ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ•ตอนที่ 23

กำแพงในใจที่เริ่มสลาย

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรต้มยาสูตรโบราณคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นหมึกชั้นดีบนโต๊ะหนังสือไม้จันทน์หอม มู่หว่านเอินตวัดพู่กันขนหมาป่าลงบนกระดาษซวนจื่ออย่างมั่นคง ทุกรอยขีดเขียนล้วนเฉียบคมและแม่นยำดั่งหมากกลที่วางไว้บนกระดานแห่งความเป็นความตาย "แผนการขนย้ายเสบียงทหารผ่านค่ายกลค่ายอุดร... เจ้าตรวจสอบรอบสุดท้ายแล้วหรือยัง?" น้ำเสียงใสกังวานหากแต่ราบเรียบเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ทว่าไอร้อนจากกายแกร่งและกลิ่นอายสนิมเหล็กจางๆ ที่ติดตัวมานั้น ชัดเจนเสียยิ่งกว่าเงาสะท้อนในกระจกทองเหลือง เซียวจ้าน ฉินอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพพายัพผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและดุร้าย บัดนี้กลับมิได้แสดงท่าทีคุกคามดังเช่นวันวาน เขากลับก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังนางอย่างนุ่มนวล ร่างสูงใหญ่ทอดเงาโอบล้อมร่างระหงในอาภรณ์แพรต่วนสีเหมันต์ปักลายหงส์ทองดิ้นเงิน ปลายเรียวนิ้วสอบเอื้อมไปหยิบตำรับยาที่นางเพิ่งเขียนเสร็จขึ้นพินิจด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ "หากเป็นสิ่งที่เจ้าลงมือจัดการ ย่อมไม่มีคำว่าผิดพลาด" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ยามจำศีล เจือความอ่อนโยนเอาไว้จนแทบไม่เหลือเค้าลางของบุรุษผู้เคยเหยียบย่ำศัตรูจนจมธรณี เซียวจ้านโน้มตัวลงต่ำ ปลายคางของเขาเกยอยู่เหนือลาดไหล่มนของนางอย่างถือวิสาสะ ทว่ามู่หว่านเอินกลับมิได้ขัดขืน นางเพียงชะงักปลายพู่กันไปชั่วลมหายใจ ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวออกมาอย่างจำนนต่อความดื้อดึงของคนด้านหลัง หลายเดือนที่ผ่านมา... นับตั้งแต่รอดพ้นจากเงื้อมมือของอดีตสามีสารเลวอย่างแม่ทัพเซียวฮ่าว และแผนการล้างแค้นที่ค่อยๆ เด็ดปีกอนุภรรยาจิ้งจอกอย่างลู่ซิ่วอิงทีละข้าง กำแพงน้ำแข็งที่มู่หว่านเอินสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจดวงนี้ ค่อยๆ ถูกความมั่นคงดั่งหินผาของฉินอ๋องกัดเซาะจนพังทลายลงทีละน้อย ความรักของเขาไม่เคยเอ่ยคำหวานเลี่ยนหู ทว่ามันหนักแน่น ยืนหยัด และพร้อมจะกางปีกปกป้องนางจากพายุร้ายทั่วหล้า แม้ในยามที่นางเอ่ยปากว่าต้องการทวงคืนความยุติธรรมด้วยมือตนเอง เขากลับเป็นผู้ส่งมีดอาบยาพิษเล่มนั้นใส่มือให้นางด้วยรอยยิ้ม "ท่านอ๋องทรงใกล้ชิดหม่อมฉันเกินไปแล้วกระมัง หากผู้ใดมาเห็นเข้า เกรงว่าจะเอาไปนินทาว่าท่านถูกอนุชนตระกูลมู่ครอบงำจนเสียราชกิจ" มู่หว่านเอินเอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงติดตลก ดวงตาคู่คมดั่งหงส์เหลือบมองค้อนเล็กน้อย ทว่าสองแก้มกลับซับสีระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เซียวจ้านหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นสะเทือนอยู่ในอกแกร่ง มือหนาเลื่อนมาโอบรอบเอวคอดกิ่วของนางไว้หลวมๆ สัมผัสผ่านเนื้อผ้าแพรต่วนชั้นดี ชวนให้ใจเต้นระส่ำ "ให้พวกมันพูดไปเถอะ ต่อให้บัลลังก์นี้ล่มสลาย หรือใต้หล้าจะพลิกคว่ำ หากสตรีในดวงใจของเซียวจ้านผู้นี้ต้องการล้างบางใคร ข้าก็จะถือดาบนำหน้าเปิดทางให้... เจ้าอยากให้เลือดของใครนองแผ่นดินอีกเล่า หว่านเอิน?" คำพูดที่เปี่ยมด้วยอำนาจและท2แสนอันตรายนั้น กลับทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของมู่หว่านเอินกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาจนถึงขั้วหัวใจ นางวางพู่กันลง หมุนตัวกลับเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้ชิดจนได้กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ ดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นสบกับดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญา นางเอื้อมมือเรียวขาวราวหยกสลักขึ้นสัมผัสรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมพระbปรางค์ของเขา สัมผัสนั้นแผ่วเบาและเปี่ยมด้วยความอาทรที่ซ่อนเร้นมานาน "ท่านไม่ต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อหม่อมฉันทุกครั้งหรอกเพคะ..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา ความรู้สึกผิดบาปจากอดีตชาติที่เคยโดนหักหลังและทอดทิ้งยังคงหลงเหลือเป็นรอยแผลในความทรงจำ แต่วันนี้... นางกล้าพอที่จะเชื่อใจบุรุษผู้นี้แล้ว เซียวจ้านจับมือนุ่มที่สัมผัสใบหน้าของเขาขึ้นมาจูบเบาๆ ที่หลังมือ ดวงตาคู่นั้นทอประกายล้ำลึกและจริงจังยิ่งกว่าครั้งใด "ข้าไม่ได้แลกเพื่อเจ้าคนเดียว หว่านเอิน... ข้าทำเพื่ออนาคตของเรา ต่างหาก" ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังผสานใจเป็นหนึ่งเดียว เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับสายฟ้าแลบก็ดังขึ้นจากนอกตำหนัก ขัดจังหวะความเงียบสงบในยามค่ำคืนอย่างไม่ไว้หน้า "กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขององครักษ์เงาประจำกายตะโกนรายงานผ่านม่านมุกเข้ามาด้วยความร้อนรน น้ำเสียงนั้นสั่นเครือจนผิดวิสัยคนสนิทผู้ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชน เซียวจ้านขมวดคิ้วมุ่น ความเยือกเย็นดุร้ายกลับมาทาบทับใบหน้าคมคายในทันที เขาผละจากมู่หว่านเอินเพียงครึ่งก้าว ยืนบังร่างนางไว้โดยสัญชาตญาณ "เข้ามา พูด!" ร่างขององครักษ์พุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า "แม่ทัพเซียวฮ่าว... แอบนำกำลังทหารนอกค่ายบุกเข้ามาถึงเขตชายแดนเมืองหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และ... และพวกมันไม่ได้มามือเปล่า" มู่หว่านเอินหรี่ตาลงทันที ประกายตาดุจดั่งคมมีดวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง ความแค้นที่ฝังรากลึกกำลังถูกกระตุ้นให้เดือดพล่าน "มันกล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ลำพังแค่แม่ทัพตกอับไร้สมองเช่นนั้น ไยจึงกล้าบุกรุกเมืองหลวงยามวิกาล?" "มิใช่แค่นั้นพ่ะย่ะค่ะ..." องครักษ์เงากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นรายงานความจริงที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบลงถึงขีดสุด "มันนำ 'ราชโองการลับ' ที่อ้างว่าเป็นพระราชประสงค์ของฮ่องเต้มาด้วย ในนั้นระบุว่า... พระราชทานสมรสครั้งใหม่ โดยให้ 'คุณหนูรองตระกูลลู่' หรือก็คืออนุอิงที่ถูกขับไล่ กลับมาดำรงตำแหน่งฮูหยินเอกของแม่ทัพเซียวฮ่าวอีกครั้ง และมีคำสั่งให้ท่านอ๋อง... ส่งตัวพระชายามู่หว่านเอินกลับไปรับโทษฐานหมิ่นเกียรติวงศ์ตระกูล!" สิ้นคำรายงานนั้น รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างของเซียวจ้านทันที อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงราวกับตกอยู่ในเหมันต์ฤดู นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวฉายแววฆ่าฟันที่น่ากลัวที่สุดในรอบหลายปี ทว่ามู่หว่านเอินกลับมิได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่งดงามและอันตรายที่สุด นางเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตากับท่านอ๋องผู้กำลังเดือดดาลด้วยแววตาท้าทายและเต็มไปด้วยสติปัญญา "ดูท่า... สุนัขจนตรอกตัวนี้ คงลืมไปแล้วกระมัง ว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังกระดานนี้ทั้งหมด..." นางเอ่ยเสียงหวานหยาดเยิ้ม ทว่าแฝงพิษร้ายถึงชีวิต เซียวจ้านหันมามองนาง แววตาดุร้ายค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากที่เหี้ยมเกรียมไม่แพ้กัน มือแกร่งเอื้อมไปกุมมือเรียวที่ถือถ้วยชาไว้แน่น บีบกระชับจนมั่นคง "ในเมื่อพวกมันรนหาที่ตายถึงถิ่นเรา... คืนนี้ เราสองคนคงต้องออกไปต้อนรับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญกันหน่อยแล้วกระมัง ชายาของข้า?" **ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาถึงตอนนี้นะคะ หงส์เพลิงหวนคืนสัญญาว่าจะพาทุกท่านไปพบกับความสะใจขั้นสุดในบทหน้าค่ะ!**
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%