถูกความเย็นเยียบนี้สยบจนมอดดับลงในพริบตาเดียว ดุจดั่งไฟกองน้อยที่ถูกสาดด้วยน้ำแข็งพันปี
อัครมหาเสนาบดีจ้าวชะงักงัน สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดตื่นตระหนกโดยพลัน "ใครกัน!"
กลางห้วงอากาศอันหนתเหน็บ ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวนางพญาหิมะลอยตัวลงมาอย่างเชื่องช้า เส้นผมสีดำสนิทพลิ้วไหวตามแรงลมปราณกระบี่ที่หมุนวนอยู่รอบกาย ใบหน้างดงามล่มเมืองนั้นไร้ซึ่งความรู้สึก เย็นชา ปลีกวิเวก และสูงส่งจนผู้คนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตา—นางคือมู่หรงเสวี่ย เจ้าสำนักกระบี่เหมันต์!
ดวงตาคู่คมกริบดุจกระบี่น้ำแข็งกวาดมองอัครมหาเสนาบดีจ้าวด้วยแววตาดุจมองมดปลวก ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบสีชาดจะขยับเปล่งวาจาอันเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์
"สุนัขแก่จากสำนักมาร... กล้าดียังไงมารังควานคนของสำนักกระบี่เหมันต์?"
น้ำเสียงนั้นมิได้ดังมากนัก ทว่ากลับสั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณของผู้ฟัง อัครมหาเสนาบดีจ้าวหน้าถอดสี ถอยหลังไปสามก้าวโดยไม่รู้ตัว ยามเผชิญหน้ากับสตรีผู้นี้ เขารู้ซึ้งถึงคำว่าห่างชั้นราวฟ้ากับเหว นางคือผู้บรรลุขอบเขตเซียนแท้จริง พลังปราณเหมันต์ของนางสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ในกระบวนท่าเดียว!
"มู่หรงเสวี่ย! เจ้า... เจ้าจะปกป้องมันงั้นหรือ? เด็กนี่มันสังหารศิษย์เอกของข้า!" อัครมหาเสนาบดีจ้าวคำรามด้วยความเคียดแค้นแต่ก็หวาดหวั่นในยามเดียวกัน
"ศิษย์ของเจ้าฝีมือด้อยเอง สมควรตายแล้ว" มู่หรงเสวี่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย นางไม่ได้ชายตามองอัครมหาเสนาบดีจ้าวด้วยซ้ำ ร่างบางพลิ้วกายลงมาประทับยืนเคียงข้างไป๋เฉินอย่างแผ่วเบา
กลิ่นหอมเย็นบริสุทธิ์ประหลาดลอยเข้าจมูกของไป๋เฉิน ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและความตาย ร่างที่สะินสะท้านของชายหนุ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนางพญาเซียนผู้เย่อหยิ่งผู้นี้ แววตาของทั้งคู่ประสานกัน สื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าร้อยคำพูด
มู่หรงเสวี่ยปรายตามองบาดแผลทั่วร่างของไป๋เฉิน แววตาที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งนิจนิรันดร์พลันสั่นไหววูบหนึ่ง ความห่วงใยที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชาบัดนี้เอ่อล้นออกมาอย่างไม่ปิดบัง นิ้วเรียวดั่งหยกขาวเอื้อมออกไปแตะเบาๆ ที่ชีพจรของเขา เพื่อถ่าย1ทอดพลังปราณเหมันต์บริสุทธิ์เข้าไปช่วยสมานกระดูกและเส้นชีพจรที่ขาดวิ่นให้ทันที
"เจ้า... โง่เง่าจริงๆ" มู่หรงเสวี่ยเอמהเสียงแผ่วเบา มีร่องรอยของการตำหนิเจืออยู่ในความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง "รู้ทั้งรู้ว่าสู้ไม่ไหว เหตุใดจึงไม่ถอย?"
ไป๋เฉินยิ้มบางๆ มุมปากมีคราบโลหิตแต้มอยู่ ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับเปี่ยมด้วยความทะนงตนที่นางพึงใจ "วิถีกระบี่ของข้า... มีไว้เพื่อเดินหน้า ไม่เคยมีบัญญัติคำว่าถอยหลัง ต่อให้ต้องตาย ข้าก็จะเป็นผู้ตายขณะยืนหยัด"
มู่หรงเสวี่ยฟังแล้วหัวใจกระตุกวูบ ความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามกดทับไว้ภายใต้กฎเกณฑ์อันเข้มงวดของสำนัก บัดนี้กลับถูกคำพูดและแววตาคู่นั้นเผาผลาญจนหลอมละลายสิ้น นางทอดถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับอัครมหาเสนาบดีจ้าว แววตาคู่สวยแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจคมกระบี่ที่ถูกชักออกจากฝัก
"ในเมื่อมันไม่ถอย... วันนี้ เจ้าก็อย่าหวังจะได้เดินออกไปจากที่นี่เช่นกัน"
พลังปราณเหมันต์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เมฆฝนแปรเปลี่ยนเป็นเกล็ดหิมะคมกริบนับล้านชิ้นที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสรรพสิ่ง อัครมหาเสนาบดีจ้าวหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เขาสัมผัสได้ถึงความตายที่แท้จริงกำลังคืบคลานเข้ามา
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุดนี้เอง แผ่นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามดังกึกก้องราวกับภูเขาไฟใต้พิภพกำลังปะทุขึ้น และสิ่งที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขาทั้งสาม... กลับไม่ใช่กองกำลังของสำนักมารอย่างที่คาดคิด
รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเงาร่างนับร้อยที่สวมชุดเกราะโบราณสีทองอร่าม แผ่กลิ่นอายบรรพกาลอันน่าสะพรึงกลัว และผู้ที่ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น คือบุคคลที่ไป๋เฉินจำได้แม่นยำ—ศิษย์พี่ใหญ่ผู้ล่วงลับที่ควรจะดับสูญไปเมื่อร้อยปีก่อน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถีกระบี่อันหนาวเหน็บนี้ไปกับ "ชิงเสวี่ยเหมันต์" นะคะ
สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว•ตอนที่ 23
การปกป้องจากนางเซียน
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!