"คุณกล้าดียังไง..."
เสียงของรวิศขาดห้วงไปกลางคัน ราวกับมีใครเอาเศษแก้วมาร Jamp คอหอยของเขาไว้จนเปล่งเสียงไม่ออก ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและควบคุมทุกสิ่งบนโลกใบนี้ไว้ในกำมือ บัดนี้กำลังเบิกกว้างสั่นระริก ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบราตุรูปสลักหินอ่อนเริ่มซีดเผือดลงทีละน้อย เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามขมับทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานวีไอพีแห่งนี้ถูกตั้งเอาไว้ในอุณหภูมิที่เย็นเฉียบ
รินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เธอสลับมองใบหน้าอันตื่นตระหนกของชายหนุ่มผู้เป็นดั่งเจ้าชีวิต กับร่างสูงโปรสง่าของผู้มาใหม่ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานกระจกนิรภัย
ความเงียบงันอันน่าอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วห้องราวกับก๊าซพิษไร้สี กลิ่นอายของอำนาจที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออกไม่ได้มาจากรวิศอีกต่อไปแล้ว แต่มาจากชายวัยกลางคนผู้สวมสูทสั่งตัดเข้ารูปเนี๊ยบกริบ ดวงตาคมปลาทูคู่นั้นกวาดมองเอกสารทางการเงินนับร้อยหน้าที่กองอยู่บนโต๊ะด้วยความสมเพชเวทนา
"ตกใจมากเลยหรือครับ ท่านประธานรวิศ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ "ไม่คิดเลยสินะครับว่า 'หมาก' ที่คุณจงใจเขี่ยทิ้งเมื่อสามปีก่อน จะมีปีกกล้าขาแข็งจนกลับมาพลิกกระดานตบหน้าคุณได้เจ็บแสบขนาดนี้"
รวิศกัดกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นริ้ว กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกเกร็ง เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะดึงศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งของมหาเศรษฐีผู้กุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ครึ่งประเทศกลับคืนมา แต่ปลายนิ้วที่ประสานกันอยู่บนตักกลับสั่นเทาจนต้องจิกเล็บเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกพ่ายแพ้ที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ
"คุณ... คุณมันแค่..." รวิศเค้นเสียงลอดไรฟัน "คิดว่าการซื้อหุ้นแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์จะทำให้คุณมีสิทธิ์มาสั่งปลดคนของผมรึไง?"
ผู้มาใหม่แย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกขึ้นอย่างเย้ยหยัน เขาสอดมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋ากางเกงสแลคอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดันรวิศทางสายตา
"สามสิบเปอร์เซ็นต์อาจจะไม่พอที่จะฮุบบริษัทคุณในวันเดียว... แต่ก็มากพอที่จะทำให้ผมมีอำนาจ 'ตัดท่อน้ำเลี้ยง' ทุกเส้นทางที่หล่อเลี้ยงความยิ่งใหญ่จอมปลอมของคุณได้ล่ะนะ"
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงบนแผลสด รวิศหน้าชาหนึบ เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่คำขู่ เอกสารที่วางอยู่ตรงหน้าคือประกาศิตจากคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ที่ลงมติเป็นเอกฉันท์ในการระงับงบประมาณสนับสนุนบริษัทในเครือทั้งหมดสามแห่ง ซึ่งเป็นฐานรายได้หลักที่ค้ำจุนอาณาจักรธุรกิจของเขาเอาไว้
รินรดารemวบมือเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว หัวใจของเธอบีบตัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสะใจ ตื่นกลัว และเวทนา รวิศไม่เคยเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้แบบนี้มาก่อนตลอดชีวิตการทำงานอันไร้พ่ายของเขา เขาใช้เงินซื้อทุกอย่าง ใช้ความมั่งคั่งเหยียบย่ำคนอื่นมานับไม่ถ้วน แต่วันนี้... เม็ดเงินมหาศาลเหล่านั้นกำลังถูกใช้เป็นอาวุธย้อนกลับมาเชือดเฉือนคอหอยเขาเองอย่างเลือดเย็น
"ริน..." รวิศหันมามองหญิงสาวข้างกายด้วยแววตาที่สั่นระริก คล้ายคนจมน้ำที่พยายามคว้าฟางเส้นสุดท้าย "เธอ... เธอก็รู้เรื่องนี้ใช่ไหม? นี่มันเกมอะไรกัน!"
รินรดาสบตากับชายหนุ่ม นัยน์ตาส่ำระริกของเขาไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งทระนงตนเหลืออยู่เลย มันช่างน่าสมเพชและน่าเวทนาในเวลาเดียวกัน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคม
"คุณต่างหากค่ะรวิศ ที่มองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากตัวเลขในบัญชี" รินรดาก้าวถอยหลังออกห่างจากรวิศเล็กน้อย ไปยืนเคียงข้างผู้มาใหม่ "คุณคิดว่าเงินสามารถซื้อความจงรักภักดี ซื้อศักดิ์ศรี และซื้อความรู้สึกของคนได้ทุกอย่าง... แต่วันนี้ คุณเพิ่งได้เรียนรู้สินะคะว่า มีบางสิ่งที่ต่อให้คุณมีเงินกองเท่าภูเขาก็ไม่มีวันซื้อกลับคืนมาได้"
รวิศเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วไปทั่วหน้าอก ยิ่งกว่าถูกแทงด้วยมีดเสียอีก เมื่อตระหนักได้ว่า ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเครื่องประดับราคาถูก เป็นแค่ลูกสาวของศัตรูที่เขาเก็บไว้เพื่อระบายความแค้น กลับเป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลังการล่มสลายของเขาในวันนี้
"แก... นังผู้หญิงทรยศ!" รวิศคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวจนสติหลุด ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้หมายจะพุ่งเข้ามาคว้าตัวรินรดา
ทว่า... ร่างของผู้มาใหม่กลับขยับตัวเข้ามาบังรินรดาไว้ได้อย่างรวดเร็วดั่งภูผา พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก
"อย่าได้บังอาจแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้วครับ ท่านประธาน" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตที่ทำให้รวิศต้องชะงักเท้าที่ก้าวเข้ามาโดยอัตโนมัติ "จำไว้นะครับว่า เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น งบประมาณที่ผมตัดไปวันนี้เป็นเพียงแค่อาหารเรียกน้ำย่อย... พรุ่งนี้เช้า ทรัพย์สินทั้งหมดของคุณจะถูกอายัดเพื่อตรวจสอบตามกระบวนการทางกฎหมาย"
รวิศทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ดังตุบ ราวกับแรงโน้มถ่วงของโลกเพิ่งเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า ใบหน้าของเขาไร้สีเลือดโดยสิ้นเชิง หูอื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัวต่อความหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ในจังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น... *ติ๊ง!*
รวิศเหลือบสายตาอันพร่ามัวมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาด้วยความหวาดผวา ข้อความจากธนาคารรายใหญ่ส่งตรงเข้ามา แจ้งเตือนการทำธุรกรรมล่าสุดที่ทำให้ลมหายใจของเขาแทบหยุดชะงัก
*[แจ้งเตือนระบบ: บัตรเครดิตอภิสิทธิ์ดำวงเงินไม่จำกัดของคุณ ถูกระงับการใช้งานทั่วโลกอย่างถาวรแล้ว]*
รวิศหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ มือที่สั่นเทาเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาหมายจะกดโทรหาผู้จัดการธนาคาร แต่ทว่า... หน้าจอกลับดับวูบลงพร้อมกับข้อความใหม่ที่เด้งขึ้นมาแทนที่อย่างเย้ยหยัน
*[ท่านไม่มีสิทธิ์เข้าถึงบัญชีนี้อีกต่อไป — ผู้ถือสิทธิ์รายใหม่: รินรดา วงศ์วรโชติ]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
มหาเศรษฐีไร้ใจกับแผนผลาญทรัพย์ให้สิ้นซาก•ตอนที่ 4
กลิ่นไอของการทำลายล้าง
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีไร้ใจกับแผนผลาญทรัพย์ให้สิ้นซาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!