มหาเศรษฐีไร้ใจกับแผนผลาญทรัพย์ให้สิ้นซาก•ตอนที่ 2

รอยร้าวในคฤหาสน์หรู

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
กลิ่นกาแฟเอสเพรสโซคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษเอกสารราคาแพงลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานใหญ่โตโอฬาร ณ ชั้นสูงสุดของตึกวรภัทรโฮลดิ้ง ทว่ามันกลับไม่สามารถกลบความอึดอัดที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออกลงไปได้เลยสักนิดค่ะ รินรดายืนตัวตรงหลังโต๊ะทำงานสีมะฮอกกานีขนาดใหญ่ มือเรียวบางที่กำแฟ้มเอกสารบัญชีชุดสุดท้ายไว้แน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เธอพยายามควบคุมลมหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอ แม้หัวใจในอกข้างซ้ายจะเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่กำลังประกาศความพ่ายแพ้ สิบปีเต็ม… สิบปีที่เธอไม่ได้ยินแม้แต่ข่าวคราวของผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่เคยเป็นดั่งโลกทั้งใบ ก่อนที่ไฟโลภแห่งตระกูลของเธอจะเผาผลาญทุกอย่างจนมอดไหม้ และในวันนี้ เขากลับมา… ไม่ใช่ในฐานะเด็กหนุ่มแววตาเจ็บปวดคนเดิมอีกต่อไป แต่ก้าวเข้ามาในฐานะ “เจ้าหนี้” ผู้ถือครองลมหายใจและอนาคตทั้งหมดของตระกูลวรภัทร “เชิญนั่งสิครับ… อ้อ ขอโทษทีค่ะ ดิฉันคงต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่เสียแล้ว ในเมื่อตอนนี้คุณรินรดาไม่ใช่คุณหนูผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป แต่เป็นเพียง ‘ลูกจ้าง’ ในความดูแลของดิฉันเท่านั้น” น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ซึ่งความAลัยอาวรณ์เอ่ยขึ้นจากมุมห้อง รวิศก้าวขาช้าๆ ออกมาจากเงาสลัวของผ้าม่านกันแสงสีเข้ม ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเน้นย้ำถึงอำนาจและความมั่งคั่งที่เอ่อล้น เขายังคงมีใบหน้าคมคายดั่งรูปสลัก แต่แววตาคู่นั้น… มันว่างเปล่า เย็นชา และไร้ก้นบึ้งเสียยิ่งกว่ามหาสมุทร ยามที่เขากวาดสายตามองเธอ มันให้ความรู้สึกเหมือนนักล่ากำลังพิจารณาเหยื่อที่ติดบ่วงแร้วอย่างไรอย่างนั้น รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่ลำคอลงไปอย่างยากลำบาก เธอยืดตัวขึ้นสู้สายตาเขา แม้ขาเรียวภายใต้กระโปรงทรงสอบจะสั่นเทาเล็กน้อยก็ตามที “เอกสารสรุปยอดหนี้ทั้งหมดสามร้อยล้านบาทถูกตรวจสอบเรียบร้อยแล้วค่ะท่านประธาน” เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นไหว แม้แต่น้อย “และตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่…” “สัญญาอะไรกันล่ะคะ รินรดา?” รวิศขัดขึ้น น้ำเสียงของเขาราบเรียบจนน่ากลัว เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้ซุ่มเสียง กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นหอมของผู้ชายระดับท็อปฮิตลอยปะทะจมูก ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว รวิศก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอ จนเส้นผมสีดำสนิทของเธอไหวตามลมหายใจอุ่นร้อน “ในเมื่อเอกสารที่เธอถืออยู่ในมือตอนนี้ มันไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว… เพราะหุ้นห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ของวรภัทรโฮลดิ้ง อยู่ในมือของเราอย่างสมบูรณ์แบบแล้วค่ะ” คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางศีรษะ รินรดารู้สึกชาไปทั้งร่าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อสายตา “คุณ… คุณหมายความว่ายังไง? ไหนว่าเราตกลงกันว่าจะให้เวลาสามเดือน…” “สามเดือนเหรอคะ?” รวิศหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขสำราญใดๆ ช่างบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจ “นั่นมันเป็นข้อเสนอสำหรับ ‘มนุษย์’ ค่ะ รินรดา แต่สำหรับลูกหนี้ที่ไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะต่อรองอย่างเธอ… การเมตตาให้มีลมหายใจอยู่ต่อในตึกนี้ ก็ถือว่าฉันใจดีมากพอแล้ว” เขายื่นมือหนาออกไป แตะปลายนิ้วลงบนปกเสื้อสูทของเธออย่างถือวิสาสะ รินรดาสะดุ้งสุดตัวแต่ไม่กล้าถอยหนี ปลายนิ้วของเขาเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ลากไล้ช้าๆ ขึ้นมาถึงคางมน บังคับให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงด้วยแววตาสมเพชเวทนาเจือความสะใจ “จำได้ไหมคะ… วันที่ตระกูลของเธอเหยียบย่ำครอบครัวฉันจนไม่เหลือชิ้นดี พ่อของเธอพูดว่ายังไงนะ?” รวิศกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก “ท่านบอกว่าหมาข้างถนน ก็ควรอยู่ส่วนของหมา… วันนี้ ฉันแคบเอาคืนในสิ่งที่พวกเธอสมควรได้รับก็เท่านั้น” รินรดากำหมัดแน่น เล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนรู้สึกถึงความเจ็บปวดและความเค็มปร่าของหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย เธอยอมรับความจริงแล้วว่า การกลับมาเจอกันในครั้งนี้ ไม่ใช่การหวนคืนของความหลัง แต่มันคือการชำระแค้นที่ยาวนานและโหดเหี้ยมที่สุด “ถ้าคุณเกลียดฉันนัก… ทำไมไม่ฆ่าฉันให้ตายไปซะล่ะคะ” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่สวยสบตากับเขาอย่างท้าทายเปี่ยมด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด “จะมาเล่นเกมทรมานฉันแบบนี้ทำไม!” รวิศชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันบนมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความมืดมนที่วาบผ่านในดวงตา เขาใช้มืออีกข้างคว้าเอวบางของเธอเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอเซเข้าปะทะกับแผงอกกว้าง ลมหายใจของทั้งคู่รดรินกันจนแทบจะเป็นลมหายใจเดียวกัน “ฆ่าเธอมันง่ายเกินไปค่ะ รินรดา…” รวิศกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากเธอ “ฉันจะทำให้เธอรู้ซึ้งว่า การสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง… และต้องก้มกราบอ้อนวอนขอความเมตตาจากคนที่เธอเคยเหยียบย่าม มันทรมานเจียนตายแค่ไหน” ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งขัดจังหวะบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด ก่อนที่ประตูกจจะเปิดออก พร้อมกับร่างของเลขาหนุ่มที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน “ท่านประธานครับ… ทางฝ่ายตรวจสอบบัญชีแจ้งว่า มีบุคคลปริศนากว้านซื้อหุ้นที่เหลืออีกสี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์ในตลาดหลักทรัพย์ด้วยเงินสดในเวลาไล่เลี่ยกัน ตอนนี้… ผู้ถือหุ้นใหญ่ตัวจริงที่ถือครองเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่ใช่เราแล้วครับ!” รวิศปล่อยมือจากเอวของรินรดาทันที ใบหน้าคมคายที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมั่นใจในชัยชนะ กลับเผือดสีลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมหันขวับกลับมามองรินรดาที่ยืนหอบหายใจด้วยความตกใจไม่แพ้กัน เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากทางเดินด้านนอก… ช้าๆ หนักแน่น และทรงพลังราวกับเสียงฝีเท้าของยมทูตที่ก้าวเข้ามาทวงบัลลังก์ ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่ต้องรออนุญาต พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดกูตูร์แบรนด์ดังระดับโลก แว่นกันแดดสีดำสนิทถูกถอดออกเผยให้เห็นใบหน้างดงามหยาดเยิ้มแต่เย็นชาดุจน้ำแข็ง เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเล็กน้อย กวาดสายตามองชายหนุ่มผู้กุมอำนาจที่กำลังยืนแข็งค้าง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ทำให้รวิศถึงกับหน้าถอดสี "ขอโทษที่ต้องขัดจังหวะเกมสนุกๆ นะคะคุณรวิศ... แต่ดูเหมือนว่า 'เจ้าของบริษัท' ตัวจริงคนใหม่ จะมาทวงคืนทุกอย่างแล้วล่ะค่ะ" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ดื่มด่ำ และสยบไปพร้อมกับความสะใจในเกมแก้แค้นครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีไร้ใจกับแผนผลาญทรัพย์ให้สิ้นซาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%