สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว•ตอนที่ 2

เคล็ดวิชาอัคคีจิตวิญญาณ

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"หากเส้นชีพจรนี้สลายสิ้น... ข้าก็จักใช้กระดูกแทนโครงสร้าง ใช้จิตวิญญาณแทนลมปราณ หล่อหลอมมันขึ้นมาใหม่ด้วยเพลิงโลกันต์!" เสียงคำรามแหบพร่าแต่ทว่าก้องกังวานดุจสายฟ้าฟาดในความเงียบงัน ไป๋เฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนฟูกหญ้าเก่าคร่ำคร่าในเรือนพักศิษย์สาย นอก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มแผ่นหลังเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์ เลือดสีดำคล้ำไหลทะลักออกจากมุมปากของเด็กหนุ่มไม่ขาดสาย ทุกคราที่เขาโคจรวิถีลมปราณ 'อัคคีจิตวิญญาณ' ความเจ็บปวดราวกับถูกหมื่นศัสตรากรีดแทะกระดูกก็แล่นพล่านไปทั่วร่างจนกล้ามเนื้อกระตุกเกร็ง ในห้วงมิติแห่งจิตสำนึก... เปลวเพลิงสีชาดบริสุทธิ์กำลังแผดเผาความมืดมิด เส้นชีพจรเก้าสิบเก้าสายที่เคยถูกพลังมารของอัครมหาเสนาบดีจ้าวบดขยี้จนแหลกละเอียด บัดนี้เริ่มได้รับการเชื่อมต่อทีละน้อยด้วยอานุภาพแห่งเคล็ดวิชาบรรพกาล ความร้อนระอุแผ่ซ่านดุจดั่งลาวาใต้พิภพที่กำลังเดือดพล่าน ทว่าท่ามกลางความแผดเผานั้น กลับมีความเยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์คอยหล่อเลี้ยงประคับประคองไว้ไม่ให้ธาตุไฟเข้าแทรก—กลิ่นอายอันลึกล้ำนี้... หากมิใช่เพราะดวงจิตแห่งนางพญาเซียนผู้สูงศักดิ์คอยแผ่พุ่งพลังปราณเหมันต์สวรรค์ปกป้องหัวใจเขาไว้จากเบื้องหลัง ร่างนี้คงมอดไหม้เป็นจุลไปนานแล้ว *ปัง!* เสียงประตูกุฏิไม้ผุพังถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยพลังลมปราณรุนแรง ฝุ่นผงคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่ว ร่างกำยำในชุดศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักย่อย 'หานเฟิง' ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มหยันเหยียด ใบหน้าอัปลักษณ์บิดเบี้ยวด้วยความริษยาและดูแคลน สายตาดุจเหยี่ยวสอดส่องมองร่างชุ่มเหงื่อของไป๋เฉินที่กำลังสั่นเทา "ฮ่าๆๆ! เจ้าขยะไป๋เฉิน ใกล้ตายหรืองยัง? นับว่าเจ้ายังดวงแข็งนักที่รอดชีวิตจากหุบเขาอัสนีมาได้ แต่คิดหรือว่าสภาพสวะเช่นเจ้าจะมีปัญญาฟื้นฟูเส้นชีพจรที่ขาดสะบั้นได้?" น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นพร้อมกับแรงกดดันจากลมปราณขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ดที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้ความปรานี มันพุ่งเข้ากดทับแผ่นหลังของไป๋เฉินทันที หวังจะให้ลมปราณของเด็กหนุ่มตีกลับจนธาตุไฟเข้าแทรกกระอักเลือดตายคาที่! ไป๋เฉินมิได้หันกลับไปมอง ร่างกายของเขายังคงสั่นสะท้อนจากการโคจรลมปราณ ดงคิ้วขมวดมุ่นเข้าหากันจนแทบ ชิด ความเจ็บปวดแสนสาหัสจากการถูกขัดจังหวะเกือบทำให้จิตวิญญาณของเขาแตกซ่าน ทว่านัยน์ตาคู่คมที่ลืมขึ้นช้าๆ กลับมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแสงสีชาดวาวโรจน์ดุจพญามารผู้หิวกระหาย และความเย่อหยิ่งทระนงที่แม้แต่ฟ้าดินยังต้องก้มหัวให้ "สุนัขรับใช้ที่เห่าหอนเสียงดัง... มักไร้ซึ่งเขี้ยวเล็บเสมอ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า เย็นเยียบจนศิษย์พี่ใหญ่รู้สึกสันหลังวาบราวกับถูกคมกระบี่จ่ออยู่ที่ลำคอโดยไม่รู้ตัว "เจ้าว่ากระไรนะไอ้เด็กเหลือขอ!" ศิษย์พี่ใหญ่หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหนาซัดฝ่ามือพลังปราณอัดแน่นด้วยไอสีดำทะมัดทะแมงพุ่งตรงเข้าหมายปลิดชีพกลางหน้าอกของไป๋เฉิน "ในเมื่อเจ้ายังดื้อด้านนัก วันนี้ข้าจะสงเคราะห์ส่งเจ้าไปลงนรกเอง!" บรรยากาศภายในห้องพักพลันเย็นยะเยือกและตึงเครียดถึงขีดสุด แรงกดดันมหาศาลบดขยี้จนพื้นไม้ใต้ร่างแตกละเอียดเป็นจุล ในวินาทีเป็นตายที่ลมปราณอัคคีจิตวิญญาณกำลังจะทะลวงผ่านจุดชีพจรสำคัญพอดิบพอดี ไป๋เฉินพลันยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม มือขวาที่กำหมัดแน่นค่อยๆ แบออกช้าๆ ราวกับกำลังคว้าจับดวงตะวันและผืนจันทราไว้ในฝ่ามือเดียว ทันใดนั้นเอง... อุณหภูมิรอบกายก็ลดฮวบลงจนกลายเป็นน้ำแข็งชั่วพริบตา พร้อมกับเงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ดุจเทพเซียนนางหนึ่งที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าไป๋เฉินอย่างไร้สุ้มเสียง ไอความเย็นยะเยือกแผ่ขยายปก คลุมทั่วทั้งอาณาบริเวณจนลมปราณสีดำของศิษย์พี่ใหญ่แข็งค้างกลางอากาศ! มู่หรงเสวี่ยปรายตามองศิษย์พี่ใหญ่ผู้โง่เขลาด้วยแววตางดงามที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ราวกับกำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่ง ดวงหน้าหวานล้ำลึกแต่เย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่บาดลึกถึงวิญญาณ "ผู้ใดอนุญาตให้สุนัขชั้นต่ำ... มาเห่าหอนหน้าเรือนพักของคนของข้า?" คำพูดเพียงประโยคเดียวกลับสร้างแรงกดดันระดับขอบเขตกำเนิดวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัว กดทับจนศิษย์พี่ใหญ่ทรรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นดังกร๊อบ เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ดทันที ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม แสงสว่างสีทองเจิดจ้าสายหนึ่งก็พุ่งทะลวงผ่านมิติเข้ามาจากนอกหน้าต่าง พลังปราณระดับบรรพกาลที่ทรงพลังยิ่งกว่ากดทับลงมาจนเรือนพักทั้งหลังสั่นสะเทือน เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวดังก้องกังวานสะท้อนไปทั่วท้องฟ้า "ฮ่าๆๆ! ศิษย์หลานมู่หรง ช่างใหญ่โตเสียจริงนะ... เกรงว่าวันนี้ ต่อให้เป็นเจ้า ก็ปกป้องไอ้สวะนี่ไว้ไม่ได้!" (ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในวิถีกระบี่อันเหน็บหนาวและงดงามนี้ด้วยกันนะคะ - ชิงเสวี่ยเหมันต์)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%