มหาเศรษฐีไร้ใจกับแผนผลาญทรัพย์ให้สิ้นซาก•ตอนที่ 3

ราคาของศักดิ์ศรี

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึึกบนโต๊ะทำงานไม้พะยูงราคาแพงระยับดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันในห้องเพนต์เฮาส์ส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า รวิศไม่ได้แม้แต่จะชายตากองกระดาษเหล่านั้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายราวกับถูกแกะสลักจากหินอ่อนคู่นั้น จ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาที่เยียบเย็นและว่างเปล่า ราวกับเธอมิใช่สิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อ หากแต่เป็นเพียงเศษฝุ่นผงที่เขาสามารถปัดทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ "สัญญากู้ยืมเงินสามร้อยล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยที่ทบต้นจนถึงวันนี้... รินรดา คุณคิดว่าตระกูลที่กำลังจะล้มละลายของคุณ มีปัญญาหาเงินจำนวนนี้มาคืนฉันภายในเที่ยงคืนนี้หรือเปล่าคะ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่บาดลึกถึงกระดูกดำเอ่ยขึ้น รวิศเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าน่าสะพรึงกลัว รินรดายืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า มือเรียวบางทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ ความเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศดูจะไร้ความหมายเมื่อเทียบกับความเหน็บหนาวที่แผ่ซ่านมาจากตัวชายหนุ่ม เธอไม่อยากเชื่อเลยว่า ผู้ชายที่เคยโอบกอดเธอด้วยความอ่อนโยนในวันที่เธอยังเป็นทายาทมหาเศรษฐี จะกลายร่างเป็นปีศาจกระหายเลือดที่จ้องจะบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอให้แหลกคามือในวันที่ครอบครัวเธอกำลังตกอับ รวิศใช้หนี้สินทั้งหมดของตระกูลเธอมากว้านซื้อไว้ในกำมือ เพื่อรอเวลานี้... เวลาที่เขาจะใช้มันเป็นโซ่ตรวนล่ามเธอไว้แทบเท้า "รวิศ... คุณรู้ดีว่าฉันไม่มีทางหาเงินสามร้อยล้านมาให้คุณได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงนี้หรอกค่ะ" รินรดาเค้นเสียงตอบออกไป แม้ลำคอจะตีบตันด้วยก้อนสะอื้น ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ทำให้เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาสองข้างจะแทบพยุงร่างไม่ไหวแล้วก็ตาม "ถ้าคุณต้องการจะยึดบ้านหรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ ก็เชิญเลยค่ะ... แต่อย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นเครื่องมือ..." "ทรัพย์สินพวกนั้นเหรอคะ?" รวิศแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สาวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละก้าว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความกดดันอันน่าอึดอัดโอบล้อมร่างบางไว้จนเธอแทบหายใจไม่ออก "บ้านหลังเก่าคร่ำครึนั่น กับบริษัทที่ใกล้จะล้มละลาย มันมีค่าไม่ถึงเศษเงินที่ฉันใช้ซื้อกาแฟดื่มในแต่ละวันด้วยซ้ำ รินรดา... ของพวกนั้นฉันไม่เคยสนใจตั้งแต่แรก" "แล้วคุณต้องการอะไรจากฉันอีก..." หยาดน้ำใสคลอเบ้าตาคู่สวย แต่เธอกัดริมฝีปากแน่นไม่ยอมให้มันร่วงหล่นลงมาให้เขาได้เห็นความอ่อนแอ รวิศโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนลุกเกรียว "ฉันต้องการให้คุณยอมจำนน... เอาศักดิ์ศรีที่คุณเคยถือดีนักหนา มาวางไว้แทบเท้าฉัน เซ็นสัญญาฉบับนี้เสีย แล้วมาเป็นผู้หญิงขัดดอกของฉันแต่โดยดี... แลกกับการต่อเวลาลมหายใจให้บริษัทของพ่อคุณอีกสามเดือน" ข้อเสนอที่ไร้เกียรติและหยามเหยียดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ถึงขีดสุด รินรดารู้สึกราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงจนชาไปหมด โลกทั้งใบหมุนเคว้ง ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ต้องการแค่เงินคืน เขากต้องการทำลายความเป็นคนของเธอให้ย่อยยับคามือ "คุณมันใจร้าย... รวิศ" เธอกระซิบเสียงสั่น น้ำตาที่กลั้นไว้หยดเผาะลงบนหลังมือ "ความใจร้ายที่คุณกำลังเจอ มันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่พ่อของคุณทำไว้กับครอบครัวฉันเมื่อสิบปีก่อน" แววตาสีเข้มวับโรจน์ด้วยความแค้นที่ฝังรากลึก รวิศยื่นปากกาหมึกซึมราคาแพงใส่มือเธอ บังคับให้เรียวปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างอดกลั้น "เลือกเอาค่ะ... จะเซ็นชื่อลงไปแล้วยอมเป็นทาสรับuseความอัปยศนี้ เพื่อช่วยพ่อของคุณ หรือจะยืนมองครอบครัวล้มละลายและถูกฟ้องล้มละลายในวันพรุ่งนี้... คุณมีเวลาคิดแค่สามวินาที" ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่รินรดาจนแทบหายใจไม่ออก ปากกาในมือหนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ร่ำร้องให้ปฏิเสธและปัดปากกานั้นทิ้ง แต่ภาพใบหน้าของบิดาที่ล้มป่วยและบริษัทที่เป็นหยาดเหงื่อของครอบครัวก็ผุดขึ้นมาในหัว สมองของเธอกำลังกรีดร้องด้วยความทรมาน หนึ่ง... สอง... รวิศนับถอยหลังด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความปรานีใดๆ ดวงตาสีเข้มจ้องมองปฏิกิริยาของเธอด้วยความกระหายใคร่รู้ ราวกับพญาอินทรีที่กำลังรอขย้ำเหยื่อในกรงขัง นิ้วเรียวสั่นเทาของรินรดากำด้ามปากกาแน่น เธอหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้น้ำตาหยดสุดท้ายไหลรินผ่านแก้มเนียน ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อยอมจำนนต่อโชคชะตาอันโหดร้าย ทว่า... ก่อนที่ปลายปากกาจะจรดลงบนกระดาษแผ่นนั้น ประตูห้องทำงานหรูหราก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง "ช้าก่อนครับคุณรวิศ... เกรงว่าเกม 'ขัดดอก' ของคุณจะต้องพับเก็บใส่กระเป๋าไปก่อนนะครับ" รวิศขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ หันขวับไปมองผู้มาใหม่ที่กล้าอาจหาญบุกรุกเข้ามาในอาณาจักรส่วนตัวของเขา รินรดาเองก็ลืมตาขึ้นด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามา พร้อมกับหน้าจอแท็บเล็ตในมือที่ฉายภาพข้อมูลทางการเงินบางอย่างที่ทำให้สีหน้าของรวิศเปลี่ยนสีไปในเสี้ยววินาที "แกเป็นใคร? เข้ามาที่นี่ได้ยังไง..." รวิศถามเสียงกร้าว บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดถึงขีดสุด ชายปริศนายิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น ก่อนจะโยนเอกสารอีกชุดลงบนโต๊ะทำงานตัวเดิม เอกสารที่ระบุตัวเลขยอดเงินโอนเข้าบัญชีบริษัทของรินรดาสามร้อยล้านบาทถ้วนจากบัญชีลับต่างประเทศ พร้อมกับตราประทับชำระหนี้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ "ผมไม่ใช่ใครที่ไหนหครับ... แต่เป็นตัวแทนของ 'ผู้ซื้อ' อีกคนที่เพิ่งกวาดซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทคุณเมื่อหนาวที่แล้ว..." ชายคนนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "และตอนนี้... หนี้ทั้งหมดของตระกูลรินรดา ถูกซื้อต่อโดยเจ้าหนี้คนใหม่เรียบร้อยแล้วครับ... ซึ่งก็คือพวกเราเอง" รวิศเบิกตากว้างด้วยความตกใจเป็นครั้งแรกในชีวิต ขณะที่รินรดากลั้นหายใจ มองหน้าผู้มาใหม่สลับกับรวิศที่ตอนนี้ใบหน้าเริ่มถอดสีลงทีละน้อย... ติดตามตอนต่อไปในตอนที่ 4 ค่ะ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ดื่มด่ำ และสยบไปพร้อมกับความสะใจในเกมแก้แค้นครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีไร้ใจกับแผนผลาญทรัพย์ให้สิ้นซาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%