ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ•ตอนที่ 21

สัจธรรมแห่งกงกรรมกงเกวียน

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายกำยานหมื่นลี้ที่ลอยวนอยู่ในห้องโถงใหญ่ของจวนแม่ทัพ บัดนี้กลับมิได้ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย หากแต่กดทับลงบนทรวงอกของผู้คนจนแทบหายใจไม่ออก มู่หว่านเอินยืนนิ่งสนิท อาภรณ์ผ้าแพรต่วนสีเหมันต์ปักลายหงส์เพลิงดิ้นทองขยับไหวตามจังหวะการหายใจอันสงบนิ่ง เครื่องประดับหยกมันแพะบนมวยผมสั่นไหวเล็กน้อยยามที่นางเอียงคอลงมองบุรุษผู้เคยได้ชื่อว่าเป็นสามี แม่ทัพเซียวฮ่าวในยามนี้ มิได้หลงเหลือเค้าโครงของบุรุษผู้ทะนงองอาญากลางสนามรบอีกต่อไป อาภรณ์ขุนนางสีเข้มยับย่น ดวงตาแดงก่ำไร้ซึ่งประกายความฮึกเหิม ร่างกายกำยำสั่นเทาเล็กน้อยยามที่มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าชายเสื้อของนางไว้ แต่กลับต้องชะงักค้างกลางอากาศ ราวกับตระหนักได้ว่า ตนเองไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องปลายเส้นผมของสตรีตรงหน้าผู้นี้อีกแล้ว "หว่านเอิน... เจ้า... ใจร้ายถึงเพียงนี้เชียวหรือ" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือราวกับเด็กน้อยผู้ไร้ที่พึ่ง มู่หว่านเอินปรายตามองมือคู่นั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ดุจดังมองเศษธุลีบนพื้นรองเท้า นางมิได้โกรธแค้น มิได้ชิงชัง และที่สำคัญที่สุด... มิได้หลงเหลือเยื่อใยใดๆ ทั้งสิ้น ความรู้สึกเหล่านั้นถูกเผาผลาญจนมอดไหม้ไปในชาติภพก่อนจนหมดสิ้นแล้ว ยามนี้ในอกของนางมีเพียงความว่างเปล่าที่เย็นเยียบ และรอยยิ้มหยันที่มุมปากซึ่งกรีดลึกลงไปในใจของคนมองยิ่งกว่าคมดาบ "ใจร้ายหรือคะ?" นางทวนคำ น้ำเสียงหวานใสทว่าเยือกเย็นดุจสายน้ำจากยอดเขาหิมะ "ท่านแม่ทัพใช้คำนี้ได้หน้าตาเฉยเหลือเกินนะคะ วันที่ข้าถูกอนุภรรชาตินรกของท่านกรอกยาพิษจนแทบสิ้นใจ วันที่ท่านเชื่อคำยุยงและตราหน้าว่าข้าเป็นสตรีไร้คุณธรรม วันนั้น... ท่านเคยถามตนเองบ้างหรือไม่ว่าความใจร้ายหน้าตาเป็นเช่นไร" "ข้า... ข้าถูกนางหลอก! ลู่ซิ่วอิงมันเป็นปีศาจจำแลงกาย!" เซียวฮ่าวคำรามในลำคอด้วยความเจ็บปวด น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากหางตา "ข้าได้รับผลกรรมแล้ว ตระกูลลู่พินาศแล้ว อนุสารเลวนั่นถูกส่งไปคุกใต้ดินเพื่อชดใช้กรรม ทรัพย์สินทั้งหมดถูกริบ ทุกอย่างพังทลายลงหมดแล้ว... หว่านเอิน ข้าสำนึกผิดแล้ว ได้โปรด... กลับมาเถอะนะ" ภาพของบุรุษผู้เคยเย่อหยิ่งจองหอง คุกเข่าลงแทบเท้าเพื่อร้องขอความเมตตา หากเป็นเมื่อก่อน มู่หว่านเอินคงใจอ่อนยวบด้วยความอาลัยอาวรณ์ แต่นั่นคือเรื่องราวของ "สตรีโง่เขลา" คนเก่า นางในวันนี้คือเซียนโอสถผู้กุมชะตาชีวิตของคนนับหมื่น และเป็นฮูหยินที่ฉินอ๋องทรงประทานความโปรดปรานให้อย่างล้นพ้น นางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างสง่างาม หลบเลี่ยงการคุกเข่าของเขา รอยยิ้มบนเรียวปากบางเฉียบปรากฏขึ้น เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่ากลับอาบยาพิษร้ายกาจ "ท่านแม่ทัพเข้าใจผิดแล้วค่ะ สิ่งที่ท่านกำลังเผชิญอยู่ หาใช่การลงทัณฑ์ที่สาสมไม่ แต่มันเป็นเพียง 'สัจธรรมแห่งกงกรรมกงเกวียน' เท่านั้น" มู่หว่านเอินกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงที่ครั้งหนึ่งนางเคยทุ่มเทแรงกายแรงใจจัดแต่งอย่างประณีต บัดนี้กลับดูเวิ้งว้างและอ้างว้างราวกับสุสาน "ท่านสร้างกรรมอันใดไว้ ย่อมต้องรับผลกรรมนั้นด้วยความเต็มใจ อย่าได้เที่ยวร้องขอความสงสารจากผู้ที่ท่านเป็นคนผลักตกหน้าผาด้วยมือของตนเองเลยค่ะ มันน่าสมเพช... เกินกว่าที่ข้าจะมองดู" คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนเข็มเงินนับพันเล่มที่พุ่งปักเข้ากลางใจของเซียวฮ่าว เขาเจ็บปวดจนแทบกระอักเลือด ลมหายใจติดขัด ดวงตาเบิกโพ้างd้วยความตระหนักรู้ที่สายเกินแก้ เขาสูญเสียสตรีที่รักและซื่อสัตย์ที่สุดในใต้หล้าไปแล้ว สูญเสียด้วยความโง่เขลาเบาปัญญาของตนเอง "เจ้าจะไปไหน..." เขากลืนก้อนสะอื้น ฝืนใจเงยหน้าขึ้นมองนางที่กำลังหันหลังให้ "ข้า... ข้าไม่มีใครอีกแล้ว หว่านเอิน" มู่หว่านเอินหยุดฝีเท้าลงเล็กน้อย นางมิได้หันกลับไปมอง ร่างระหงในอาภรณ์หรูหราทอดเงายาวไปเบื้องหลัง น้ำเสียงราบเรียบทว่าก้องกังวานลึกซึ้งในความเงียบงันเอ่ยขึ้นเป็นประโยคสุดท้าย "เส้นทางของท่านกับข้า ได้ขาดสะบั้นลงตั้งแต่วันที่ท่านเลือกนางแล้วค่ะ นับจากนี้ จงใช้ชีวิตที่เหลืออยู่จมปลักอยู่กับความสำนึกผิด ความโดดเดี่ยว และความทรงจำที่ไม่มีวันหวนคืน... นั่นคือการชดใช้ที่แท้จริงที่ท่านคู่ควร" สิ้นเสียงหวานอันเด็ดเดี่ยว นางก็ก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง ทิ้งให้เซียวฮ่าวนั่งทรุดกายลงกับพื้น ห้อมล้อมด้วยความมืดมิดและความหนาวเหน็บที่ไม่มีวันจางหาย ทว่า ในขณะที่มู่หว่านเอินก้าวพ้นธรณีประตูเรือนใหญ่ ออกมาสู่ลานกว้างที่แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบพื้นหินศิลาจนขาวนวล บรรยากาศรอบกายกลับพลันเปลี่ยนแปรไปในพริบตา กลิ่นอายความเย็นเยือกที่คุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับเงาร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินยวงที่ยืนรออยู่ใต้ต้นเหมยโบราณ เซียวจ้าน... ฉินอ๋องผู้เยือกเย็นและดุร้าย ทรงประทับยืนพิงลำต้นเหมย พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดพระเนตรตรงมาที่นาง มุมพระโอษฐ์หยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง ทว่าแววตานั้นกลับทอประกายความลุ่มลึกและอบอุ่นอย่างประหลาด พระองค์ทรงก้าวเข้ามาช้าๆ ก่อนจะยื่นพระหัตถ์หนาออกมารับมือนุ่มของนางไว้อย่างทะนุถนอม ราวกับนางคือสมบัติล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้า "จัดการเสร็จสิ้นแล้วหรือ พระชายາของเปิ่นหวาง?" สุรเสียงทุ้มต่ำเอמהด้วยความอ่อนโยนที่มอบให้แค่นางผู้เดียว มู่หว่านเอินเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมคาย มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เตรียมจะเอ่ยตอบเพื่อคลี่คลายบรรยากาศตึงเครียด ฉับพลันนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าควบตะบึงอย่างบ้าคลั่งก็ดังแหวกความเงียบยามวิกาลเข้ามาใกล้จวนแม่ทัพ ตามมาด้วยเสียงตะโกนสุดเสียงขององครักษ์ประจำพระองค์ที่พุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนแทบเสียสติ "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากห้องทรงพระอักษร... พระพันปีหลวงทรง... ทรงพระประชวรหนักกะทันหัน หลังเสวยโอสถถวายจากหมอหลวงหน้าใหม่ และ... และในพระตำหนักเวลานี้ พบป้ายหยกประจำพระองค์ของ... ของท่านอ๋องตกอยู่พ่ะย่ะค่ะ!" รอยยิ้มบนพระพักตร์ของฉินอ๋องเลือนหายไปในเสี้ยวพริบตา แววตาดุร้ายวาวโรจน์ขึ้นดั่งสัตว์ป่ากระหายเลือด บรรยากาศรอบกายกดดันจนแทบหยุดหายใจ ขณะที่มู่หว่านเอินหรี่ตาลงทันที นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของแผนการร้ายที่ถูกชักใยจากความมืดมิด... นี่ไม่ใช่การเจ็บป่วยธรรมดา แต่มันคือ "กับดัก" มรณะที่ถูกวางไว้เพื่อปองร้ายฉินอ๋องโดยเฉพาะ! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ หงส์เพลิงหวนคืนจะพาทุกท่านไปพบกับจุดพลิกผันที่สะใจและระทึกยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%