ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ•ตอนที่ 6

โรงโอสถบูรพาถือกำเนิด

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นหอมละมุนของโสมภูเขาป่าร้อยปีลอยอวลเคล้ากับไอร้อนจากเตาต้มยาสำริด ลวดลายหงส์คาบกิ่งหลิวสลักนูนต่ำบนตัวเตานั้นสะท้อนแสงไฟวับวาวดั่งดวงตาของพญาหงส์ที่ตื่นจากการหลับใหล มู่หว่านเอินในอาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นเงินลายเมฆมงคล ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์หอม นางใช้ปลายนิ้วเรียวสวยคีบกลีบดอกบัวหิมะสีชาดใส่ลงไปในหม้อดินเผาอย่างแม่นยำ ทุกย่างก้าวและท่วงท่าของนางล้วนเปี่ยมด้วยความสง่างามเยือกเย็น ดุจดั่งเซียนโอสถผู้ลงมาจุติบนโลกมนุษย์ เพื่อชำระล้างความเน่าเฟะของตระกูลขุนนางที่ฉ้อฉล เบื้องหลังประตูบานเฟี้ยมไม้สักแกะสลักอย่างประณีต เสียงอื้ออึงของฝูงชนและความทุกข์ทรมานของผู้เจ็บป่วยดังเล็ดลอดเข้ามาไม่ขาดสาย เงินทองกองโตที่นางได้จากการหย่าขาดจากตระกูลแม่ทัพอันโสมม ถูกเปลี่ยนรูปเป็นสมุนไพรล้ำค่าและโรงโอสถบูรพาที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางย่านการค้าที่เจริญที่สุดของเมืองหลวงแห่งนี้ "คุณหนูเจ้าคะ..." เสียงกระซิบอย่างระมัดระวังของชิงหลัน สาวใช้คนสนิทดังขึ้น พร้อมกับร่างที่ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเบาหวิว "คนจากจวนแม่ทัพ... ส่งเทียบเชิญมาอีกแล้วเจ้าค่ะ บอกว่าฮูหยินรองลู่ซิ่วอิงเกิดอาการประชวรด้วยโรคแปลกประหลาด ผิวหนังคันคะเยอและมีผื่นแดงขึ้นทั่วร่าง ร้อนรนจนต้องให้ท่านแม่ทัพมาขอร้องให้ท่านไปรักษาด้วยตนเองเจ้าค่ะ" มุมปากของมู่หว่านเอินยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่งดงามทว่าเย็นชาถึงกระดูก นางยังคงกวนโอสถในหม้อด้วยไม้พายหอมกรุ่นอย่างใจ "โรคประหลาดอย่างนั้นหรือ?" เสียงหวานใสกังวานเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมดดั่งคมมีดที่ซ่อนอยู่ในแพรไหม "เกรงว่าคงจะเป็น 'กรรมสนอง' เสียมากกว่า... ในเมื่อนางอยากได้ของรักของหวงจากข้าไปนัก ข้าก็แค่ 'ของขวัญ' ชิ้นพิเศษฝากไว้บนผิวพรรณของนางก่อนจากมาเท่านั้นเอง ผ่านมาหลายวัน ป่านนี้ฤทธิ์ยาคงเริ่มกัดกินลึกลงไปถึงกระดูกแล้วกระมัง" ชิงหลันฟังแล้วพลอยขนลุกชัน นางรู้ดีว่าคุณหนูของตนในยามนี้ไม่ใช่สตรีอ่อนแอผู้ถูกรังแกในอดีตอีกต่อไปแล้ว มู่หว่านเอินผู้เพียบพร้อมทั้งสติปัญญาและวิชาแพทย์ขั้นสูง กำลังใช้สมองและปลายปากกาเดินหมากตานี้อย่างเลือดเย็น โดยไม่ต้องลงมือทำลายด้วยกำลังแม้แต่น้อย "ปล่อยให้พวกมันดิ้นรนไปก่อนเถอะ" มู่หว่านเอินวางไม้พายลง หันกลับมามองผลงานในหม้อดินเผาที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล น้ำยาโอสถสีมรกตใสสะอาดสะออดสะอ้าน บ่งบอกถึงความสำเร็จขั้นสูงสุดของการปรุงยา "วันนี้โรงโอสถบูรพาของเราเปิดทำการวันแรก ผู้ป่วยยากไร้ย่อมต้องมาก่อนเสมอ ส่วนคนจากจวนแม่ทัพ... ต่อให้เอาทองคำมาแลกสิบหีบ ก็ยังไม่คู่ควรให้ข้าชายตามอง" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นทรงพลังราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นเข้ามาจากด้านหน้าโรงโอสถ พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องปรุงยาพลเปลี่ยนเป็นอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก บานประตูไม้ถูกผลักออกอย่างไร้ความเกรงอกเกรงใจ ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมสีดำปักลายมังกรทะยานฟ้าด้วยด้ายทองคำบริสุทธิ์ก้าวเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลักนั้นเย็นชาไร้ความรู้สึก ทว่าแววตาดุจเหยี่ยวกลับกวาดมองไปทั่วห้องด้วยอำนาจที่กดขี่ผู้คนให้คุกเข่าได้ในพริบตา ฉินอ๋อง—เซียวจ้าน! ท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพทัพพิทักษ์บูรพา ผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดและเลือดเย็น ไร้ความปรานีต่อศัตรูยิ่งกว่าผู้ใด เหตุใดจึงมาปรากฏกายอยู่ ณ โรงโอสถเล็กๆ แห่งนี้ได้? เหล่าผู้ติดตามและหมอประจำร้านต่างพากันคุกเข่าหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว มีเพียงมู่หว่านเอินเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง นางมิได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เพียงแค่เงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแคว้นด้วยแววตราบเรียบ นิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก "ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ" มู่หว่านเอินย่อกายคารวะตามธรรมเนียมอย่างงดงามไร้ที่ติ น้ำเสียงของนางราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ "ไม่ทราบว่าลมหอบท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์มาเยือนโรงโอสถเล็กๆ ของหม่อมฉันในวันนี้ มีธุระอันใดหรือเพคะ" เซียวจ้านก้าวเข้าไปใกล้ร่างระหงทีละน้อย กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังและกลิ่นอายสงครามจางๆ ลอยมาปะทะนาสิก มู่หว่านเอินขยับถอยหลังเล็กน้อยอย่างถือตัว แต่มือหนากลับยื่นมาคว้าข้อศอกเรียวของนางไว้ด้วยความรวดเร็วราสายฟ้าแลบ ปลายนิ้วแข็งแกร่งบีบกระชับเบาๆ ทว่าแฝงด้วยแรงบังคับที่ปฏิเสธไม่ได้ ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ราวกับต้องการค้นหาความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าอันงดงามเยือกเย็น "เปิ่นหวังได้ยินชื่อเสียงของ 'หมอเทวดาไร้พ่าย' ผู้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินด้วยโอสถประหลาดมานาน" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอמהดังขึ้นข้างหูของนาง ชิดใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดป่าวกระทบพวงแก้มเนียน "แต่ไม่คิดเลยว่า... หมอเทวดาผู้เลื่องลือคนนั้น จะเป็นอดีตฮูหยินเอกผู้ถูกทอดทิ้งของตระกูลเซียว ผู้ที่เพิ่งจะหย่าขาดกับสามีโง่เขลาเมื่อไม่กี่วันก่อน" มู่หว่านเอินเม้มริมฝีปากเล็กน้อย แววตาฉายประกายความเย่อหยิ่งดื้อรั้น นางสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างนุ่มนวลแต่มั่นคง เชิดหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "เรื่องในเรือนหลังของหม่อมฉัน ไฉนเลยจะรบกวนเวลาอันมีค่าของท่านอ๋องได้ หากท่านอ๋องทรงเจ็บไข้ได้ป่วย เชิญไปต่อแถวรอรับการรักษาจากหม่อมฉันที่ด้านนอกตามกฎระเบียบเถิดเพคะ แต่หากทรงมาเพื่อเรื่องไร้สาระ... หม่อมฉันเกรงว่าคงไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำด้วย" คำพูดที่สามห้าวและอาจหาญเช่นนี้ หากเป็นผู้อื่นคงหัวหลุดจากบ่าไปนานแล้ว ทว่าเซียวจ้านกลับไม่โกรธเคืองแม้แต่น้อย มุมปากหยักลึกของเขากลับกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่หาดูได้ยาก ดวงตาคู่คมฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด น่าสนใจ... สตรีผู้นี้ช่างกล้าหาญและมีพิษสงรอบตัวยิ่งนัก ไม่เหมือนบรรดาลคุณหนูในห้องหอที่เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญและหวาดกลัวเขา "กฎระเบียบอันใดกัน?" เซียวจ้านก้าวเข้าประชิดตัวนางอีกก้าว จนมู่หว่านเอินต้องถอยหลังไปชนกับโต๊ะไม้จันทน์หอมโดยปริยาย ร่างสูงใหญ่กักขังนางไว้ในอ้อมแขนและโต๊ะอย่างแนบชิด "ในเมื่อโอสถประหลาดของเจ้าสามารถรักษาโรคประหลาดได้... เปิ่นหวังมี 'โรคเรื้อรัง' ชนิดหนึ่งที่หาหมอคนใดมารักษาเท่าไรก็ไม่หาย เจ้าลองช่วยตรวจดูให้เปิ่นหวังหน่อยสิ ว่าพอจะมีวิธีเยียวยาหรือไม่?" มู่หว่านเอินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความระแวง นางเอื้อมมือไปจับข้อมือหนาเพื่อตรวจชีพจรตามสัญชาตญาณแพทย์ ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนข้อมือแกร่ง นางกลับพบว่าชีพจรของเขาสมบูรณ์แข็งแรงดี ยิ่งกว่าคนปกติเสียอีก ไม่มีร่องรอยของพิษหรือความเจ็บป่วยใดๆ ทั้งสิ้น "ท่านอ๋องทรงตรัสล้อเล่น หม่อมฉันตรวจดูแล้ว ท่านมิได้ป่วยเป็นโรคอันใดเลย!" มู่หว่านเอินเอ่ยเสียงเข้ม พยายามผลักอกแกร่งให้ออกห่าง เซียวจ้านโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากหยักแทบจะชิดกับใบหูขาวสะอาด น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของสตรีผู้เยือกเย็นสะท้านไหวอย่างรุนแรง "ใครว่าเปิ่นหวังไม่ป่วย..." เขายกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ แววตาดุจหมาป่าเจ้าเล่ห์จ้องมองริมฝีปากอิ่มสีชาดของนางไม่วางตา "เปิ่นหวังป่วยเป็นโรค 'คิดถึงเจ้า' จนใจจะขาดรอนๆ... และมีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้น ที่จะใช้โอสถวิเศษมา 'เยียวยา' หัวใจดวงนี้ได้" ในวินาทีที่มู่หว่านเอินกำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือน ชิงหลันก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับแผ่นกระดาษสีทองอร่ามในมือ น้ำเสียงของนางสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "คุณหนูเจ้าคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ! มี... มีราชสำนักส่งราชสาส์นด่วนที่สุดมาถึงท่านอ๋อง และ... และหน้าโรงโอสถตอนนี้ แม่ทัพเซียวฮ่าวกับลู่ซิ่วอิงกำลังบุกเข้ามาโวยวายหาเรื่องแล้วเจ้าค่ะ!" เซียวจ้านผละออกจากร่างของมู่หว่านเอินช้าๆ ใบหน้าหล่อเหลากลับคืนสู่ความเย็นชาดุจน้ำแข็งในทันที รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนน่ากลัว เขารับราชสาส์นสีทองจากมือชิงหลันมาเปิดอ่านกวาดสายตาเพียงปราดเดียว ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มเหี้ยมเกรียม "หึ... สุนัขที่บ้านไม่รู้จักสั่งสอน กล้าดียังไงมารบกวนเวลาของเปิ่นหวังกับชายาเอกในอนาคต" เซียวจ้านหันกลับมามองมู่หว่านเอินที่กำลังยืนนิ่งสนิท ดวงตาคู่คมประกายแสงวับวาวราวกับนักล่าที่รอคอยเหยียบย่างเข้าสู่ลานประลอง "หว่านเอิน... ดูเหมือนว่าละครฉากใหญ่ที่เจ้าวางแผนไว้ จะเริ่มเปิดฉากขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้วสินะ?" --- ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งความสะใจและความลึกล้ำในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%