ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ•ตอนที่ 2

ถ้วยชาผสมพิษสะท้านจวน

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่มีเพียงมู่หว่านเอินเท่านั้น—ผู้เคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง—สัมผัสได้ถึงมัน "ดูท่า... เปิ่นหวางจะมาขัดจังหวะการแสดงงูพิษรังแกหงส์ฟ้าเข้าเสียแล้วกระมัง?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงหินบดกันในหุบลึกดังขึ้นที่หน้าประตูเรือนประดับมุก ฉินอ๋องเซียวจ้านก้าวเข้ามาท่ามกลางเงาแสงอัสดงที่ทาบทับอาภรณ์ปักด้ายทองลายพยัคฆ์ทะยานเมฆา รัศมีอำนาจกดดันแผ่ซ่านจนเหล่าบ่าวไพร่ต่างหมอบราบลงกับพื้นโดยมิกล้าแม้แต่จะหายใจแรง แว่นแคว้นนี้ผู้ใดไม่รู้บ้างว่าบุรุษผู้นี้คือพญายมแห่งแดนเหนือ ผู้กุมกองทัพพิทักษ์ชายแดนสามแสนนายไว้ในกำมือ ความดุร้ายและเยือกเย็นของเขานั้นเลื่องลือยิ่งกว่ากฎอัยการศึก ทว่าในยามนี้ สายตาคมปลาบดุจใบมีดโกนของท่านอ๋องกลับหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางในชุดผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชาดของมู่หว่านเอิน นางไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย รอยยิ้มประดับมุมปากยังคงงดงามเยือกเย็นดั่งภาพวาดเซียนผู้สูงส่ง "ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันเพียงกำลังรับรองแขกผู้มีเกียรติด้วย ‘น้ำใจ’ อันล้ำค่าต่างหากเล่าเพคะ" มู่หว่านเอินย่อกายลงทำความเคารพอย่างได้สัดส่วนตามธรรมเนียมราชสำนักทุกกระเบียดนิ้ว ท่วงท่าสง่างามไร้ที่ติ ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างนางกับสตรีอีกนางหนึ่งที่กำลังหน้าซีดเผือด ลู่ซิ่วอิงกำชายเสื้อสีฟ้าอ่อนของตนแน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจนางเต้นระส่ำระส่ายดั่งกลองศึก นางไม่คาดคิดว่าฉินอ๋องผู้เยือกเย็นและไม่เคยใส่ใจเรื่องในเรือนหลังของผู้ใด จะก้าวย่างมาถึงเรือนชั้นในของแม่ทัพเซียวในยามวิกาลเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้น สายตาที่เขามองมู่ห... นเอิน... มิใช่สายตาของคนนอกที่ผ่านมาพบเห็น หากแต่เป็นสายตาของพญาอินทรีที่กำลังปกป้องเหยื่อในกรงเล็บของตนจากสุนัขจิ้งจอก "น้ำใจหรือ?" เซียวจ้านแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังมู่หว่านเอินอย่างถือวิสาสะ กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังโอบล้อมร่างนางไว้จางๆ "กลิ่นผงโอสถ 'มิต้องหวนคืน' ลอยคละคลุ้งออกมาไกลถึงนอกเรือนขนาดนี้ เกรงว่าน้ำใจของฮูหยินรองลู่ผู้นี้ คงไม่ใช่ชาต้อนรับแขกธรรมsดาเสียแล้วกระมัง" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องโถงก็พลันเย็นเยียบลงจนแทบแช่แข็ง ลู่ซิ่วอิงทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น เหงื่อกาฬไหลซึม1 เม็ดพรั่งพรูลงตามกรอบหน้า นางรีบเงยหน้าขึ้นพร้อมน้ำตาคลอเบ้า แววตาคู่นั้นฉายแววหวาดกลัวและออดอ้อนอย่างถึงที่สุด สมกับเป็นมารยาที่ใช้มัดใจแม่ทัพเซียวฮ่าวมานักต่อนัก "ทะ... ท่านอ๋องโปรดทรงความเป็นธรรมด้วยเพคะ!" ลู่ซิ่วอิงสะอื้นไห้จนตัวโยน "หม่อมฉัน... หม่อมฉันเพียงแต่นำน้ำชามาขอขมาพี่หญิงด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่พี่หญิงกลับ... กลับบังคับให้หม่อมฉันดื่มชาถ้วยนั้นแทน หม่อมฉันเป็นเพียงอนุภรรยาตัวเล็กๆ ไหนเลยจะกล้าใส่ยาพิษพี่หญิงเพคะ!" คำแก้ตัวอันน่าสมเพชนี้ หากเป็นเซียวฮ่าวผู้โง่เขลาคงหลงกลไปนานแล้ว แต่นี่คือฉินอ๋อง และนี่คือมู่หว่านเอิน ผู้ซึ่งมองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งของความชั่วร้าย มู่หว่านเอินมิได้ร้อนรน นางเพียงยกถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวนวลลายครามขึ้นมาหมุนเล่นช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวตัดกับสีเขียวเข้มของน้ำชาภายในถ้วยได้อย่างงดงาม "น้องรองเอ๋ย น้องรอง..." มู่หว่านเอินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงกระดูกดำ "เจ้าบอกว่านี่คือน้ำชาขอขมาความผิดที่เจ้าเคยล่วงเกินข้าในอดีต แต่เหตุใด... กลิ่นของดอกอวี้หลานที่ผสมอยู่ในใบชา ถึงได้กลบกลิ่นของ 'ผงสลายวิญญาณร้อยวัน' ไม่มิดเล่า?" ชื่อตัวยาอันร้ายกาจทำให้ลู่ซิ่วอิงสะดุ้งเฮือก หน้าถอดสีจนขาวซีดราวกระดาษ "ผงสลายวิญญาณร้อยวัน" เป็นพิษหายากจากดินแดนทางใต้ ผู้ที่ดื่มเข้าไปจะไม่ตายในทันti แต่พิษจะค่อยๆ กัด 0 ร่อนเส้นลมปราณและอวัยวะภายในทีละน้อยจนกระทั่งตายอย่างทรมานภายในร้อยวัน รอยโรคจะคล้ายคลึงกับอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง จนไม่มีหมอหลวงคนใดสามารถตรวจสอบพบร่องรอยการวางยาได้! ในชาติที่แล้ว นางก็โดนพิษชนิดนี้เล่นงานจนสิ้นใจอย่างโดดเดี่ยวบนเตียงนอนที่หนาวเหน็บ! ดวงตาหงส์ของมู่หว่านเอินวาวโรจน์ด้วยประกายเพลิงแห่งการแก้แค้น แต่นางเก็บซ่อนมันไว้อย่างมิดชิดภายใต้รอยยิ้มอ่อนหวาน "ในเมื่อเจ้ายืนกรานหนักหนาว่าชานี้ไร้พิษภัย และนำมาด้วยความ 'บริสุทธิ์ใจ'..." มู่หว่านเอินลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายอาภรณ์ปักด้ายทองกวาดผ่านพื้นผิวไม้ขัดมันอย่างสง่างาม นางก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสั่นเทาของลู่ซิ่วอิง ก่อนจะย่อตัวลงโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิิบบริเวณข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "เช่นนั้น... เหตุใดเจ้าจึงไม่ดื่มมันให้ข้าดูเป็นขวัญตาเล่า?" "พี่... พี่หญิง..." ลู่ซิ่วอิงส่ายหัวรัวๆ ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาไม้แกะสลัก "หม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่ดื่ม..." "อ้าว? เมื่อครู่เจ้ายังบอกว่าบริสุทธิ์ใจ มิใช่หรือ?" มู่หว่านเอินแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ มือเรียวบางเอื้อมไปคว้าคางของลู่ซิ่วอิง บังคับให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นสบตา บังคับด้วยเรี่ยวแรงที่เด็ดเดี่ยวและไร้ความปราณีจนลู่ซิ่วอิงต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด "คนบริสุทธิ์ย่อมไม่กลัวเงาของตนเอง ไฉนเลยอนุรองผู้สูงส่งเช่นเจ้า ถึงตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำเช่นนี้เล่า?" "ปล่อยนะ! เจ้ากล้าดีอย่างไร..." ลู่ซิ่วอิงกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจลืมตัว ลืมสิ้นมารยาและฐานะอนุภรรยาผู้เรียบร้อย "เปิ่นหวางบอกให้ดื่ม... เจ้าก็ควรจะดื่ม" เสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจดังแทรกขึ้นมาทันที เซียวจ้านก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับใช้ปลายนิ้วหนาดันถ้วยชาในมือของมู่หว่านเอินให้จ่อชิดริมฝีปากของลู่ซิ่วอิงโดยไม่ต้องออกแรงมาก ดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมเยือกเย็น "หรือว่าเจ้าอยากจะให้เปิ่นหวางสั่งให้ทหารนอกเรือนเข้ามาช่วย 'กรอก' มันลงไปให้หมดถ้วย?" "ไม่นะเพคะ! ท่านอ๋อง! แม่ทัพ... แม่ทัพช่วยด้วย!" ลู่ซิ่วอิงแผดเสียงร้องขอความช่วยเหลือสุดชีวิต นางรู้ดีว่าหากยานี้ตกถึงท้องตนเอง นางจะต้องหาทางแก้พิษไม่ทันอย่างแน่นอน! ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดก็ดังขึ้นจากนอกเรือน "1หยุดมือเดี๋ยวนี้! พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันในเรือนของข้า!" แม่ทัพเซียวฮ่าว ในชุดเกราะสนามครึ่งท่อน ใบหน้าคมคายบึ้งตึงด้วยความโกรธเกรี้ยว พังกjรประตูห้องโถงเข้ามาด้วยท่าทีดุร้าย ด้านหลังของเขาคือบ่าวไพร่และสาวใช้ที่วิ่งตามมาแทบไม่ทัน ภาพที่เซียวฮ่าวเห็นตรงหน้าคือ ฉินอ๋องผู้สูงศักดิ์กำลังยืนประชิดตัวภรรยาเอกของตน โดยมีมู่หว่านเอินกำลังใช้มือบีบคางอนุรักของเขา และมีถ้วยน้ำชาจ่ออยู่ริมฝีปากของลู่ซิ่วอิงที่กำลังร้องไห้ปริ่มจะขาดใจ เลือดในกายของเซียวฮ่าวพุ่งพล่านด้วยความหึงหวงและโทสะที่ถูกหยามเกียรติ เขาชักกระบี่ออกจากฝักเสียงดัง *กริ๊ง* ปลายกระบี่คมกริบชี้ตรงมาที่เซียวจ้านทันทีโดยไม่เกรงกลัวต่ออำนาจของท่านอ๋องผู้บัญชาการทหารสูงสุด! "ฉินอ๋อง! แม้ท่านจะมีอำนาจล้นฟ้า แต่การมารังแกสตรีที่ไม่มีทางสู้ถึงในเรือนของแม่ทัพเช่นนี้ มันไม่รังแกกันเกินไปหน่อยหรือ! และเจ้า... มู่หว่านเอิน! เจ้ามันสตรีใจอำมหิต ไร้คุณธรรม! รีบปล่อยซิ่วอิงเดี๋ยวนี้!" เซียวฮ่าวคำรามลั่น ดวงตาดำสนิทแดงก่ำด้วยความโกรธ โดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่า... รอยยิ้มที่มุมปากของมู่หว่านเอินในยามนี้ มิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับกัน... มันคือรอยยิ้มของพรานล่าสัตว์ ที่กำลังมองดูเหยื่อตัวโง่เขลาเดินเข้ามาติดกับดักที่นางวางไว้ด้วยความสมัครใจ มู่หว่านเอินค่อยๆ ปล่อยมือจากคางของลู่ซิ่วอิง นางหันไปสบตากับเซียวฮ่าว สามีผู้โง่เขลาเบื้องหน้าด้วยแววตาสมเพชเวทนา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของทุกคนในที่นั้น "ท่านพี่มาก็ดีแล้วเจ้าค่ะ..." มู่หว่านเอินก้าวถอยหลังไปยืนเคียงข้างกายเซียวจ้านอย่างสนิทสนม ราวกับนกอินทรีกับหงส์ฟ้าที่พึ่งพิงกัน "ในเมื่อท่านพี่บอกว่าข้ารังแกนาง เช่นนั้นท่านพี่ก็จงแสดงความ 'ยุติธรรม' ให้ข้าดูเป็นขวัญตา..." นางชี้ไปยังถ้วยชาในมือที่ยังมีควันลอยกรุ่น "ให้สามีผู้ทรงคุณธรรมเช่นท่าน... เป็นคนดื่มถ้วยชาต้อนรับนี้แทนอนุรักของท่าน... ด้วยตัวท่านเองเถอะเพคะ!" เซียวฮ่าวชะงักงัน กระบี่ในมือสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับแววตาที่เยียบเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลกของภรรยาที่ตนเคยเหยียบย่ำ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ประตูชั้นนอกของจวนแม่ทัพก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยพลังภายในอันมหาศาล พร้อมกับเสียงประกาศก้องกังวานของราชองครักษ์หลวงที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดหายใจ "ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! สั่งปลดแม่ทัพเซียวฮ่าวออกจากตำแหน่งชั่วคราว ข้อหา... สมคบคิดกับกบฏชายแดน!" --- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันลึกล้ำนี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้า หงส์เพลิงหวนคืน ค่ะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%