กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งจนแสบนาสิก เจือจางด้วยกลิ่นหอมเย็นของกำยานมังกรพันปีที่ลอยอวลอยู่เบื้องพระพักตร์ กลิ่นทั้งสองช่างตัดกันราวฟ้ากับเหว ทว่ากลับกลมกลืนอย่างยิ่งในท้องพระโรงใหญ่แห่งวังหลวงเวลานี้
“คมดาบของเปิ่นหวางมิได้สังหารคนเพื่อความสะใจ… แต่เพื่อกวาดล้างขยะเปียกปูนที่หมักหมมในราชสำนักมาเนิ่นนานต่างหาก”
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวน้ำแข็งพันปีเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันชนิดที่แม้แต่เสียงเข็มตกพื้นก็ยังอาจได้ยิน ฉินอ๋อง—เซียวจ้าน ในอาภรณ์คลุมยาวปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิท ขลิบชายด้วยด้ายทองคำบริสุทธิ์ ประทับนั่งนิ่งสนิทบนเก้าอี้พยัคฆ์ทองคำ ดวงเนตรคมปลาบดุจเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองร่างโชกเลือดที่คุกเข่าเรียงรายอยู่เบื้องล่าง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านกดทับจนเหล่าขุนนางที่แปรพักตร์ต่างตัวสั่นเทา ดุจลูกนกตกอยู่ในอุ้งเล็บพญาอินทรี
มู่หว่านเอิน ยืนหยัดอยู่เคียงข้างบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในครานี้อย่างสง่างาม นางสวมอาภรณ์แพรต่วนสีแดงเพลิงปักลายหงส์สยายปีกด้วยด้ายไหมสีเงินยวง ขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องราวน้ำนมและดวงหน้าที่นิ่งสงบดั่งสระมรกตไร้ระลอกคลื่น ปิ่นหยกมันแพะบนมวยผมล้ำค่าสะท้อนแสงคบเพลิงวาววับ นางกวาดสายตาคมปลาบมอง ‘ลู่ซิ่วอิง’ และ ‘แม่ทัพเซียวฮ่าว’ ที่บัดนี้สภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก
อนุภรรยาผู้เคยเย่อหยิ่งลำพองใจในเรือนหลัง บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เครื่องประดับหลุดรุ่ย เส้นผมยุ่งเหยิงเปรอะเปื้อนคราบฝุ่นและโลหิต นางหวีดร้องในลำคอด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะพยายามคลานเข้ามาหาบุรุษที่นางเคยคิดว่าเป็นหลักพึ่งพิง
“ท่านแม่ทัพ… ท่านพี่ ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ! ท่านช่วยพูดอะไรกับท่านอ๋องที เร็วเข้าสิเจ้าคะ!”
ทว่า เซียวฮ่าว ในชุดเกราะทหารที่บัดนี้แตกหักและเปรอะเปื้อนคราบเลือด กลับนั่งคุกเข่าอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาแดงก่ำเหม่อลอย ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสำนึกระคนความโง่เขลาที่เพิ่งกระจ่างแจ้ง เขาหันไปมองสตรีที่ตนเคยหลงงมงายเชื่อฟังอย่างไร้สติ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาอย่างน่าสมเพช หยาดน้ำตาไหลพรากผสมปนเปกับรอยเลือดบนใบหน้า
“ช่วยหรือ… หึ… ฮ่าๆๆๆ ตัวข้าเองยังเอาตัวไม่รอด เจ้ายังกล้าหวังให้ข้าช่วยอีกหรือ สตรีสารเลว!” เซียวฮ่าวคำรามด้วยความเคียดแค้น ชี้หน้าลู่ซิ่วอิง “เพราะเจ้า! เพราะคำหวานและแผนชั่วของเจ้า ทำให้ข้าต้องสูญเสียทุกอย่าง… สูญเสียภรรยาผู้ประเสริฐ สูญเสียเกียรติยศ และทำลายตระกูลเซียวจนย่อยยับ!”
“ท่านพี่! ท่านกล้าโทษหม่อมฉันคนเดียวหรือ ไฉนตอนที่ท่านลุ่มหลงในเรือนหลังจึงไม่พูดเช่นนี้เล่า!” ลู่ซิ่วอิงแผดเสียงกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง สัญชาตญาณความชั่วร้ายตีกลับจนนางลืมสิ้นซึ่งความกลัว หันมาแว้งกัดสามีผู้โง่เขลาอย่างไม่ไว้หน้า “ท่านมันก็แค่บุรุษตาบอด หูเบา ไร้สัจจะ และโง่เขลาเบาปัญญา! สมควรแล้วที่ต้องพบจุดจบเช่นนี้!”
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบแก้วหูอย่างรุนแรงดังสนั่นท้องพระโรง เซียวฮ่าวตบหน้าลู่ซิ่วอิงจนร่างบางกระเด็นไปกระแทกกับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ ทว่าไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วย ทั้งสองยังคงจิกหัวตีกันอย่างน่าสมเพช ท่ามกลางสายตาเย้ยหยันของเหล่าขุนนางและทหารองครักษ์
มู่หว่านเอินทอดมองภาพนั้นด้วยแววตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความสงสารเวทนา ไร้ซึ่งความโกรธแค้นหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเยือกเย็นดั่งสายน้ำฤดูใบไม้ร่วง นางก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าทีละน้อย เสียงรองเท้าผ้าปักลายกระทบพื้นหินดังกังวานเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกาทรายแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลังให้กับชีวิตของคนทั้งคู่
“พวกเจ้าต่างหากที่เลือกเส้นทางนี้เอง” น้ำเสียงใสดุจแก้วเจียระไนเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา ทว่ากลับทรงพลังจนทุกคนต้องเงี่ยหูฟัง “ความโลภและความริษยาคือน้ำหล่อเลี้ยงให้วัชพืชพิษเติบโตในใจ ในเมื่อพวกเจ้ากล้าลงมือหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความฉิบหาย ย่อมต้องกล้าพอที่จะลิ้มรสชาติผลผลิตอันขื่นขมในวันนี้ด้วย”
ลู่ซิ่วอิงเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยความอาฆาตมาดร้าย พยายามตะเกียกตะกายเข้ามาหมายจะคว้าชายกระโปรงสีแดงเพลิงของมู่หว่านเอิน “มู่หว่านเอิน! นังสารเลว! เจ้ามันปีศาจ! เจ้ากลับมาเพื่อล้างแค้น… เจ้าจงใจเหยียบย่ำพวกเราให้จมดิน!”
ฉับพลัน!
ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของลู่ซิ่วอิงจะแตะโดนชายผ้า แสงประกายสีเงินวาววับก็พุ่งแหวกอากาศปักลงที่พื้นหินห่างจากนิ้วนางเพียงครึ่งชุน ปลายกระบี่คมกริบขององครักษ์เงาจ่อติดผิวเนื้อจนเลือดซึมออกมา เซียวจ้านมิได้ขยับกายแม้แต่น้อย เขานั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบาย ทว่าสายตาที่มองลู่ซิ่วอิงนั้นเย็นชาไร้ชีวิตชีวา ราวกับกำลังมองมดปลวกใต้ฝ่าเท้า
“หากรนหาที่ตายด้วยการแตะต้องนาง… เปิ่นหวางจะตัดนิ้วนั้นทิ้งเสีย ก่อนจะส่งพวกเจ้าไปทรมานในคุกใต้ดินเจ็ดชั้น” สุ้มเสียงดุดันทรงอำนาจกดดันจนลู่ซิ่วอิงหดมือกลับแทบไม่ทัน นางซบหน้าลงกับพื้นร่ำไห้คร่ำครวญอย่างหมดหนทาง
เซียวจ้านผินพักตร์กลับมามองสตรีข้างกาย แววตาดุดันและเย็นชาเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกอย่างน่าประหลาด มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของมู่หว่านเอินขึ้นมาลูบไล้อย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่ามือคู่นี้จะเปื้อนเขม่าควันแห่งสงคราม
“เหนื่อยแล้วหรือไม่ หว่านเอิน” น้ำเสียงที่เอ่ยกับนางช่างอ่อนโยนและแตกต่างจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับดิน
มู่หว่านเอินแย้มรอยยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มจนบุรุษทั่วทั้งท้องพระโรงแทบลืมหายใจ “ไม่เลยเพคะ ท่านอ๋อง… การชำระบัญชีแค้นให้กระจ่างแจ้งเช่นนี้ ย่อมทำให้จิตใจปลอดโปร่งโล่งสบายยิ่งนัก ยิ่งได้เห็นสุนัขจนตรอกกัดกันเอง ยิ่งเพลิดเพลินเจริญใจกว่าการฟังดนตรีบรรเลงเสียอีกเพคะ”
คำกล่าวเปรียบเปรยที่เฉียบคมและเลือดเย็นทำเอาขุนนางหลายคนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทว่าเซียวจ้านกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างพึงพอใจ เขายกมืออีกข้างขึ้นโอบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย แต่มู่หว่านเอินหาได้หลบเลี่ยงไม่ นางกลับเอนกายพิงแผ่นอกกว้างนั้นอย่างสนิทสนม
ขันทีหลวงก้าวเท้าเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ ในมือประคองราชโองการม้วนสีเหลืองทองประทับตราหยก
“ประกาศพระราชโองการ!” เสียงแหลมสูงดังขึ้น ทว่ายังไม่ทันที่ขันทีจะได้คลี่ม้วนกระดาษออกอ่านจนจบสิ้น ประตูบานใหญ่แห่งท้องพระโรงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามืออันทรงพลังของใครบางคน
ฝุ่นควันและลมพายุยามค่ำคืนพัดกรรโชกเข้ามาวูบใหญ่ พร้อมกับร่างของบุรุษในชุดคลุมนักพรตสีขาวสะอาดตา ผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเซียวจ้านราวกับพิมพ์เดียวกัน ทว่าแววตาทอประกายความเหี้ยมเกรียมและรอยยิ้มเยาะหยันที่ฉาบอยู่มุมปาก ทำให้บรรยากาศในห้องพลิกคว่ำในชั่วพริบตา
“เสด็จพี่… ทรงกวาดล้างกบฏในเมืองหลวงจนหมดสิ้นแล้วกระนั้นหรือ? ช่างขยันขันแข็งเสียจริง…”
บุรุษปริศนากล่าวขึ้น พร้อมกับสะบัดแขนเสื้อ ปรากฏขวดหยกสีเขียวมรกตขนาดเล็กกลิ้งหล่นลงกระทบพื้นหิน กลิ่นหอมหวานประหลาดตลบอบอวลขึ้นมาแทนที่กลิ่นคาวเลือดทันที
มู่หว่านเอินหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจกระตุกวาบเมื่อสัมผัสได้ถึงชีพจรที่ผิดปกติของตนเองและพลังปราณที่เริ่มติดขัดในร่างกาย
นางเหลียวมองขวดหยกนั้น ก่อนจะตระหนักได้ว่า… สิ่งที่พวกนางกวาดล้างไปเมื่อครู่ เป็นเพียงแค่ ‘เงา’ เท่านั้น!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาถึงตอนนี้นะคะ หงส์เพลิงหวนคืนสัญญาว่าจะพาทุกท่านไปพบกับความสะใจขั้นสุดในบทหน้าค่ะ!
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ•ตอนที่ 29
กวาดล้างกบฏให้สิ้นซาก
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!