ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ•ตอนที่ 27

วิกฤตเฉียดตายในวังหลวง

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
คมดาบกระทบกับพื้นหยกขาวส่งเสียงกรีดแหลมบาดแก้วหู กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมของกำยานมังกรชั้นดีในตำหนักไท่เหอ ราวกับทุ่งสังหารที่ถูกจำลองมาไว้ใจกลางราชสำนัก "ฮ่องเต้... ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงแก่ชราลงมากแล้ว ถึงเวลาที่มังกรควรคืนถ้ำและปล่อยให้พยัคฆ์หนุ่มได้ออกล่าเสียที" สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่เปี่ยมด้วยความทะเยอทะยานดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าต่วนสีดำปักด้ายทองลายห้าเล็บ องค์ชายรอง ‘เซียวจิ้ง’ ก้าวผ่านซากขันทีและองครักษ์ผู้จงรักภักดีที่นอนจมกองเลือดเข้ามาอย่างไร้ความปรานี ในมือของเขากุมกระบี่อาบโลหิตที่ยังหยดติ๋งลงบนพื้นกระเบื้องเคลือบ ปลายกระบี่นั้นชี้ตรงไปยังแท่นประทับมังกร ที่ซึ่งโอรสสวรรค์ประทับอยู่ด้วยพระพักตร์ซีดเซียวแต่ยังคงไว้ซึ่งพระ(สิริ)โฉมแห่งผู้กุมแผ่นดิน มู่หว่านเอินหลบอยู่หลังเสาต้นใหญ่สลักลายมังกรทองคู่ นางสวมอาภรณ์ปักด้ายเงินลายดอกเหมยสีขาวบริสุทธิ์ ตัดกับผ้าคลุมไหล่สีแดงเพลิงขับเน้นให้ใบหน้างามล้ำดุจภาพวาดนั้นดูเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นยิ่งขึ้น ในมือเรียวบางที่สวมปลายนิ้วทองคำฝังหยกเขียวซ่อนเข็มพิษโอสถไว้สามเล่ม ดวงตาดอกท้อหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด นางคำนวณจังหวะการเคลื่อนไหวของทหารยามนอกตำหนักและกองกำลังคุ้มกันที่เหลืออยู่ทุกฝีก้าว ราชสำนักในยามนี้เปรียบเสมือนหมากกระดานใหญ่ที่กำลังจะล่มสลาย องค์ชายรองคิดว่าตนเองคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้ว แต่เขาหลงลืมหมากตัวสำคัญไปตัวหนึ่ง... หมากที่เขาไม่มีวันคาดคิดว่ามันจะหวนกลับมาแว้งกัดในวินาทีชี้ตาย "เจ้า... ก่อกบฏอุกฉกรรจ์ คิดจะล้างโคตรตระกูลเซียวหรืออย่างไร!" ฮ่องเต้ทรงตรัสด้วยพระสุระเสียงแหบพร่าแต่องอาจ สมกับที่เป็นผู้ผ่านศึกสงครามมาค่อนชีวิต แม้พระวรกายจะถูกพิษเรื้อรังที่อนุภรรยาและขุนนางกังฉินแอบวางยามานานแรมปีก็ตาม "กบฏหรือพ่ะย่ะค่ะ? ผู้ชนะย่อมเป็นฮ่องเต้ ผู้แพ้ย่อมเป็นโจร ประวัติศาสตร์ย่อมถูกเขียนขึ้นโดยผู้กำชัยชนะ" องค์ชายรองแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม ยกกระบี่ขึ้นหมายจะปลิดชีพพระบิดาเพื่อคว้าพระราชโองการสละราชสมบัติที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังบัลลังก์ *ฉับพลัน!* ก่อนที่คมดาบจะทันได้สัมผัสฉลองพระองค์ ประตูบานใหญ่แกะสลักลายวิจิตรของตำหนักไท่เหอก็ถูกระเบิดออกด้วยแรงมหาศาล! เศษไม้กระจัดกระจายราวกับใบไม้ร่วง ท่ามกลางฝุ่นตลบและแสงอาทิตย์ยามอัสดงที่สาดส่องเข้ามา เงาร่างหนึ่งในชุดเกราะสีดำทมิฬประดับลวดลายหมาป่าโลหิตก้าวเข้ามา ราวกับยมทูตที่เดินออกมาจากขุมนรก เซียวจ้าน! ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นและดุร้าย ไร้ความปรานี ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องโถงเพียงชั่วพริบตา รัศมีสังหารแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนทหารกบฏหลายนายถึงกับเข่าอ่อนด้วยความหวาดกลัว ม้าศึกคู่ใจอาจจะไม่ได้วิ่งเข้ามาในตำหนัก แต่มือที่กำกระบี่ประจำกายของเขานั้นชุ่มโชกไปด้วยเลือดของกองกำลังพิทักษ์เมืองหลวงที่บังอาจมาขวางทาง "องค์ชายรอง... ฝ่าบาททรงเป็นพระบิดาของท่าน เหตุใดจึงรีบร้อนส่งพระองค์ไปปรโลกนักเล่า" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่กดดันจนแทบหยุดหายใจดังขึ้น เซียวจ้านก้าวเข้ามาเคียงข้างมู่หว่านเอิน สายตาที่เคยเย็นชาไร้หัวใจเมื่อทอดมองสตรีข้างกายกลับอ่อนแสงลงวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมโหดอำมหิตเมื่อหันไปจ้องมององค์ชายรอง "เซียวจ้าน! เจ้า... เจ้าควรจะติดพันอยู่กับกองทัพชายแดนเหนือ เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้!" องค์ชายรองหน้าถอดสี ก้าวถอยหลังไปสามก้าว มู่หว่านเอินยกย่องเรียวปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน นางก้าวออกมาจากเงาเสา ประสานมือทำความเคารพตามธรรมเนียมด้วยท่าทางสง่างามไร้ที่ติ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ทูลองค์ชายรอง... แผนการซ่อนกองกำลังในค่ายทหารรักษาราชธานีของท่าน ช่างแนบเนียนยิ่งนักเพคะ น่าเสียดายที่ท่านมองข้ามสตรีตัวเล็กๆ อย่างหม่อมฉันไป... และลืมไปว่า วิชาแพทย์ที่หม่อมฉันร่ำเรียนมา ไม่เพียงแต่รักษาคนให้หายตายได้ แต่ยังรู้ดีว่ายาพิษชนิดใดที่ทำให้คนสูญเสียการควบคุมสติได้เร็ที่สุด" คำพูดของนางเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ องค์ชายรองเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก "เจ้า... นังสารเลว มู่หว่านเอิน เป็นฝีมือเจ้าที่สับเปลี่ยนยาระงับประสาทในตำหนักใน!" "เพคะ เป็นหม่อมฉันเอง" มู่หว่านเอินตอบรับอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาดอกท้อเป็นประกายระยับด้วยความสะใจ "ท่านร่วมมือกับลู่ซิ่วอิงวางแผนชั่วช้าในอดีต รังแกและเหยียบย่ำหม่อมฉันสารพัด คิดว่าชาตินี้หม่อมฉันจะยอมก้มหัวให้พวกท่านเหยียบย่ำซ้ำสองหรือ? ฝันไปเถอะเพคะ!" เซียวจ้านเหลือบมองภรรยาในนามที่บัดนี้กลายเป็นยอดกุนซือผู้พลิกสถานการณ์ มุมปากหนายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเอ็นดูระคนชื่นชมในความร้ายกาจของนาง ช่างน่าหลงใหล... สตรีของเขาผู้คุมหมากกระดานนี้ไว้ในกำมืออย่างสมบูรณ์แบบ "ทหาร!" เซียวจ้านสะบัดมือเพียงครั้งเดียว กองกำลังทหารรักษาพระองค์และกองทัพพยัคฆ์ทมิฬนับพันนายก็แห่กรูเข้ามาปิดล้อมตำหนักไท่เหอไว้อย่างแน่นหนา ไม่มีทางหลบหนี ไม่มีทางรอดชีวิต "ฆ่ามันให้หมด! ใครขัดขวางฆ่าไม่เว้น!" ท่านอ๋องออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดดุจน้ำแข็งพันปี การต่อสู้ในตำหนักไท่เหอบังเกิดขึ้นอย่างดุเดือด เลือดสาดกระเซ็นย้อมพื้นหยกขาวให้กลายเป็นสีชาด กลิ่นอายความตายและกลิ่นคาวเลือดอบอวลไปทั่วทุกอณูอากาศ มู่หว่านเอินยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของสามี อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงลมจากการต่อสู้โดยไม่มีแม้แต่หยดเลือดแปดเปื้อน ทว่า... ในวินาทีที่สถานการณ์ทุกอย่างกำลังจะสงบลง และองค์ชายรองกำลังถูกจับกุมคุกเข่าอยู่เบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้ ขันทีสนิทคนหนึ่งที่หมอบอยู่กับพื้นแสร้งทำเป็นตาย จู่ๆ ก็ดีดตัวขึ้นพุ่งเข้าหาฮ่องเต้พร้อมกับกริชอาบยาพิษสีเขียวเข้มในมือ! "เสด็จพ่อระวัง!" มู่หว่านเอินอุทานเสียงหลง ร่างระหงพุ่งตัวออกไปหมายจะเอาตัวเข้าขวาง แต่ทว่าความเร็วนั้นยังช้ากว่าเงาร่างสีดำสนิทของเซียวจ้านที่ตวัดดาบตัดร่างขันทีทรยศขาดเป็นสองท่อนในดาบเดียว! เลือดสดๆ สาดกระเซ็นถูกพระพักตร์ฮ่องเต้และอาภรณ์ของมู่หว่านเอิน ทว่า... ท่ามกลางความชุลมุนนั้น สายตาของมู่หว่านเอินกลับเหลือบไปเห็นกระดาษม้วนเล็กที่หลุดร่วงออกจากแขนเสื้อของขันทีทรยศ นางก้มลงหยิบมันขึ้นมาคลี่ออกดูเพียงแวบเดียว... สีหน้าของสตรีผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด กลับซีดเผือดลงทันที ดวงตาดอกท้อเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นลายมือที่คุ้นเคยบนกระดาษแผ่นนั้น *นี่มัน... ตราประทับลับของตระกูลเซียว และลายมือของแม่ทัพเซียวฮ่าวอดีสามีสารเลวของนาง!* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาถึงตอนนี้นะคะ หงส์เพลิงหวนคืนสัญญาว่าจะพาทุกท่านไปพบกับความสะใจขั้นสุดในบทหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%