เสียงสะอึกสะอื้นของลู่ซิ่วอิงในยามนี้ ฟังดูคล้ายเสียงกบเขียดในหนองน้ำยามค่ำคืนที่ทั้งน่ารำคาญและไร้ราคา สตรีผู้เคยใช้หยาดน้ำตาปลอม ๆ ซุกซบอยู่เบื้องหลังอกเสื้อของแม่ทัพเซียวฮ่าวเพื่อบีบคั้นให้มู่หว่านเอินต้องก้มหน้ารับความอับJาส ภายในห้องโถงใหญ่ของจวนอ๋องตอนนี้ กลับไร้ซึ่งเงาของความน่าสงสารหลงเหลืออยู่
"เจ้า... เจ้ากล้าดียังไงถึงเอาเรื่องเท็จเช่นนี้มารายงานต่อหน้าพระพักตร์!"
เสียงคำรามของแม่ทัพเซียวฮ่าวสั่นสะท้านด้วยความโกรธเกรี้ยว บุรุษผู้เคยประกาศกร้าวว่ามู่หว่านเอินเป็นเพียงสตรีไร้ค่าผู้โง่งอม ในยามนี้กลับยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าบัลลังก์มังกร อาภรณ์ปักลายมังกรห้าเล็บขององค์ชายรองผู้เป็นนายเหนือหัวที่เขาก้มหัวให้ กำลังเปียกชุ่มด้วยเหงื่อกาฬที่ผุดพรายเต็มแผ่นหลัง
มู่หว่านเอินในชุดคลุมยาวผ้าไหมซาตินปักด้ายทองลายหงส์กางปีก สีแดงชาดตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหลังเงาร่างสูงสง่าของฉินอ๋อง นางไม่ได้ชายตามองอดีตสามีผู้โง่เขลาแม้แต่น้อย ดวงตาหงส์คู่นั้นกวาดมองแผ่นกระดาษสารพัดฉบับที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทรงอักษรเบื้องพระพักตร์ ฮ่องเต้ผู้ชราภาพกำลังทอดพระเนตรหลักฐานเหล่านั้นด้วยพระพักตร์ที่คล้ำมืดลงทุกขณะ
"เรื่องเท็จอย่างนั้นหรือ ท่านแม่ทัพเซียว" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดูของมู่หว่านเอิน ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ "บัญชีลับการซื้อขายอาวุธเถื่อนผ่านชายแดนทักษิณ ตราประทับลับของกองกำลังพิทักษ์องค์ชายรอง และรายชื่อขุนนางที่รับสินบนเพื่อปกปิดการยักยอกเสบียงคลัง... สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นฝีมือของ 'สตรีไร้ค่า' อย่างข้าที่กุเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายพวกท่านด้วยกระนั้นหรือ"
"เจ้า!... นังสารเลว มู่หว่านเอิน เจ้ากล้าสมคบคิดกับฉินอ๋องเพื่อใส่ร้ายนายเหนือหัว!" เซียวฮ่าวตűดสินใจพุ่งเป้าความโกรธมาที่นาง เขาลืมสิ้นซึ่งมารยาทในท้องพระโรง เงื้อมือหมายจะพุ่งเข้ามาตบหน้านางให้หายแค้น
ทว่า—
*เปรี้ยะ!*
เสียงกระบี่ในฝักกระทบเข้ากับพื้นหินอ่อนอย่างรุนแรง พร้อมกับรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของฉินอ๋อง เซียวจ้านมิได้ขยับตัวไปไหนไกล เพียงแค่ปรายตามองอดีตแม่ทัพด้วยแววตาดุจดั่งพญามารที่พร้อมจะบดขยี้กระดูกคนให้แหลกคามือ รังสีสังหารอันเยือกเย็นและดุร้ายแผ่ซ่านกดทับจนเซียวฮ่าวเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นในทันที
"มือของเจ้าสกปรกเกินกว่าจะใช้แตะต้องชายเสื้อของฮูหยินข้า" ฉินอ๋องกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง ก้องกังวานไปทั่วตำหนัก
"พอได้แล้ว!"
เสียงตบโต๊ะทรงอักษรดังสนั่น ฮ่องเต้ทรงพระดำเนินลงมาจากแท่นประทับด้วยพระองค์เอง พระหัตถ์ที่สั่นเทาชี้ไปยังเอกสารกองโตเบื้องหน้า "เซียวฮ่าว... เจ้าคนอกตัญญู! เจ้าภักดีต่อเรา หรือภักดีต่อเงินตราที่พวกมันยัดเยียดให้! ท้องพระคลังพร่องไปสามส่วนเพื่อแลกกับกองกำลังส่วนตัวขององค์ชายรองอย่างนั้นรึ!"
องค์ชายรองที่ทรงยืนสงביอยู่มุมหนึ่ง ใบหน้าซีดเผือดลงจนแทบไร้สีเลือด เขารีบคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นทันที "เสด็จพ่อทรงพระโปรดระงับกิ้ว! ลูกหลวงถูกใส่ร้าย! นาง... นางสารเลวมู่หว่านเอินต่างหากที่เป็นคนก섬การปลอมแปลงเอกสารเหล่านี้ขึ้นมา!"
มู่หว่านเอินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับซ่อนยาพิษเอาไว้ทุกอณู นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ประสานมือคารวะตามธรรมเนียมอย่างงดงามไร้ที่ติ
"ทูลฝ่าบาท เอกสารเหล่านี้หม่อมฉันหาได้ปลอมแปลงขึ้นไม่ หากพระองค์ทรงไม่แน่ใจ โปรดทอดพระเนตรตราประทับลับบนหน้าสุดท้ายของบัญชีคลังทักษิณ นั่นคือรอยตำหนิจากการแกะสลักหยกของช่างหลวงประจำตระกูลลู่ ซึ่งเป็นตระกูลเดิมของอนุภรรยาเซียวซิ่วอิง... และหากยังไม่ชัดเจนพอ หม่อมฉันยังมีพยานปากเอก เป็นพ่อค้าคนกลางผู้ส่งมอบอาวุธ ซึ่งบัดนี้ถูกควบคุมตัวไว้โดยกองกำลังของฉินอ๋องเรียบร้อยแล้วเพคะ"
คำพูดของนางราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน บรรยากาศในท้องพระโรงเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ
ฉินอ๋องลอบมองสตรีข้างกายด้วยแววตาที่ฉายแววพึงพอใจและลุ่มหลงอย่างไม่ปิดบัง สตรีของเขา... ไม่เคยทำให้ผิดหวัง นางใช้สมองและหลักฐานเชือดเฉือนศัตรูทีละน้อยอย่างเลือดเย็น โดยไม่ต้องออกแรงให้มือเปื้อนเลือดเลยแม้แต่น้อย
"ดี... ดีมาก!" ฮ่องเต้ทรงพระสรวลออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด "จับกุมองค์ชายรองและแม่ทัพเซียวฮ่าวถอดถอนยศศักดิ์ เนรเทศไปชายแดนไร้กำหนด! ส่วนอนุภรรยาตระกูลลู่... ให้ส่งตัวไปคุกหลวงรอการไต่สวน!"
สิ้นพระราชโองการ ทหารองครักษ์นับร้อยนายต่างกรูเข้ามาควบคุมตัวคนทั้งสองออกไป ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนและคำสบถด่าทอของเซียวฮ่าวที่พยายามดิ้นรน แต่ไร้ซึ่งประโยชน์ใด ๆ อำนาจที่เคยยิ่งใหญ่ ดุจดั่งปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัดสาด พังทลายลงในชั่วพริบตาเดียวด้วยน้ำมือของสตรีที่พวกเขาเคยเหยียบย่ำ
เมื่อความวุ่นวายสงบลง มู่หว่านเอินถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ภาระแค้นในใจถูกชำระสะสางไปได้ก้าวใหญ่ แต่นางรู้ดีว่าศึกในราชสำนักมิได้จบลงเพียงเท่านี้
ฉินอ๋องยื่นมือหนามาคว้ามือเรียอบางของนางขึ้นมาสัมผัสเบา ๆ ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในความเย็นเยียบของท้องพระโรง "เจ้าเหนื่อยแล้ว หว่านเอิน ข้าจะพาเจ้ากลับจวน"
มู่หว่านเอินเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้เคียงข้าง รอยยิ้มจริงใจปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนาง ทั้งสองเตรียมจะหมุนตัวเดินออกจากท้องพระโรง ทว่าในวินาทีนั้นเอง ขันทีเฒ่าผู้ดูแลพระราชสำนักก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา พร้อมกับม้วนราชโองการสีทองอร่ามในมือที่สั่นเทา
"ฝ่าบาท... ะ... ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ!" ขันทีเฒ่าคุกเข่าลงแทบพื้นด้วยความหวาดกลัว "มี... มีราชโองการด่วนจากแดนประจิม... กองทัพของแคว้นเป่ยเหลียนบุกประชิดชายแดนแล้วพะย่ะค่ะ! และ... และในสสารระบุชัดเจนว่า... พวกมันมี 'เซียนโอสถ' ลึกลับคอยหนุนหลัง ทำให้ทหารของเรา... กำลังล้มตายด้วยพิษประหลาดที่ไร้ทางรักษา!"
ร่างของมู่หว่านเอินชะงักกึกทันที ดวงตาหงส์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า 'เซียนโอสถ'
ในแผ่นดินนี้ นอกจากนางแล้ว ยังมีผู้ใดที่มีความรู้เรื่องโอสถล้ำลึกถึงขั้นใช้มันทำลายกองทัพได้อีก?
ฉินอ๋องหันขวับกลับไปมองขันทีเฒ่า แววตาคู่คมหรี่ลงอันตราย รังสีสังหารแผ่พุ่งรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ขณะที่ขันทีเฒ่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะกล่าวประโยคสุดท้ายที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องหยุดหายใจ
"มะ... แม่ทัพผู้บัญชาการศึกแดนประจิม... ส่งสาส์นมาว่า... หากองค์หญิงรัชทายาทแห่งเป่ยเหลียนผู้ครอบครอง 'ตำราโอสถบรรพกาล' ไม่ยอมอภิเษกกับแม่ทัพฝั่งนั้น... แคว้นของเราจะพินาศภายในสามวันพะย่ะค่ะ!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ•ตอนที่ 18
หมากตานี้พลิกฟ้า
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!