ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ•ตอนที่ 14

ลมหายใจรวยรินของจวนแม่ทัพ

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
เสียงกริบของคมมีดที่กรีดลงบนกระดาษสาเนื้อดีเพื่อทำลายตราประทับลับประจำตระกูล ดังก้องกังวานบาดแก้วหูในห้องโถงใหญ่ของจวนแม่ทัพที่บัดนี้ไร้ซึ่งความอบอุ่น กลิ่นอายความเสื่อมถอยคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นธูปบูชาบรรพบุรุษที่ใกล้ดับมอด กลิ่นอายของความพินาศที่มู่หว่านเอินเคยต้องเผชิญในชาติภพก่อน บัดนี้กำลังย้อนกลับมากลืนกินผู้ที่เคยเหยียบย่ำนางอย่างไม่เหลือชิ้นดี "ท่านแม่ทัพ! คนจากกองตรวจการแผ่นดินมาถึงหน้าประตูแล้วเจ้าค่ะ! พวกเขา... พวกเขาถือราชโองการลับจากสำนักผู้ตรวจการหลวง!" เสียงกรีดร้องของบ่าวรับใช้ที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาทำลายความเงียบงัน แม่ทัพเซียวฮ่าวในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นเงินที่ยับย่น ใบหน้าคมคายที่เคยเชิดชูด้วยความทะนงตนบัดนี้ซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำด้วยความเคียดแค้นและตื่นตระหนก เขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า ‘คดีค้าเกลือเถื่อน’ ที่ถูกโยงใยมาถึงคลังสินค้าส่วนตัวของตระกูลเซียว มิใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือตาข่ายเหล็กที่ถูกถักทอขึ้นอย่างประณีตโดยฝีมือใครบางคน... คนที่เขาทอดทิ้งและเหยียบย่ามอย่างไร้เยื่อใย ในเรือนพักชั้นในที่เงียบสงบ ตรงข้ามกับความโกลาหลเบื้องหน้า มู่หว่านเอินกำลังบรรจงใช้ปลายนิ้วเรียวงามดุจหยกสลัก คีบก้านสมุนไพร "หญ้าจันทร์เพ็ญ" ลงในเตาต้มยาโอสถทองคำขาว ควันสีขาวบริสุทธิ์ลอยอวลกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ นางสวมอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายหงส์เพลิงสยายปีก อาภรณ์เนื้อดีทิ้งตัวพับทบอย่างงดงาม บ่งบอกถึงฐานะและชาติตระกูลที่สูงส่งในยามนี้ ต่างจากลู่ซิ่วอิงที่กำลังวิ่งวุ่นร้องไห้คร่ำครวญอยู่หน้าเรือนของสามีด้วยสภาพผมเผ้าหลุดลุ่ย "ฮูหยินรองลู่... เจ้ายังจำวันที่เจ้าแย่งชิงป้ายหยกประจำตัวของข้าไปได้หรือไม่?" มู่หว่านเอินพึมพำกับตัวเองริมหน้าต่าง ริมฝีปากอิ่มสีชาดแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่าเยือกเย็นเสียจนคนที่พบเห็นต้องสันหลังวาบ ในชาติก่อน ป้ายหยกนั้นถูกลู่ซิ่วอิงนำไปใช้แอบอ้างซื้อขายเกลือเถื่อนเพื่อใส่ร้ายนาง แต่วันนี้... นางเป็นผู้ส่งบัญชีลับเล่มเดียวกันนั้น ไปวางไว้บนโต๊ะทรงอักษรขององค์รัชทายาลและฉินอ๋องด้วยมือตนเอง การตรวจสอบจวนแม่ทัพดำเนินไปอย่างเลือดเย็น กองกำลังเกราะดำนับร้อยนายภายใต้สังกัดของฉินอ๋องเคลื่อนพลปิดล้อมทุกตารางนิ้ว ไม่มีผู้ใดเข้าออกได้ แม้แต่ทหารองครักษ์ประจำจวนก็ถูกปลดอาวุธและคุกเข่าเรียงรายอยู่กลางลานหิน เซียวฮ่าวพยายามโกรธเกรี้ยวและใช้ศักดิ์ศรีแม่ทัพขัดขวาง แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงแผ่นป้ายอาญาสิทธิ์และสายตาเย้ยหยันจากรองแม่ทัพฝ่ายซ้ายที่แปรพักตร์ไปนานแล้ว อำนาจในกองทัพที่ตระกูลเซียวสั่งสมมาสามชั่วคน ถูกเฉือนทิ้งไปครึ่งหนึ่งในชั่วข้ามคืน ตำแหน่งผู้บัญชาการค่ายทหารทักษิณถูกปลดเปลื้อง เซียวฮ่าวถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ภายในห้องหนังสือ ห้ามก้าวเท้าออกนอกเขตโดยเด็ดขาด "ท่านพี่! ท่านต้องช่วยหม่อมฉันนะเจ้าคะ! พวกมันบอกว่าหม่อมฉันมีส่วนพัวพันกับสมุดบัญชีลับ! พวกมันจะจับหม่อมฉันไปโบย!" ลู่ซิ่วอิงพุ่งเข้ามาเกาะชายเสื้อของเซียวฮ่าวที่นั่งทรุดกายอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์อย่างหมดแรง แววตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เซียวฮ่าวหันมามองอนุภรรยาที่ตนเคยรักและหลงใหลจนยอมหักหาญน้ำใจภริยาเอก ใบหน้าที่เคยงดงามชวนฝันบัดนี้ดูน่าสมเพชและน่ารังเกียจในสายตาเขา ความจริงที่ว่าสตรีผู้นี้คือต้นเหตุแห่งความหายนะเริ่มกัดกินหัวใจของเขา ทีละน้อย... ทีละน้อย จนแทบกระอักเลือด "ไสหัวไป!" เซียวฮ่าวตวาดลั่น ผลักลู่ซิ่วอิงจนล้มกลิ้งไม่เป็นท่า "เพราะเจ้า... เพราะความโลภของเจ้าคนเดียว!" ทว่า ท่ามกลางความตกต่ำและเสียงร่ำไห้ระงมทั่วทั้งจวน ประตูโค้งจันทน์ของเรือนรับรองแขกกลับถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นอายความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์ปักดิ้นทองลายมหาราช แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความดุดันและเยือกเย็นดุจพญายมก้าวเข้ามา รัศมีอันทรงอำนาจทำให้ทหารยามและบ่าวไพร่ต่างหมอบกราบลงกับพื้นโดยไม่ต้องเอ่ยปาก ฉินอ๋อง เซียวจ้าน เสด็จมาเยือนจวนแม่ทัพด้วยพระองค์เอง ดวงเนตรคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสภาพความพินาศย่อยยับของจวนแม่ทัพด้วยความเรียบเฉย ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่เรือนพักของมู่หว่านเอินที่อยู่ไม่ไกล สายตาที่ดุดันและไร้ความปรานีต่อผู้ใดในใต้หล้า กลับทอประกายอ่อนแสงลงวูบหนึ่งเมื่อคิดถึงสตรีผู้ร้อยแผนการนี้อยู่เบื้องหลัง ฉินอ๋องไม่ได้สนใจเซียวฮ่าวที่คุกเข่าอยู่เบื้องพระพักตร์ พระองค์เสด็จผ่านร่างของแม่ทัพผู้หมดอำนาจราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ ก่อนจะหยุดยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตูเรือนของมู่หว่านเอิน ประตูไม้แกะสลักถูกเปิดออกโดยสาวใช้ส่วนตัวของนาง มู่หว่านเอินมิได้ลุกขึ้นต้อนรับ ทว่านางกลับนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะน้ำชา ยกถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบอย่างใจเย็น ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะหยุดหายใจของคนทั้งจวน เซียวจ้านแย้มพระสรุปบางเบatที่มุมพระo스 ภายใต้ความดุดันน่าเกรงขาม พระองค์ก้าวเข้าไปประทับลงตรงข้ามกับนางอย่างคุ้นเคย ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่จวนของศัตรูที่กำลังถูกลงทัณฑ์ แต่เป็นเรือนหอส่วนตัวของพระองค์เอง "หมากตานี้ของเจ้า... ทำให้เปิ่นหวางต้องออกแรงเดินเกมเร็วกว่ากำหนดถึงสามวันเชียวรือ, หว่านเอิน" พระสุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอמהทักทายอย่างสนิทสนม ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเซียวฮ่าวที่เงยหน้าขึ้นมองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ มู่หว่านเอินวางถ้วยชาลงบนโต๊ะกระทบกันเบาๆ นางเงยหน้าสบพระเนตรของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความฉลาดเฉลียวและท้าทาย "หม่อมฉันเพียงแค่ทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้ที่สมควรได้รับ... และส่งของขวัญชิ้นใหญ่ให้ท่านอ๋องช่วยตรวจรับก็เท่านั้นเพคะ" นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบยิ่งกว่ากระบี่ เซียวจ้านยกมุมโอษฐ์ขึ้นเล็กน้อย พระองค์ยื่นพระหัตถ์หนาไปกุมมือเรียวนุ่มของนางไว้ท่ามกลางสายตาของผู้คนรอบข้าง ก่อนจะโน้มพระองค์กระซิบชิดริมฝีปากของนางด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ "เช่นนั้น... ของขวัญชิ้นต่อไป เจ้าอยากได้ศีรษะของใครในจวนนี้มาประดับแจกันห้องนอนของเจ้าล่ะ หรืองานอภิเษกสมรสระหว่างเรา... จะถูกจัดขึ้นในคืนนี้เสียเลยดี?" ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งความสะใจและความลึกล้ำในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%