“สตรีโฉดเช่นเจ้า กล้าดีอย่างไรจึงบังanอาจเหยียบย่างเข้ามาในเขตหวงห้ามของจวนองค์ชายรอง!”
เสียงหวีดแหลมสูงของลู่ซิ่วอิงดังบาดแก้วหู ราวกับเสียงกรีดร้องของภูตผีในขุมนรกโลกันต์ นางในอาภรณ์ผ้าต่วนสีแดงเพลิงปักลายหงส์ทองดิ้นเงิน—อาภรณ์ที่ควรเป็นสิทธิ์ขาดของฮูหยินเอก ยามนี้กลับถูกสวมทับด้วยความเย่อหยิ่งจองหอง ใบหน้าที่เคยงดงามอ่อนหวานบิดเบี้ยวด้วยความริษยาจนน่าเกลียด ดวงตาสีชาดกวาดมองมู่หว่านเอินด้วยแววตาดุจดั่งงูพิษที่พร้อมจะฉกกัดให้ถึงตาย
มู่หว่านเอินมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางแย้มยิ้มบางเบา ริมฝีปากสีชาดแต่งแต้มด้วยชาดอย่างประณีตยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่กรีดลึกลงไปในใจของคู่สนทนา อาภรณ์ผ้าไหมซาตินสีม่วงอ่อนปักลายดอกโบตั๋นด้วยด้ายทองคำขาวเคลื่อนไหวไปตามจังหวะก้าวเดินที่สง่างามราวกับเทพเซียนเดินดิน ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยความมั่นใจและอำนาจที่มองไม่เห็น นางปักปิ่นหยกขาวสลักลายหงส์กางปีกบนมวยผม ดึงดูดสายตาของผู้คนนับร้อยที่รายล้อมอยู่รอบศาลาชมจันทร์แห่งนี้
ณ ใจกลางสวนพฤกษชาติอันวิจิตรงดงามของจวนองค์ชายรอง งานเลี้ยงน้ำชาชมดอกไม้ประจำฤดูหาใช่สถานที่อภิปรายราชกิจไม่ หากแต่วันนี้... มันคือลานประหารชีวิตด้วยคำพูด
“ฮูหยินรองลู่... เหตุใดท่านจึงต้องร้อนรนปานนั้นเล่า?” มู่หว่านเอินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากังวานใสราศีกดข่มผู้ฟังให้จมดิ่งลง “ข้าเพียงแต่นำ 'ของขวัญ' เล็กๆ น้อยๆ มามอบให้ตามคำเชิญของท่าน... หรือว่าของขวัญชิ้นนี้ จะทำให้ท่านนึกถึงความอัปยศบางอย่างขึ้นมาได้กันล่ะ?”
“เจ้า!” ลู่ซิ่วอิงหน้าถอดสี มือที่กำผ้าเช็ดหน้าปักลายผีเสื้อสั่นเทาเล็กน้อย นางรู้ดีว่าสตรีตรงหน้ามิใช่มู่หว่านเอินผู้อ่อนแอโง่เขลาในอดีตอีกต่อไป ตั้งแต่เหตุการณ์ในงานเลี้ยงวันนั้น มู่หว่านเอินก็แปรเปลี่ยนเป็นคมมีดอาบยาพิษที่คอยจ้วงแทงตระกูลลู่และองค์ชายรองทีละน้อยอย่างเลือดเย็น
“ซิ่วอิง เจ้าใจเย็นก่อน” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้น องค์ชายรองก้าวออกมาจากม่านมุกด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาหรี่มองมู่หว่านเอินด้วยความระแวงและคุกรุ่นด้วยโทสะ แม้ในใจจะยังคงหลงใหลในความงามอันเย้ายวนใจของนาง ทว่าสติสัมปชัญญะเตือนเขาว่าสตรีผู้นี้อันตรายยิ่งกว่าอสรพิษ “มู่หว่านเอิน เจ้ากล้าบุกรุกจวนของเรา มีจุดประสงค์อันใดกันแน่? หรือว่าถ่านไฟเก่าระหว่างเจ้ากับตระกูลเซียวมันยังไม่มอดดับ เจ้าจึงอยากกลับมาคลานเข่าขอความเมตตาจากเราอีกครั้ง?”
สิ้นเสียงขององค์ชายรอง เสียงหัวร่อต่อกระซิกของเหล่าขุนนางและฮูหยินที่มาร่วมงานก็ดังเซ็งแซ่ หลายคนมองมู่หว่านเอินด้วยสายตาสมเพชเวทนา โดยหารู้ไม่ว่าพวกมันกำลังเดินเข้าสู่หลุมพรางที่นางขุดรอไว้ด้วยความเต็มใจ
มู่หว่านเอินมิได้โกรธเคือง นางเพียงป้องปากหัวเบาๆ เสียงหัวเราะดังกังวานใสราวกระดิ่งเงินกระทบสายลม “ขอความเมตตาจากท่านหรือเพคะ? องค์ชายรอง... เกรงว่าท่านจะเข้าใจผิดไปไกลโขแล้ว ข้าผู้ซึ่งเป็นฮูหยินเอกที่หย่าขาดจากบุรุษตาบอดไร้คุณธรรม และบัดนี้ได้รับการปกป้องจากฉินอ๋องผู้กุมอำนาจครึ่งแผ่นดิน... เหตุใดข้าต้องลดตัวลงมาขอทานความเมตตาจากสุนัขที่ไร้แม้แต่ความเป็นคนเช่นท่านเล่า?”
“บังอาจ!” องค์ชายรองตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนชี้หน้ามู่หว่านเอินด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน “เจ้ากล้าด่าทอราชนิกุล มีโทษถึงประหารชีวิตนะ!”
“ประหารชีวิตหรือ?” น้ำเสียงหวานหยดเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่มู่หว่านเอินผายมือไปยังบ่าวรับผิดชอบที่ถือหีบไม้จันทน์แกะสลักลวดลายวิจิตรเข้ามา “ก่อนที่ท่านจะสั่งประหารข้า องค์ชายรอง... ช่วยทอดพระเนตร 'ฎีกา' ฉบับนี้เสียก่อนเถอะเพคะ ว่ามันคุ้มค่าที่จะแลกด้วยหัวของท่านเองหรือไม่”
นางส่งสัญญาณมือเพียงนิดเดียว บ่าวรับผิดชอบเปิดหีบไม้จันทน์ออก เผยให้เห็นบัญชีลับและตั๋วเงินจำนวนมหาศาล พร้อมกับจดหมายประทับตราลับที่ร่วงหล่นลงบนพื้นหินอ่อน ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น
นั่นคือหลักฐานการติดสินบนขุนนางฝ่ายกรมคลัง เพื่อโยกย้ายงบประมาณแผ่นดินมาหนุนหลังกองกำลังส่วนตัวขององค์ชายรอง! และลายมือที่ปรากฏบนจดหมายเหล่านั้น... หาใช่ของใครอื่น นอกจากลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ของลู่ซิ่วอิง อนุภรรยาคนโปรดผู้กุมการเงินในจวนหลังนี้!
“นี่มัน... นี่มันอะไรกัน!” ขุนนางอาวุโสผู้หนึ่งอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อก้าวเข้าไปหยิบแผ่นกระดาษขึ้นมาดูใกล้ๆ “ตราประทับนี้... เป็นของกรมคลังจริงๆ! และนี่คือรายชื่อขุนนางครึ่งราชสำนักที่รับสินบน... องค์ชายรอง พระองค์ทรง...”
ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในพริบตา เหล่าขุนนางที่เคยสนับสนุนองค์ชายรองต่างหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ บางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ลู่ซิ่วอิงกรีดร้องเสียงหลง พยายามพุ่งเข้ามาตะกุยกระดาษเหล่านั้นทิ้ง แต่มู่หว่านเอินเพียงแค่ก้าวถอยหลังครึ่งก้าว รอยยิ้มเยือกเย็นประดับอยู่บนมุมปาก
“ลู่ซิ่วอิง... เจ้าคนสารเลว! เจ้ากล้าเอาตราประทับลับของข้าไปทำเรื่องเช่นนี้รึ!” องค์ชายรองหันไปตบหน้าลู่ซิ่วอิงฉาดใหญ่จนร่างบางกระเด็นล้มคว่ำ เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปากของนาง บรรยากาศในงานเลี้ยงบัดนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความพินาศสันตะโร
มู่หว่านเอินมองภาพตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสนิท ดุจดั่งเซียนผู้มองดูมดปลวกดิ้นรนในกองเพลิง ทุกแผนการ ทุกหมากที่นางเดิน ถูกคำนวณไว้อย่างแม่นยำราวจับวาง การล่อเสือออกจากถ้ำสำเร็จผลอย่างงดงาม ความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมอันเน่าเฟะ บัดนี้ถูกกระชากออกมาประจานต่อหน้าธารกำนัลจนหมดสิ้น
ทว่า... ในวินาทีที่ความวุ่นวายกำลังถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยนายก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากนอกประตูจวน พร้อมกับธงรบสีดำสนิทปักลายหงส์เพลิงและพยัคฆ์คำรามที่โบกสะบัดท่ามกลางท้องฟ้ายามเย็น
กลิ่นอายฆ่าฟันแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนหนาวยะเยือกถึงกระดูกดำ
เหล่าทหารองครักษ์ในชุดเกราะเหล็กสีดำสนิทเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ แหวกทางให้บุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาด้วยความสง่างามเยือกเย็นดุจพญายม อาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรเงินดิ้นทองสะท้อนแสงอาทิตย์อัสดง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปรอบบริเวณ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างระหงของมู่หว่านเอิน
เซียวจ้าน... ฉินอ๋องผู้เหี้ยมโหดและไร้ความปรานี ก้าวเข้าไปหยุดยืนเคียงข้างนางอย่างอารักขา มือหนาเอื้อมไปโอบเอวบางของนางไว้หลวมๆ ทว่ามั่นคง ราวกับประกาศให้ทุกคนในที่นั้นได้ประจักษ์ว่า สตรีผู้นี้คือเขตหวงห้ามที่ใครก็แตะต้องไม่ได้
“ใครบังอาจทำให้พระชายาของเปิ่นหวางต้องระคายเคืองสายตา... ก้าวออกมา”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้ซึ่งอารมณ์ ทว่ากลับกดทับขุนนางและองค์ชายรองให้แทบหยุดหายใจ
มู่หว่านเอินแหงนหน้าขึ้นสบตากับท่านอ๋องผู้ดุร้าย รอยยิ้มหวานหยดถูกส่งให้เขาอย่างรู้กัน ทว่าก่อนที่นางจะได้เอ่ยสิ่งใด ขันทีหลวงผู้หนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับราชโองการสีทองอร่ามในมือ ถือวิสาสะคุกเข่าลงแทบเท้าของฉินอ๋องด้วยตัวสั่นเทา
“ท... ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... สั่งปลดองค์ชายรองเป็นสามัญชนทันที และ... และมีรับสั่งให้จับกุมตระกูลลู่ทั้งหมดฐานกบฏ!”
ทุกสรรพเสียงรอบตัวเงียบกริบลงในทันดล ราวกับกาลเวลาถูกหยุดไว้ด้วยมนตรา
มู่หว่านเอินหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักว่า... ราชโองการฉบับนี้มาเร็วกว่าที่นางคาดการณ์ไว้ถึงสามวัน!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งความสะใจและความลึกล้ำในบทนี้นะคะ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ•ตอนที่ 17
แผนซ้อนแผนของยอดกุนซือ
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!