ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ•ตอนที่ 15

กลิ่นอายความใกล้ชิด

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
ควันสีขาวนวลที่ลอยละล่องขึ้นจากเตาหลอมโอสถสำริดลายเมฆา ส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจของดอกบัวหิมะและรากโสมพันปีคละคลุ้งไปทั่วตำหนักเงียบสงบ มู่หว่านเอินในชุดคลุมผ้าแพรต่วนสีม่วงอ่อนปักลายกิ่งเหมืองด้วยด้ายสีเงินยวด กำลังใช้พัดใบตองอ่อนโบกควันไฟให้สม่ำเสมออย่างระมัดระวัง ทุกกริยาท่าทางของนางล้วนสง่างามและเยือกเย็น ราวกับเซียนสาวผู้หลุดลอยมาจากภาพวาดโบราณ เบื้องหลังนางคือบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนแผ่นดิน... ฉินอ๋องเซียวจ้าน ในอาภรณ์สีดำสนิทปักด้ายทองรูปมังกรทะยานฟ้า นั่งนิ่งสนิทอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดง ดวงตาสีพญาอินทรีคู่นั้นไม่ได้ทอดมองฎีกาสําคัญจากราชสำนักดังเช่นเคย หากแต่จับจ้องแผ่นหลังบอบบางที่กำลังง่วนอยู่กับการปรุงยาให้เขาอย่างไม่วางตา "หากท่านยังเอาแต่จ้องมองข้าด้วยสายตาเช่นนี้ เกรงว่าโอสถทิพย์หม้อนี้คงกลายเป็นยาพิษสลายกระดูกไปเสียก่อนนะคะ, ท่านอ๋อง" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นลอยๆ โดยที่เจ้าตัวยังคงไม่หันกลับมามอง ทว่ามุมปากกลับประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมด้วยความรู้ทัน เซียวจ้านแค่นเสียงหึในลำคอ ความเยือกเย็นดุร้ายที่เคยแผ่ซ่านรอบตัวยามเผชิญหน้ากับศัตรูพลมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนลึกล้ำที่เขามอบให้แค่นางผู้เดียว เขาขยับกายลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้ ชายผ้าคลุมยาวลากผ่านพื้นหินขัดอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะหยุดยืนซ้อนอยู่เบื้องหลังนางโดยเว้นระยะห่างที่พอเหมาะไม่ให้เสียมารยาท "เจ้ากล้ากล่าวหาว่าเป่ยชินอ๋องผู้นี้จะถูกพิษจากฝีมือฮูหยินมู่ผู้ปราดเปรื่องอย่างนั้นหรือ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววประชดประชันแต่นุ่มนวลอย่างยิ่งดังอยู่ข้างใบหู นางสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากกายหนาที่แผ่ซ่านเข้ามาท่ามกลางความเย็นยะเยือกของยามค่ำคืน มู่หว่านเอินวางพัดในมือลง แล้วหมุนตัวกลับมาช้าๆ ทว่าปลายจมูกของนางเกือบจะชนเข้ากับแผงอกกว้างที่โน้มลงมาพอดี กลิ่นอายบุรุษปะปนกับกลิ่นจางๆ ของสนป่าและชาชั้นดีห่อหุ้มร่างนางไว้ในพริบตา หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ แต่นางยังคงรักษาความนิ่งสงบไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ดวงตากลมโตสุกสกาวเงยขึ้นสบกับดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความดุดันไว้เบื้องหลังแพขนตานั้น "หม่อมฉันไม่กล้าเอาชีวิตน้อยๆ ของตนเองมาล้อเล่นกับพญายมราชแห่งค่ายกลหรอกค่ะ เพียงแต่... อาการธาตุไฟเข้าแทรกของพระองค์ หากไม่รีบดื่มโอสถนี้ในขณะที่ยังร้อน เกรงว่ารอยแผลเป็นจากสนามรบที่หัวใจจะกำเริบขึ้นมาอีก ในคืนเดือนดับเช่นนี้คงไม่มีใครช่วยกดจุดสกัดพิษให้พระองค์ได้ทันแน่เพคะ" คำพูดของนางไม่ใช่แค่การเตือนสติ แต่แฝงด้วยความห่วงใยอันแนบเนียนที่หลอมละลายความแข็งกระด้างในใจของเซียวจ้านทีละน้อย ตลอดหลายวันที่ผ่านมา การได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันในเรือนโอสถแห่งนี้ ทำให้บุรุษผู้ไม่เคยเชื่อใจใครหน้าไหน เริ่มเรียนรู้ที่จะเปิดประตูหัวใจต้อนรับสตรีผู้ฉลาดล้ำและเด็ดเดี่ยวผู้นี้เข้ามาทีละนิด เซียวจ้านยื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวแตะเบาๆ ที่ปอยผมซึ่งหลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียข้างแก้มเนียนนุ่มของนาง เขาเกลี่ยมันทัดหูให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับกลัวว่าสตรีตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพมายาที่จะสลายหายไปหากเขาออกแรงเพียงนิดเดียว "เจ้าช่างรู้ทันข้าไปเสียทุกเรื่อง... หว่านเอิน" เขาเอמהเรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนคนฟังต้องกะพริบตาปริบๆ "ข้าชักสงสัยเสียแล้วว่า ในอดีตชาติ เจ้าเคยเป็นเทพเซียนผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน หรือเป็นปีศาจจิ้งจอกจำแลงกายมาหลอกลวงข้ากันแน่" มู่หว่านเอินยิ้มเยาะในใจ นึกถึงอดีตชาติอันร้าวรานที่นางถูกกระทำย่ำยีจากบุรุษตาบอดอย่างแม่ทัพเซียวฮ่าวและอนุหน้าเนื้อใจเสืออย่างลู่ซิ่วอิง ชะตากรรมที่โหดร้ายในครั้งนั้นหล่อหลอมให้นางกลายเป็นคนละคนในชาตินี้ นางกลับมาเพื่อล้างแค้น ทวงคืนทุกสิ่งที่ควรเป็นของนาง และเหยียบย่ำศัตรูให้จมดิน แต่นางไม่เคยคิดเลยว่า... บนเส้นทางแห่งการแก้แค้นนี้ นางจะได้พบกับบุรุษผู้ยิ่งใหญ่และอันตรายที่สุดในแคว้นผู้นี้ ผู้ซึ่งพร้อมจะกางปีกปกป้องนางจากพายุร้ายทั้งหมด "หม่อมฉันจะเป็นอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า... ตอนนี้โอสถของหม่อมฉันพร้อมเสิร์ฟแล้วเพคะ" นางเบี่ยงตัวหลบสัมผัสอันวาบหวิวของเขาอย่างแนบเนียน เดินไปหยิบถ้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวหยกที่บรรจุยาน้ำสีอำพันส่งกลิ่นหอมกรุ่น ยื่นส่งให้เขาด้วยท่าทางสำรวม เซียวจ้านรับถ้วยยามาถือไว้ ทว่าสายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าหวานล้ำของนาง เขายกถ้วยขึ้นจิบช้าๆ รสชาติขมปร่าแผ่ซ่านไปทั่วโคนลิ้น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำชุ่มคออย่างน่าอัศจรรย์ เช่นเดียวกับความรู้สึกในใจของเขาที่ถูกความใส่ใจของนางเยียวยาจนหมดสิ้น ในขณะที่บรรยากาศภายในตำหนักกำลังอบอวลไปด้วยความเงียบสงบอันน่าพึงใจนั้นเอง... *ปัง!* เสียงประตูด้านนอกตำหนักถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามืออันร้อนรน ขันทีสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นจนตัวสั่นเทา เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าซีดเผือด "กราบทูล... กราบทูลท่านอ๋อง!" ขันทีผู้นั้นละล่ำละลักละลานละวางเสียงสั่น "เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ที่จวนแม่ทัพเซียว... แม่ทัพเซียวฮ่าวพานายหญิงลู่ซิ่วอิง บุกมาที่หน้าประตูจวนฉินอ๋อง พร้อมกับราชโองการลับจากฮ่องเต้ อ้างว่า... อ้างว่าฮูหยินมู่หว่านเอินกระทำความผิดมหันต์ ลักลอบคบชู้และขโมยตำราพิชัยสงครามตระกูลเซียว ขอให้ท่านอ๋องส่งตัวคนร้ายกลับไปรับโทษทัณฑ์ ณ บัดนี้พ่ะย่ะค่ะ!" สิ้นคำรายงานนั้น รัศมีอำนาจอันเยือกเย็นและดุร้ายราวมัจจุราชของเซียวจ้านก็ระเบิดออกมาจากร่างทันที อุณหภูมิภายในตำหนักลดฮวบลงจนหนาวยะเยือกถึงกระดูกดำ นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว มู่หว่านเอินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ... ช่างกล้าหาญนักนะ สุนัขจนตรอกคู่นั้น ถึงกับกล้าวิ่งมาเห่าหอนถึงหน้าถ้ำพยัคฆ์! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งความสะใจและความลึกล้ำในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%