กลิ่นอายจางๆ ของกำยานกฤษณาชั้นดีถูกความเย็นเยียบของรัตติกาลนอกตำหนักตวัดพัดเข้ามาจนเจือจาง มู่หว่านเอินวางพู่กันขนหมาป่าลงบนแท่นฝนหมึกหยกขาวอย่างเชื่องช้า น้ำหมึกสีนิลเข้มข้นหยดสุดท้ายไหลซึมลงบนกระดาษสาเนื้อบางเบา สะท้อนอักษรพู่กันที่ตวัดโครงร่างแผนผังเส้นทางการค้าเกลือหลวงและคลังเสบียงของหัวเมืองทางใต้ได้อย่างแม่นยำราatกับล่วงรู้ดินฟ้า
นาทีนี้ ทั่วทั้งเมืองหลวงต้าเฉิงหาได้มีความสงบสุขดั่งเช่นภาพลักษณ์ภายนอกไม่
“คุณหนู เจ้าค่ะ... สายจากสำนักข่าวกรองลับรายงานเข้ามาแล้ว” เสียงฝีเท้าเบาราวกับใบคุนเผิงเหยียบย่างเข้ามา พร้อมกับร่างของสาวใช้คนสนิทที่ก้าวเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า ใบหน้าของนางซีดเผือดเล็กน้อยยามเอ่ยรายงาน “องค์ชายรองทรงแอบลักลอบเข้าพบมหาเสนาบดีจางที่เรือนพักรับรองนอกกำแพงเมืองเมื่อยามสามที่ผ่านมา และ... มีการลงนามในสัญญาลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังทหารม้าเกราะเหล็กจากชายแดนพยัคฆ์ทมิฬเจ้าค่ะ”
มู่หว่านเอินมิได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย นางเพียงยกเรียวปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ดุจกลีบเหมยฤดูเหมันต์ที่แย้มบานท่ามกลางหิมะโปรราญ นิ้วเรียวสวยภายใต้อาภรณ์แพรต้วนสีม่วงเข้มปักลายหงส์ทองดิ้นแท้บรรจงพลิกกระดาษแผ่นนั้นขึ้นพินิจ
“หึ... ในที่สุดสุนัขจนตรอกก็เริ่มแยกเขี้ยวใส่เจ้าของแล้วสินะคะ” น้ำเสียงหวานทุ้งแต่เย็นเยียบราatน้ำค้างแข็งเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ดวงตาคู่หงส์เปล่งประกายคมกริบดุจคมมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้อาภรณ์แพรพรรณชั้นเลิศ “องค์ชายรองทรงร้อนรนจนเกินไป ทรงคิดว่าการดึงกองกำลังทหารม้าเกราะเหล็กเข้ามาในเขตอภัยทานจะช่วยให้พระองค์กุมความได้เปรียบเหนือรัชทายาทและฉินอ๋องได้กระนั้นหรือช่างเป็นความโง่เขลาที่หาผู้เปรียบมิได้จริงๆ”
ในอดีต มู่หว่านเอินเคยต้องตายอย่างอนาถภายใต้เงื้อมมือของคนกลุ่มนี้ ฮูหยินเอกผู้โง่เขลาถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือในเกมอำนาจ ก่อนจะถูกโยนทิ้งราวกับสุนัขข้างถนน ทว่าสวรรค์เมตตาให้โอกาสนางหวนคืน ย้อนเวลากลับมาพร้อมกับความทรงจำและโอสถทิพย์ในกำมือ ทุกความแค้น ทุกบัญชีเลือด นางจะค่อยๆ ทวงคืนทีละก้าวอย่างงดงามและเลือดเย็นที่สุด
ฉับพลัน บรรยากาศภายในห้องหนังสือก็พลันเปลี่ยนวูบ อุณหติรอบกายลดฮวบลงจนสัมผัสได้ถึงไอสังหารอันคุ้นเคย ประตูไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง
ร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิทปักลายมังกรห้าก้าวด้วยด้ายเงินยวงก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง กลิ่นอายบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพนับแสนแผ่ซ่านกดทับจนแทบหายใจไม่ออก เซียวจ้าน ฉินอ๋องผู้เยือกเย็นและดุร้ายจนแม้แต่เด็กหยุดร้องไห้ยามได้ยินชื่อ บัดนี้กลับมีร่องรอยความเหนื่อยล้าเจืออยู่ในดวงเนตรคมกริบดุจเหยี่ยว ทว่าเมื่อสายตาคู่นั้นทอดมองมาที่สตรีตรงหน้า ความดุดันกลับหลอมละลายกลายเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกที่สงวนไว้ให้เพียงนางผู้เดียว
“ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เหตุใดยังไม่ยอมพักผ่อนอีกเล่า หว่านเอิน” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถาม พลางก้าวเข้ามาโอบกอดร่างระหงจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ ฝ่าหนาอบอุ่นวางทาบลงบนเอวคอดกิ่วภายใต้อาภรณ์แพรต่วนอย่างทะนุถนอม ราatเกรงว่าหากใช้แรงเพียงนิดเดียว นางจะสลายหายไปในอากาศ
มู่หว่านเอินไม่ดิ้นรน นางเพียงเอนกายพิงแผ่นอกกว้างที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายสนามรบและกลิ่นจางๆ ของสนป่า มือเรียวยกขึ้นแตะหลังมือหนาเบาๆ “หม่อมฉันกำลังรอฟังข่าวสำคัญจากท่านอ๋องอยู่พอดีเพคะ ดูท่าทางฝ่าบาทคงจะทรงประชวรหนักขึ้นทุกทีแล้วกระมัง มิฉะนั้น องค์ชายรองคงไม่กล้าเดินหมากตาใหญ่ถึงเพียงนี้”
เซียวจ้านก้มลงซบใบหน้าลงบนลาดไหล่บอบบาง สูดดมกลิ่นกายหอมละมุนประจำตัวของนางราวกับคนเสพติด ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะต่ำในลำคออย่างเย้ยหยัน
“เจ้าคาดการณ์ไม่ผิด ราชสำนักเวลานี้ระอุยิ่งกว่าเตาหลอมเหล็ก ขุนนางฝ่ายใต้พากันกระโดดลงเรือลำเดียวกันกับองค์ชายรอง หวังจะใช้กำลังทหารกดดันให้ฝ่าบาททรงเปลี่ยนตัวรัชทายาทในท้องพระโรงวันพรุ่งนี้เช้า... พวกมันคิดว่าข้า เซียวจ้าน ผู้นี้ จะยอมยืนดูบ้านเมืองตกอยู่ในมือคนโฉดเขลาเช่นนั้นหรือ”
“พวกมันไม่ได้โง่หรอกเพคะท่านอ๋อง เพียงแต่ความโลภบังตาจนมองไม่เห็นหลุมศพที่พวกมันขุดรอไว้เองต่างหาก” นางหันกลับมาสบตาคมกริบของบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในต้าเฉิง รอยยิ้มมุมปากของนางงดงามจนน่ากลัว “ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมการเมืองนัก หม่อมฉันก็พร้อมจะจัด ‘ยาพิษ’ ถ้วยใหญ่ให้พวกมันได้ลิ้มลองจนหมดจดทุกหยดเช่นกันเพคะ”
พระเนตรคมกริบของฉินอ๋องทอประกายล้ำลึก เขาจ้องมองสตรีในอ้อมกอดด้วยความรักใคร่ระคนทึ่ง ยิ่งนางฉลาดเฉลียวและเจ้าเล่ห์เพทุบายมากเท่าใด หัวใจที่ด้านชามานานนับปีของเขากยิ่งสั่นไหวและยอมจำนนต่อนางอย่างไร้เงื่อนไข บุรุษผู้กุมกองทัพทั่วหล้าผู้นี้ พร้อมจะพลิกแผ่นดินคว่ำฟ้า หากนางเอ่ยปากต้องการเพียงแค่เศษเสี้ยวของดวงดาว
“ตามใจเจ้า... อยากทำสิ่งใด จงทำตามใจปรารถนา” เซียวจ้านกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม พลางกดจุมพิตลงบนหน้าผากมนอย่างแผ่วเบาและลึกซึ้ง “หากฟ้าถล่มลงมา ข้าจะใช้สองมือนี้ค้ำมันไว้ให้เจ้าเอง”
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศอันลึกซึ้งและอบอุ่นนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับเหยียบอยู่บนเปลวไฟก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก ขันทีคนสนิทของฉินอ๋องพุ่งเข้ามาคุกเข่าตัวสั่นเทา ใบหน้าขาวซีดเผือดจนไร้สีเลือด
“ท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ขันทีหนุ่มละล่ำละลักรายงานด้วยเสียงสั่นเครือ “เมื่อครู่... มีม้าเร็วจากประตูเมืองหลวงควบตะบึงเข้ามาแจ้งข่าว ด่วนที่สุด! กองกำลังทหารม้าเกราะเหล็กของชายแดนพยัคฆ์ทมิฬได้เคลื่อนพลข้ามเขตอภัยทานมาถึงนอกประตูเมืองทิศเหนือแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และ... และพวกมันกำลังถือตราตั้งราชโองการลับบุกเข้าปิดล้อมท้องพระโรงในยามนี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
มู่หว่านเอินชะงัก รอยยิ้มบนเรียวปากแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่หงส์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามตระหนักถึงความผิดปกติบางอย่าง
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ... การเคลื่อนพลเร็วกว่ากำหนดถึงสองวันเช่นนี้ หมายความว่ามีหนอนกระดิ่งแฝงตัวอยู่แม้กระทั่งในแผนการขององค์ชายรอง หรือว่า...
ก่อนที่มู่หว่านเอินจะได้เอ่ยปากวิเคราะห์สถานการณ์ เสียงเคาะกลองศึกดังสนั่นหวั่นไหวจากใจกลางเมืองหลวงก็กึกก้องขึ้น ท้องฟ้ายามรัตติกาลถูกย้อมด้วยแสงสีแดงฉานจากคบเพลิงนับหมื่นดวงที่เคลื่อนตัวเข้าประชิดเขตพระราชฐานชั้นในอย่างรวดเร็ว
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งความสะใจและความลึกล้ำในบทนี้นะคะ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ•ตอนที่ 16
ราชสำนักระอุ
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!