เสียงหัวเราะเบาๆ ดุจเสียงกระดิ่งเงินกระดิ่งทองที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องจัดเลี้ยงใหญ่ ภายในตำหนักรับรองแคว้นเป่ยนั้น ช่างบาดลึกและกรีดแทงโสตประสาทของผู้คนยิ่งนัก มู่หว่านเอินในอาภรณ์ปักดิ้นทองลายหงส์เพลิงซ้อนชั้นด้วยผ้าแพรต่วนสีม่วงอมแดงเข้มขับผิวให้ผุดผ่องดั่งหยกเนื้อดี นางมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อยยามเมื่อสายตานับร้อยคู่พุ่งตรงมายังตนเอง
เบื้องหน้าของนางคือลู่ซิ่วอิง อนุภรรยาผู้สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวดอกบัวขาวในบึงตม กำลังถือจอกสุราด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ทว่าแววตากลับฉายความริษยาและรอยยิ้มเยาะหยันที่ซ่อนไว้ภายใต้ความอ่อนหวานเสแสร้ง
"พี่หญิงใหญ่... น้องเพียงแต่หวังว่าท่านจะร่วมดื่มฉลองในพิธีเจริญพระชันษาขององค์ชายรองด้วยความยินดี เหตุใดจึงปฏิเสธน้ำใจของน้องเล่าเพคะ? หรือว่าท่านยังคงแค้นเคืองเรื่องในอดีตที่ท่านแม่ทัพเลือกหย่าขาดจากท่านกันแน่" เสียงหวานหยดย้อยที่เจือความน่าสงสารถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของลู่ซิ่วอิง นางจงใจชูจอกสุราขึ้นสูง หวังให้ทุกคนในที่นี้เห็นว่ามู่หว่านเอินเป็นสตรีไร้ความยืดหยุ่นและยังคงยึดติดกับสามีเก่า
แม่ทัพเซียวฮ่าว ซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างกันในฐานะสามีใหม่ของลู่ซิ่วอิง ขยับกายด้วยความกระอักกระอ่วน ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย็นชาบัดนี้ฉายแววดูแคลนระคนรำคาญใจ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย่อหยิ่งตามนิสัย "หว่านเอิน เจ้าควรเลิกทำตัวเป็นสตรีไร้เหตุผลเสียที ซิ่วอิงเพียงมีไมตรีจิตต่อเจ้า เจ้ากลับทำกิริยาราวกับนางจะวางยาพิษเจ้าอย่างนั้นแหละ ช่างน่าผิดหวังยิ่งนักที่สตรีสกุลมู่ผู้สูงศักดิ์ในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นคนใจแคบเช่นนี้ไปได้"
สิ้นเสียงของอดีตสามี บรรยากาศภายในห้องโถงพลันเงียบกริบลงทันตรอด ขุนนางน้อยใหญ่ต่างพากันกลั้นหายใจ หันมามองสตรีผู้โดดเดี่ยวกลางวงล้อมด้วยสายตาหลากหลาย ทั้งสมเพช เวทนา และรอคอยดูการแสดงงิ้วฉากใหญ่
ทว่า มู่หว่านเอินกลับไม่แม้แต่จะชายตากลบเกลื่อนความรังเกียจ นางยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของใครบางคนในมุมมืดของห้องโถงถึงกับกระตุกวูบ
ฉินอ๋องเซียวจ้าน ผู้ประทับอยู่ ณ เบื้องสูงในตำแหน่งประธานฝั่งซ้าย ทอดพระเนตรการกระทำของนางผ่านจอกชาหยกนิ่งสนิท ดวงเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นมิได้ละไปจากร่างระหงของนางเลยแม้แต่น้อย มุมโอษฐ์หยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นระคนเอ็นดู *‘สตรีของเปิ่นหวาง... กำลังจะเล่นสนุกอีกแล้วสินะ’*
มู่หว่านเอินค่อยๆ ใช้นิเรียวเรียวดั่งลำเทียนหยิบพัดจีบผ้าแพรปักลายดอกเหมยขึ้นมาคลี่ออกเบาๆ กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรลอยละล่องกลบกลิ่นสุราในบรรยากาศ
"แม่ทัพเซียวกล่าวหาภรรยาเก่าเช่นนี้ ช่างกล้าหาญสมกับเป็นยอดแม่ทัพชายแดนจริงๆ นะเพคะ..." นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานฟังชัดเจนทุกคำ "แต่ก่อนที่ท่านจะกล่าวหาว่าข้าใจแคบ ข้าว่าท่านควรจะถามอนุภรรยารักของท่านเสียก่อน ว่าจอกสุราในมือของนาง... เหตุใดจึงมีกลิ่นอายของ 'ผงหิมะพันลี้' เจือปนอยู่เล่า?"
คำว่า *'ผงหิมะพันลี้'* หลุดออกจากปากนาง ทำให้สีหน้าของลู่ซิ่วอิงเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา!
"พี่หญิง! ท่าน... ท่านพูดเหลวไหลอะไรกัน!" ลู่ซิ่วอิงละล่ำละลักปฏิเสธ เสียงเริ่มสั่นพร่า "สุราจอกนี้เป็นสุรารสเลิศจากแคว้นจ้าว เหตุใดท่านจึงใส่ร้ายน้องเช่นนี้!"
"ใส่ร้ายหรือ?" มู่หว่านเอินหัวเราะในลำคอแผ่วเบา ช่างเป็นเสียงที่ไพเราะราวกับเสียงน้ำค้างหยดบนใบบัว ทว่ากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี นางก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ลู่ซิ่วอิงทีละก้าว อาภรณ์ปักดิ้นทองสะท้อนแสงไฟวับแวว ราวกับหงส์เพลิงที่กำลังกางปีกแผ่ไอสังหาร "ผงหิมะพันลี้เป็นพิษหายากที่นำเข้าจากแดนประจิม สตรีตั้งครรภ์หากดื่มเข้าไปแม้เพียงหยดเดียว จะทำให้โลหิตในกายไหลย้อนกลับและแท้งบุตรภายในสามชั่วยาม... ช่างบังเอิญเสียจริง อนุภรรยาลู่ ช่วงนี้ท่านดูมีน้ำมีนวลขึ้น ท้องของท่านก็ดูเหมือนจะเริ่มนูนขึ้นมาเล็กน้อยแล้วมิใช่หรือ? หากท่านยื่นสุราจอกนี้ให้ข้าดื่มแล้วข้าไม่ดื่ม เหตุไฉนท่านจึงทำท่าทีร้อนรนราวกับกลัวว่าข้าจะไม่รับมันเล่า?"
"เจ้า... เจ้าบังAน!" แม่ทัพเซียวฮ่าวตบโต๊ะเสียงดังลั่น ลุกขึ้นยืนชี้หน้ามู่หว่านเอินด้วยความโกรธเกรี้ยว "หว่านเอิน เจ้าอย่ามากล่าวหาเลื่อนลอย ซิ่วอิงกำลังตั้งครรภ์ทายาทให้ตระกูลเซียว นางจะมีจิตใจอำมหิตวางยาพิษเจ้าได้อย่างไร!"
"ทายาทตระกูลเซียว?" มู่หว่านเอินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง นางหันไปประสานสายตากับขุนนางอาวุโสกรมการค้าที่นั่งอยู่ด้านข้าง "ใต้เท้าหลี่ ท่านเป็นผู้ดูแลเรื่องการนำเข้าสินค้าจากแดนประจิม ท่านจำได้หรือไม่ว่าเมื่อสามเดือนก่อน มีการลักลอบนำเข้าผงหิมะพันลี้จำนวนสามหีบผ่านเส้นทางขนส่งของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ... ซึ่งเป็นกองทัพภายใต้สังกัดของแม่ทัพเซียวฮ่าว?"
ใต้เท้าหลี่สะดุ้งเฮือก รีบก้าวออกมาคุกเข่ากลางห้องโถงด้วยความตกใจ "กราบทูลองค์ชาย และเรียนท่านแม่ทัพ... เรื่องนี้... เรื่องนี้เป็นความจริงพ่ะย่ะค่ะ! สินค้าควบคุมพิเศษชุดนั้นถูกบันทึกไว้ในบัญชีลับของกองทัพ และตราประทับที่ใช้เบิกสินค้า... ก็คือตราส่วนตัวของฮูหยินรองลู่ซิ่วอิงพ่ะย่ะค่ะ!"
*เปรี้ยง!*
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางห้องจัดเลี้ยง ลู่ซิ่วอิงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ใบหน้าที่เคยงดงามบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว นางหันไปมองสามีด้วยแววตาอ้อนวอน "ท่านพี่... ท่านพี่เจ้าคะ อย่าไปฟังนางนะเพคะ! นางโกหก! นางใส่ร้ายหม่อมฉัน!"
ทว่าแม่ทัพเซียวฮ่าวในตอนนี้ใบหน้าเผือดซีดไร้สีเลือด เขาก้มลงมองสตรีที่ตนรักและปกป้องนักหนาด้วยความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงกลางฝูงชน ตราประทับส่วนตัวอยู่ในมือของนาง... เท่ากับว่าหลักฐานมัดตัวแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด! หากเรื่องนี้สาวไปถึงฮ่องเต้ ข้อหาลักลอบค้าอาวุธและสารพิษต้องห้ามจากต่างแดน จะทำให้ตระกูลเซียวทั้งหมดต้องมีอันเป็นไปชั่วโคตร!
"ซิ่วอิง... เจ้า... เจ้าทำเช่นนั้นจริงๆ หรือ?" เสียงของแม่ทัพเซียวฮ่าวสั่นเครือ ความโกรธเกรี้ยวก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกและหวาดกลัวต่อภัยพิบัติที่กำลังจะมาเยือน
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและรักกันปานจะกลืนกินเสียจริง"
เสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆ ทำลายความเงียบงัน ฉินอ๋องเซียวจ้านทรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พระองค์ทรงพระดำเนินช้าๆ ลงมาจากแท่นประธาน ท่าทางสง่างามน่าเกรงขามดั่งพญายมที่ก้าวออกมาจากขุมนรก ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนทุกคนต้องก้มหน้าหลบสายตา
เซียวจ้านทรงหยุดยืนเบื้องหลังร่างระหงของมู่หว่านเอิน พระหัตถ์หนายื่นออกไปแตะเบาๆ ที่ไหล่บางของนางอย่างถือสิทธิ์ ทว่าสายตากลับคมกริบราวใบมีดที่ปักลงบนร่างของแม่ทัพเซียวฮ่าว
"แม่ทัพเซียว... ดูเหมือนว่าตาของเจ้าจะไม่เพียงแต่มืดบอดที่ปล่อยให้เพชรแท้หลุดมือไป..." พระสุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทีละคำ ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจคนฟัง "...แต่สมองของเจ้าก็คงจะฝ่อลงไปมากด้วย ถึงได้ยอมเอาอนาคตของตระกูลมาแขไว้กับงูพิษไร้ค่าเช่นนี้"
"ท่าน... ท่านอ๋อง..." แม่ทัพเซียวฮ่าวเข่าอ่อนทรุดลงคุกเข่าโขกศีรษะคำนับด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
มู่หว่านเอินเหลือบสายตาขึ้นมองพระพักตร์ด้านข้างของคนที่ยืนซ้อนหลังนาง กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและอุมหภูมิอุ่นจากพระหัตถ์ที่แตะอยู่ทำให้หัวใจนางกระตุกวูบเล็กน้อย นางเบือนหน้าหนีซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้ ก่อนจะหันกลับมามองอดีตสามีที่กำลังหมอบราบคาบแก้วด้วยแววตาสมเพช
"เรื่องในเรือนหลังของท่าน ข้าไม่อาจก้าวก่ายได้อีกแล้วเพคะ ท่านแม่ทัพ..." มู่หว่านเอินเอ่ยน้ำเสียงเยือกเย็น ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ ทั้งสิ้น "แต่หากวันนี้น้องหญิงลู่ยังยืนกรานจะให้ข้าดื่มสุราจอกนี้... ข้าเกรงว่าศาลยุติธรรมหลวงคงจะต้องเชิญพวกท่านไปช่วยไขข้อข้องใจเรื่องคดีลับของแคว้นเป่ยเสียกระมัง?"
ลู่ซิ่วอิงกรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก นางพยายามคลานเข้าไปหามู่หว่านเอินเพื่อจะควชายเสื้อ ทว่ายังไม่ทันแตะต้องชายอาภรณ์ ปลายดาบคมกริบขององครักษ์เงาแห่งตำหนักฉินอ๋องก็พุ่งมาปักลงกับพื้นห่างจากปลายนิ้วของนางเพียงนิ้วเดียว!
"ใครบังอาจแตะต้องพระชายาในอนาคตของเปิ่นหวาง... ตัดมือข้างนั้นทิ้งเสีย!"
สุรเสียงประกาศิตก้องกังวานไปทั่วห้องโถง ทุกคนในที่นั้นต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด พระชายาในอนาคตของฉินอ๋อง?! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
มู่หว่านเอินเองก็ชะงักงัน หันขวับไปมองบุรุษข้างกายด้วยความตกใจระคนไม่เข้าใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามสบเข้ากับดวงเนตรพญาอินทรีที่ทอดมองนางด้วยความลึกล้ำและเจ้าเล่ห์เกินบรรยาย
ทว่า ก่อนที่นางจะได้กล่าวสิ่งใด ทหารม้าเร่งด่วนในชุดเกราะเปื้อนฝุ่นคนหนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้องโถงด้วยความตื่นตระหนก ถือม้วนพระราชโองการสีทองอร่ามวิ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าฉินอ๋อง พร้อมกับประกาศเสียงดังลั่นจนทุกคนในที่นั้นแทบหยุดหายใจ
"ทูลรายงานท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการด่วน... ปลดแม่ทัพเซียวฮ่าวออกจากตำแหน่ง พร้อมสั่งกักบริเวณคนสกุลเซียวทั้งหมด เนื่องจากพบหลักฐานว่า... มีส่วนพัวพันกับการส่งต่อแผนที่ค่ายกลลับของกองทัพให้แก่แคว้นศัตรูพ่ะย่ะค่ะ!"
มู่หว่านเอินหรี่ตาลงทันที หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความระแวงระวัง แผนที่ค่ายกลลับแคว้นเป่ย? เรื่องนี้ถูกเปิดเผยเร็วกว่าในอดีตชาติถึงครึ่งปี... หรือว่า...
นางหันขวับไปมองฉินอ๋องผู้ยืนอยู่เบื้องหลัง ที่บัดนี้กำลังคลี่ยิ้มมุมปากอย่างผู้กุมชัยชนะทุกย่างก้าว ดวงเนตรคู่นั้นมองมาที่นางราวกับจะบอกเป็นนัยว่า— *ทุกอย่าง... อยู่ในกำมือของเปิ่นหวางหมดแล้ว*
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งความสะใจและความลึกล้ำในบทนี้นะคะ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ•ตอนที่ 11
ตบหน้ากลางงานเลี้ยง
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!