เสียงสะอื้นไห้ที่ดัดแปลงจนฟังดูน่าเวทนานั้น ดังคลอเคลียอยู่ริมเสาเรือนไม้สักทองสลักลายหงส์คู่มังกรของเรือนเอก—เรือนที่บัดนี้ หาใช่ที่ทางของสตรีโง่เขลาผู้ยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมไม่
"พี่ท่าน... พี่ท่านโปรดให้ความเป็นธรรมแก่ซิ่วอิงด้วยเถิดเจ้าค่ะ"
ลู่ซิ่วอิงในชุดอาภรณ์ผ้าต่วนสีชมพูอ่อนปักลายดอกท้อร่วงหล่น ทรุดกายลงคุกเข่าบนพื้นหินขัดเย็นเยียบ ดวงหน้ารูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมอย่างประณีต งดงามราวกับบุปผาหยาดค้างคืน แต่น่าเสียดายที่แววตาคู่คมกลับฉายความริษยาและรอยยิ้มซ่อนพิษสงที่แม้แต่เงาตัวเองยังต้องหวาดผวา
แม่ทัพเซียวฮ่าวผู้มีใบหน้าบึ้งตึงดั่งเหล็กกล้า ยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกคุกรุ่นระคนเวทนา เขากวาดสายตามองมู่หว่านเอินที่กำลังนั่งจิบชาอย่างใจเย็นอยู่บนเก้าอี้หวายบุเบาะกำมะหยี่สีเลือดหมู ท่าทีสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึกนั้น ยิ่งทำให้เขาเดือดดาล
"มู่หว่านเอิน! เจ้ายังจะใจดำอำมหิตไปถึงไหน!" เซียวฮ่าวตวาดลั่น เรือนรับรองสั่นสะเทือนเล็กน้อย "ซิ่วอิงคือน้องรองของเจ้า นางเพียงแค่มารับสำรับอาหารและไต่ถามสารทุกข์สุกดิบตามประสาพี่น้อง เหตุใดเจ้าจึงต้องใส่ร้ายป้ายสีว่านางส่งคนไปลอบวางยาพิษในครัวกลางของจวนตระกูลเซียวด้วยเล่า!"
มู่หว่านเอินมิได้สะดุ้งสะเทือน นางวางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ลงบนโต๊ะไม้จันทน์อย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันเบาหวิว แต่มันกลับดังก้องกังวานในความเงียบงัน นางเงยหน้าขึ้น สบตากับอดีตสามีผู้โง่เขลาด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก—รอยยิ้มที่เปรียบดั่งอาบยาพิษ
"ท่านแม่ทัพเอ่ยปากว่าข้าใส่ร้าย..." เสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์เอื้อnเอ่ยขึ้น "ท่านเอาสิ่งใดมาตัดสินเล่าเจ้าคะ? หรือเพราะสตรีผู้นี้บีบน้ำตาหยดเดียว ท่านก็พร้อมจะเอาศีรษะของข้าไปวางไว้บนเขียงเพื่อเอาใจนางแล้ว?"
"หว่านเอิน!" เซียวฮ่าวขบกรามแน่นจนสันกรามปูดนูน ย่างสามขุมเข้ามาประชิดตัวนาง "ข้าแต่งเจ้าเข้ามาเป็นฮูหยินเอกเพื่อดูแลจวน หาใช่ให้เจ้ามาสร้างความแตกแยก! หากเจ้ายังไม่ยอมขอโทษซิ่วอิงในวันนี้ อย่าหาว่าข้าไร้ไมตรีจิต!"
ลู่ซิ่วอิงที่คุกเข่าอยู่ด้านหลัง ยกมือขึ้นซับหางตาเบาๆ มุมปากของนางแอบยกยิ้มเยาะอย่างได้ใจ *โง่เง่าเสียจริง มู่หว่านเอิน... ต่อให้เจ้าจะฉลาดเฉลียวมาจากไหน สุดท้ายอำนาจในจวนนี้ก็ยังอยู่ในมือของข้ากับท่านพี่อยู่ดี!*
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ประตูเรือนไม้ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ทว่ากลับทรงพลังจนทุกคนในห้องต้องสะท้านเฮือก
ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมฆาสีทองเข้ม ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและเยือกเย็น กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วอาณาบริเวณ จนแม้แต่อากาศยังคล้ายจะแข็งตัว เซียวจ้าน—ฉินอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬปรากฏตัวขึ้นแล้ว ดวงเนตรคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวตวัดมองแม่ทัพเซียวฮ่าวและลู่ซิ่วอิงด้วยแววตาราวกับมองมดปลวก
"ท่านอ๋อง..." เซียวฮ่าวหน้าถอดสี รีบประสานมือคำนับอย่างลิบลน "เหตุใดพระองค์จึงเสด็จมาถึงเรือนหลังนี้ได้เล่าพ่ะย่ะค่ะ?"
เซียวจ้านมิได้ชายตาแลอดีตแม่ทัพผู้นี้แม้แต่น้อย พระบาทภายใต้รองเท้าหนังปักดิ้นทองก้าวผ่านร่างของลู่ซิ่วอิงที่ตัวสั่นเทานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ราวกับนางเป็นเพียงฝุ่นผง ไร้ค่าสิ้นดี
ร่างสูงหยุดยืนเคียงข้างมู่หว่านเอินอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ พระหัตถ์หนายื่นไปแตะปอยผมที่เคลียแก้มเนียนของนางอย่างทะนุถนอม สายตาที่ทอดมองสตรีงามตรงหน้าเต็มไปด้วยความลุ่มหลงและอ่อนโยน ซึ่งขัดแย้งกับความดุร้ายยามเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างสิ้นเชิง
"เปิ่นหวางมารับ 'พระชายา' ของเปิ่นหวาง" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ก่อนจะปรายพระเนตรมองเอกสารในมือที่ส่งต่อมาจากมหาดเล็กเงา
ลู่ซิ่วอิงลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดหวั่น นางรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่พัดผ่านเข้ามาในอก
มู่หว่านเอินหยิบม้วนกระดาษสาเนื้อดีขึ้นมาคลี่ออก ชายตามองลู่ซิ่วอิงที่เริ่มตัวสั่นเทาด้วยความกลัวที่ก่อตัวขึ้นจากส่วนลึกของจิตใจ
"ท่านแม่ทัพเซียว... ท่านรักอนุรักยิ่งนางนี้จนหลงลืมชาติตระกูลเดิมของนางไปแล้วกระมังเจ้าคะ" น้ำเสียงของมู่หว่านเอินราบเรียบทว่าบาดลึกถึงกระดูก "ตระกูลลู่แห่งเมืองอวี๋โจว ที่เบื้องหน้าทำธุรกิจโรงผ้าและค้าขายสุราบังหน้า แต่เบื้องหลังกลับใช้เส้นสายของตระกูลเซียวในการลักลอบขนเกลือเถื่อนล็อตใหญ่ และสมรู้ร่วมคิดกับกองโจรแดนเหนือทุจริตงบประมาณเสบียงชายแดน... เอกสารตราประทับลับนี้ ลายมือของบิดาลู่ซิ่วอิง ชัดเจนถึงเพียงนี้ ท่านแม่ทัพยังกล้าบอกว่าข้าใส่ร้ายอีกหรือไม่!"
เพล้ง!
ถ้วยชาในมือเซียวฮ่าวร่วงหล่นแตกกระจาย สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย เขารีบก้มลงมองกระดาษในมือมู่หว่านเอินที่เซียวจ้านส่งต่อให้
"ซิ่วอิง... นี่มันเรื่องอะไรกัน!" เซียวฮ่าวหันขวับไปจ้องหน้าอนุภรรยาคนโปรดด้วยดวงตาสดุจเลือด "เจ้า... ตระกูลของเจ้าบังaniอาจทำเรื่องกบฏเช่นนี้ได้อย่างไร!"
ลู่ซิ่วอิงหน้าถอดสี ล้มพับลงไปกองกับพื้น ลืมสิ้นซึ่งมารยาใดๆ นางละล่ำละลักปฏิเสธ "ไม่จริง... ไม่จริงนะเจ้าคะท่านพี่! ฮูหยินเอกนางกุเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายหม่อมฉัน! ท่านอ๋องโปรดทรงความเป็นธรรมด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวจ้านแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เย็นเยียบจนน่าขนลุก "ใส่ร้ายงั้นหรือ? กองกำลังพยัคฆ์ทมิฬของเปิ่นหวางเข้ายึดคลังเกลือเถื่อนของตระกูลลู่เรียบร้อยแล้วเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน บัญชีรายชื่อขุนนางที่รับสินบนก็อยู่ในมือเปิ่นหวางเช่นกัน"
พระเนตรคมปลาบกวาดมองลู่ซิ่วอิงที่บัดนี้สิ้นท่า ดุจดั่งพญายมราชตัดสินความเป็นความตาย
"ลู่ซิ่วอิง สมคบคิดกับกบฏ ลักลอบค้าเกลือเถื่อน และใส่ร้ายพระชายาเอกแห่งฉินอ๋อง มีโทษ... ประหารทั้งตระกูล!"
สิ้นพระสุรเสียงประกาศิต ลู่ซิ่วอิงกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความหวาดกลัว สติหลุดลอยเมื่อทหารองครักษ์ชุดดำกรูเข้ามาตรึงร่างนางไว้กับพื้น
แต่มู่หว่านเอินกลับมิได้สะใจในทันที นางลุกขึ้นยืนช้าๆ โน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของลู่ซิ่วอิงที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายด้วยแววตาที่เยียบเย็นดั่งน้ำแข็ง
*“นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น... ของนรกที่พวกเจ้ามอบให้ข้าในชาติก่อนเท่านั้น”*
ในจังหวะที่ความโกลาหลกำลังถึงขีดสุด มหาดเล็กเงารีบเร่งวิ่งเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าฉินอ๋องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือราชโองการลับประทับตราหยกสีชาดที่เพิ่งส่งตรงมาจากท้องพระโรง
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการด่วนที่สุด สั่งปลดแม่ทัพเซียวฮ่าวออกจากตำแหน่งทันที และมีรับสั่งให้..." มหาดเล็กกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นรายงานด้วยเสียงสั่นเครือ "...ให้จับกุมตัวแม่ทัพเซียวฮ่าวในข้อหากบฏร่วมกับตระกูลลู่พ่ะย่ะค่ะ!"
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งความสะใจและความลึกล้ำในบทนี้นะคะ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ•ตอนที่ 13
ถอดหน้ากากอนุจอมมารยา
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!