เสียงกรับไม้เนื้อดีที่กระแทกลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมในห้องโถงใหญ่ของจวนแม่ทัพ ดังสะท้อนก้องกังวานราวกับเสียงคำรามแห่งความพินาศ
"เจ้าว่าอย่างไรนะ! ลู่ซิ่วอิงนางกล้าดียังไงถึงหนีไป!"
แม่ทัพเซียวฮ่าวผุดลุกขึ้นยืนด้วยความเกรี้ยวกราด ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ อาภรณ์ไหมปักลายพยัคฆ์สีเข้มยามนี้ยับยู่ยี่หาได้มีความสง่างามดั่งเช่นวันวานไม่
เบื้องหน้าของเขาคือบ่าวรับسنประจำเรือนของอนุภรรยาผู้เป็นที่รัก ร่างนั้นสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนแทบหมอบราบไปกับพื้นหินเย็นเฉียบ "เรียน... เรียนท่านแม่ทัพ อนุ... อนุภรรยาลู่ นางกวาดทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดในเรือน รวมถึงตั๋วเงินและเครื่องประดับทองคำทับทิมที่ท่านเคยยกให้... หนีไปตั้งแต่ยามสามแล้วเจ้าค่ะ บ่าว... บ่าวพยายามห้ามปรามแล้ว แต่นางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้เจ้าค่ะ"
เซียวฮ่าวคว้ากระดาษแผ่นน้อยมาด้วยมืออันสั่นเทา สายตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมืออ่อนช้อยงดงาม แต่น่าชังยิ่งนักในความรู้สึกยามนี้
*‘ท่านแม่ทัพผู้สูงส่ง... ความรักของท่านช่างหอมหวาน แต่น่าเสียดายที่มันกินไม่ได้ เรือนที่กำลังจะมอดไหม้หลังนี้ ข้าคงไม่อาจอยู่ร่วมเผาผลาญเป็นเถ้าถ่านกับท่านได้ ทรัพย์สินเหล่านี้ถือเป็นเบี้ยเลี้ยงปลอบใจที่ท่านติดค้างข้าก็แล้วกัน ลาก่อน... หวังว่าจะไม่มีวันพบกันอีก’*
เพล้ง!
ถ้วยชาหยกขาวตกลงกระทบพื้นแตกกระจาย เศษกระเบื้องคมกริบกระเด็นบาดข้อเท้าของบุรุษผู้เคยเย่อหยิ่งทระนงตน ทว่าเซียวฮ่าวกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดที่แท้จริงกำลังกัดกินหัวใจและวิญญาณของเขา เมื่อตระหนักได้ว่า ตนเองได้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้วจริงๆ ทั้งอำนาจในราชสำนักที่ถูกปลดเปลื้อง ทั้งภรรยาเอกผู้เพียบพร้อมอย่างมู่หว่านเอินที่เขาขับไสไล่ส่งด้วยมือตนเอง และสุดท้าย... หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจที่เขายอมทรยศทุกสิ่งเพื่อนาง กลับแทงข้างหลังเขาอย่างไร้ความปรานี
ในขณะที่จวนแม่ทัพกำลังล่มสลายลงจากภายใน ท่ามกลางบรรยากาศอันหนทึบและเย็นเยียบของค่ำคืนเดียวกัน ณ เรือนรับรองส่วนPในจวนฉินอ๋อง กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมละมุนของกำยานไม้กฤษณาและชาผู่เอ๋อร์ชั้นเลิศ
มู่หว่านเอินในชุดอาภรณ์ผ้าแพรต่วนสีม่วงเข้มปักลายหงส์ทองด้ายละเอียด งดงามสง่าราชาดั่งนางพญาผู้กุมชะตากรรม นั่งจิบชาอุ่นอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตคู่คมทอดมองออกไปนอกหน้าต่างที่สะท้อนแสงจันทร์กระจ่าง รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนเรียวปากสีชาด แต่มันกลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างยามเหมันต์
"ดูท่า... ละครฉากใหญ่ในจวนแม่ทัพคงจะใกล้ถึงบทอวสานแล้วสินะเพคะ"
สุ้มเสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้หอมอย่างนุ่มนวล ทว่าไร้ซึ่งความรู้สึกเห็นอกเห็นใจใดๆ ทั้งสิ้น
ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักด้ายเงินลายมังกรทะยานฟ้าของฉินอ๋อง (เซียวจ้าน) ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังนาง มือหนาเอื้อมออกไปโอบไหล่บางอย่างทะนุถนอม สัมผัสอบอุ่นนั้นตัดกับแววตาดุร้ายเยือกเย็นที่เขามักใช้พิฆาตศัตรูในในสนามรบโดยสิ้นเชิง ยามเมื่อเขามองสตรีในอ้อมกอด ความดุดันทั้งหมดมักจะหลอมละลายเหลือเพียงความลุ่มหลงมั่นคงดั่งหินผา
"สุนัขที่จนตรอกย่อมกัดแม้กระทั่งเงาของตัวเอง" เซียวจ้านเอ่ยเสียงทุ้มต่ำริมใบหูนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านเส้นผมสลวย "เจ้าวางหมากตานี้ไว้อย่างแยบยลยิ่งนัก หว่านเอิน... ทำให้มันสูญสิ้นทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง เงินทอง และศักดิ์ศรี โดยที่มือของเจ้าไม่ต้องเปื้อนเลือดเลยสักหยดเดียว"
มู่หว่านเอินเอี้ยวตัวกลับมาสบตาคมกริบของบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแคว้น รอยยิ้มเย้ายวนแต่ทรงภูมิปรากฏขึ้นที่มุมปาก "หม่อมฉันเพียงแค่คืนหนี้สินที่อดีตสามีผู้นศกเคย ‘มอบให้’ เท่านั้นเพคะ ความจริงใจที่โง่เขลาสมควรได้รับผลตอบแทนเช่นนี้ไม่ใช่หรือเพคะ? หญิงสารเลวกับบุรุษตาบอด... ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันยิ่งนัก จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายที่อีกฝ่ายเลือกจะตักตวงและทิ้งขว้าง"
เซียวจ้านหัวเราะในลำคอด้วยความพึงพอใจ นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ข้างแก้มเนียนนุ่มของนางอย่างรักใคร่ "เช่นนั้น... เราควรไปร่วมชมดูจุดจบของจวนแม่ทัพกันสักหน่อยดีหรือไม่? ข้าได้ยินมาว่า ตอนนี้เซียวฮ่าวคลุ้มคลั่งราวกับคนเสียสติ กำลังถือกระบี่บุกไปที่สำนักแลกเงินเพื่อตามล่าตัวลู่ซิ่วอิงแล้ว"
มู่หว่านเอินหรี่ตาลงเล็กน้อย ประกายตาสว่างวาบด้วยความสะใจ นางลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดชายอาภรณ์ให้เข้าที่ "ไปสิเพคะ... หม่อมฉันอยากเห็นนักว่า คนที่เคยเหยียบย่ำผู้อื่นด้วยความทะนงตน ยามที่ต้องก้มกราบพื้นดินร้องขอความเมตตา หน้าตาของเขาจะน่าสมเพชเพียงใด"
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องโถงรับรอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็พุ่งทะยานเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าของชายหนุ่มซีดเผือดจนไร้สีเลือด
"เรียนท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" องครักษ์เงารายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "มี... มีราชสำนักลับส่งตรงมาจากฮ่องเต้... ประกาศปลดฟ้าผ่า! ยึดทรัพย์สินทั้งหมดของสกุลเซียว และ... และมีพระราชโองการด่วนให้จับกุมตัวอดีตแม่ทัพเซียวฮ่าวในข้อหากบฏ สมคบคิดกับแคว้นศัตรู!"
เซียวจ้านชะงักฝีเท้า ดวงตาคู่คมหรี่แคบลงทันที บรรยากาศรอบกายพลiskเย็นเยียบขึ้นมาฉับพลันราวกับตกลงสู่หุบเขาน้ำแข็ง
แต่มู่หว่านเอินกลับนิ่งค้างไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความตกใจกลัว ทว่ากระดาษม้วนเล็กที่แนบมากับราชโองการ ซึ่งองครักษ์เงายื่นถวายด้วยมืออันสั่นเทานั้น ปรากฏตราประทับลับที่นางจำได้แม่นยำ... ตราประทับของ "สำนักโอสถเร้นกาย" ที่นางคิดว่าสูญหายไปตั้งแต่ชาติภพก่อน!
มู่หว่านเอินรับม้วนกระดาษนั้นมาคลี่ออกด้วยมืออันสั้นเทา ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นข้อความด้านในที่เขียนด้วยลายมืออันคุ้นเคยอย่างยิ่งยวด—ลายมือของอาจารย์ผู้ล่วงลับที่นางเคารพรักยิ่ง ทว่าท้ายกระดาษกลับลงนามด้วยชื่อของบุคคลที่นางไม่คาดคิดว่าจะยังมีชีวิตอยู่!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ•ตอนที่ 19
จวนแม่ทัพล่มสลาย
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!