ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ•ตอนที่ 3

หลักฐานมัดตัวที่ไม่1อาจดิ้นหลุด

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
เสียงกรับไม้เนื้อจันทน์แดงที่ฟาดลงบนโต๊ะไม้แกะสลักอย่างหนักหน่วงในห้องโถงใหญ่ของจวนแม่ทัพ มิได้ทำให้มู่หว่านเอินสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงปรายหางตามองกระดาษสาแผ่นบางที่ถูกปัดปลิวตกลงแทบเท้า ดุจดั่งมองเศษใบไม้แห้งที่ไร้ค่าในฤดูสารท “มู่หว่านเอิน เจ้าเสียสติไปแล้วหรือไร! ถึงกล้ากล่าวหาซิ่วอิงด้วยข้อหาร้ายแรงเช่นนี้!” สุ้มเสียงของแม่ทัพเซียวฮ่าวผู้เป็นสามีเต็มไปด้วยโทสะและ1ความรังเกียจเดียดฉันท์ เขายืนค้ำหัวนางด้วยร่างอันกำยำในชุดเกราะทหารที่ยังไม่ทันได้ถอด กลิ่นอายสนามรบและคาวเลือดคละคลุ้งระคนกับกลิ่นสุรา ยิ่งขับเน้นความโง่เขลาเบาปัญญาที่ถูกครอบงำด้วยตัณหาให้เด่นชัดขึ้นไปอีก เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างนั้น ลู่ซิ่วอิงอนุภรรยาร่างบอบบางในอาภรณ์ผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชมพูอ่อน กำลังซ่อนหยาดน้ำตาไว้ด้วยท่าทีน่าเวทนา นางซบหน้าลงกับแขนเสื้อราวกับสตรีผู้ถูกรังแกจนไร้ที่ and1พึ่งพิง ทว่าริมฝีปากที่แย้มยิ้มหยันยามที่เซียวฮ่าวหันหลังให้ กลับไม่1อาจรอดพ้นจากดวงตาคู่คมกริบดุจดั่งกระจกแก้วเจียระไนของมู่หว่านเอินไปได้ “ข้าเสียสติ หรือท่านต่างหากที่ตาบอดจนยอมให้งูพิษสวมรอยเป็นปักษา” มู่หว่านเอินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเยือกเย็นราวจับขั้วหัวใจ นางค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์ผ้าแพรต่วนสีม่วงเข้มปักด้ายทองลายหงส์กางปีกขยับไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหว ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยสง่าราศีของสตรีสูงศักดิ์ที่สะกดให้บรรยากาศในห้องโถงพลنينเงียบกริบลงทันตาเห็น นางก้มลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยปลายนิ้วเรียวงามที่สวมปลอกเล็บทองคำประดับไข่มุก ก่อนจะคลี่มันออกต่อหน้าสามี “ท่านแม่ทัพโปรดดูให้ชัด... นี่คือสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายของเรือนใหญ่ตลอดสามปีที่ผ่านมา และนี่คือตราประทับประจำตัวของอนุภรรือลู่ซิ่วอิง ที่บังอาจแอบอ้างลายมือข้า ยักยอกเงินสินเดิมของมารดาข้าไปซื้อที่ดินสามแปลงทางตะวันตกของเมืองหลวง รวมถึงตั๋วแลกเงินที่ถูกโอนเข้าบัญชีของบิดานางใน1เมืองอี้โจว” เซียวฮ่าวขมวดคิ้วมุ่น แม้เขาจะไม่ประสีประสาเรื่องการจัดการเรือนหลัง แต่วงเงินมหาศาลที่ระบุไว้ในตัวเลขเหล่านั้นกลับทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ “เหลวไหล! ซิ่วอิงจะเป็นคนเช่นนั้นได้อย่างไร นางเป็นคนจิตใจอ่อนโยน...” “จิตใจอ่อนโยนหรือ?” มู่หว่านเอินหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยการเยาะหยันตนเองในอดีต “เช่นนั้นท่านอธิบายสิ่งนี้ซิ” นางโยนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดลงบนพื้นแตกกระจาย กลิ่นหอมหวานประหลาดโชยขึ้นมาแตะจมูก ทว่าผู้ที่มีความรู้ด้านพิษวิทยาอย่างลึกซึ้งย่อมรู้ดีว่า กลิ่นหอมหวานนี้คือกลิ่นของ ‘ผงบุปผาพันลี้’ พิษเรื้อรังที่จะค่อยๆ กัดกร่อนอวัยวะภายในของสตรีให้แห้งเหือดทีละน้อย จนกระทั่งสิ้นใจคล้ายคนป่วยตายโดยไม่1มีร่องรอย “หมอหลวงจ้าวเพิ่งมาตรวจชีพจรให้ข้าเมื่อยามอู่ที่ผ่านมา และพบว่าในใบชาที่อนุภรรือลู่ชงให้ข้าดื่มทุกเช้า... มีพิษชนิดนี้ผสมอยู่ไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น ในห้องนอนของนางยังมีกากยาชนิดเดียวกันนี้ซุกซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้กระดาน หากท่านไม่เชื่อ เชิญส่งคนไปค้นเรือนบุปผาเหมันต์เดี๋ยวนี้เลยสิคะ!” คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดกรีดลงบนความจริง ทำให้สีหน้าของลู่ซิ่วอิงเปลี่ยนเป็นซีดขาวดุจกระดาษ นางทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น คว้าชายเสื้อของเซียวฮ่าวไว้แน่นพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลพรั่งพรู “ท่านพี่... ท่านพี่อย่าได้หลงเชื่อคำพูดไร้สาระของฮูหยินเลยนะคะ! นาง... นางเกลียดชังหม่อมฉัน นางจึงกุเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายหม่อมฉันเพคะ!” เสียงสะอื้นไห้ปะปนกับความตื่นตระหนกทำให้เซียวฮ่าวเริ่มลังเล สายตาของเขาเหลือบมองระหว่างภรรยาหลวงผู้สงบนิ่งกับอนุภรรยาผู้แสนน่าสงสาร ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ประตูห้องโถงใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยพลังลมอันรุนแรง ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรเงินดิ้นทองก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็น กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนเหล่าบ่าวไพร่ต่างพากันคุกเข่าลงหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว ฉินอ๋อง เซียวจ้าน เสด็จมาแล้ว! ดวงเนตรคมกราดดุจพญาอินทรีกวาดตามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรำคาญพระMใจ ก่อนที่สายพระเนตรจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างระหงของมู่หว่านเอิน รอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาปรากฏขึ้นที่มุมพระoษ์ “ดูท่าทางจวนแม่ทัพในวันนี้จะครึกครื้นยิ่งนัก ถึงกับต้องตัดสินคดีความกันกลางห้องโถงเชียวหรือ” สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำเอาเซียวฮ่าวต้องรีบประสานมือคำนับด้วยความตื่นตระหนก “ถวายบังคมท่านอ๋อง... กระผม1ไม่คาดคิดว่าเรื่องภายในเรือนจะรบกวนเบื้องพระพักตร์...” เซียวจ้านมิได้สนใจเซียวฮ่าวแม้แต่น้อย พระบาทก้าวข้ามผ่านเศษกระเบื้องแตกมาหยุดยืนเคียงข้างมู่หว่านเอินอย่างถือวิสาสะ พระหัตถ์หนายื่นไปปัดเศษฝุ่นที่มองไม่เห็นบนไหล่ของนางอย่างแผ่วเบา ท่าทางสนิทสนมเกินพิกัดนี้ทำเอาทุกคนในห้องโถงถึงกับอ้าปากค้าง “ฮูหยินมู่กล่าวถูกต้องทุกประการ” เซียวจ้านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังอำนาจจนไม่มีใครกล้าขัด “เพราะเปิ่นหวางเป็นผู้ส่งคนไปสืบเรื่องบัญชีลับและกากยาพิษในเรือนบุปผาเหมันต์นั้นมามอบให้นางเอง... แม่ทัพเซียว ท่านว่าคนชั่วที่กล้าลอบวางยาภรรยาเอก และยักยอกทรัพย์สินราชสำนักเช่นนี้ สมควรได้รับโทษเช่นไร?” คำพูดประโยคเดียวดึง1สติของเซียวฮ่าวให้หลุดลอย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด หันไปมองอนุภรรยาข้างกายที่บัดนี้ใบหน้าไร้สีเลือดสิ้นเชิง ทว่า ก่อนที่เซียวฮ่าวจะได้เอ่ยปากแก้ตัวอันใด สายตาดุดันของเซียวจ้านก็หันมาประสานกับดวงตากลมโตคู่สวยของมู่หว่านเอิน พระองค์โน้มพระวรกายลงกระซิบข้างพระโอษฐ์ของนางด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน *“จัดการคนในเรือนของเจ้าเสร็จแล้ว... สนใจไปดื่มชาหารือเรื่องทะเบียนสมุดหย่ากับเปิ่นหวางที่ตำหนักอ๋องเลยดีหรือไม่เล่า ฮูหยินน้อย?”* หงส์เพลิงหวนคืนขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความแค้นอันงดงามนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%