เปลวเพลิงสีชาดจากไส้เทียนไขวาศิลป์ตกลงกระทบจานหยกขาว เกิดเสียงปะทุเบาหวิวราวกับเสียงถอนหายใจของภูตพรายในยามวิกาล
กลิ่นหอมบางเบาของกำยานปักกิ่งอบอวลเคล้าคลออยู่ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องลับชั้นใต้ดินของหอโอสถ บรรยากาศรอบกายถูกกดทับด้วยความเย็นเยียบอันเป็นเอกลักษณ์ของบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนแผ่นดิน เซียวจ้าน ฉินอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้าย นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักพิงไม้พะยุงแกะสลักลวดลายพยัคฆ์ทะยาน อาภรณ์ไหมปักด้ายทองสีนิลสนิทขับเน้นให้ใบหน้าคมคายราวน้ำแข็งสลักดูน่าเกรงขามจนแทบหยุดหายใจ ทว่าดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกลับมิได้มองสิ่งอื่นใด นอกจากร่างระหงในชุดคลุมผ้าแพรต่วนสีม่วงอ่อนของสตรีตรงหน้า
มู่หว่านเอินมิได้สะทกสะท้านต่อออร่าสังหารที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม นางเพียงยกเรียวปากขึ้นแย้มยิ้มบางเบา ราวกับดอกเหมยแรกแย้มท่ามกลางเหมันต์ ปลายนิ้วเรียวยาวบรรจงคีบกาน้ำชาเคลือบกระเบื้องลายคราม รินน้ำชาสมุนไพรสีอำพันลงในจอกหยกอย่างเชื่องช้า ท่าทีสง่างามและไร้ซึ่งความตื่นตระหนกทำให้แววตาของฉินอ๋องไหววูบไปชั่วขณะ
"ชาปี้หลัวชุนผสมเกสรบัวหิมะ... รสชาติขมนำแต่หวานล้ำในคอ เหมาะสำหรับยามที่จิตใจต้องแบกรับเรื่องราวอันหนักหน่วงยิ่งนักเพคะ ท่านอ๋อง"
สุเสียงหวานใสกังวานราวกับระฆังเงินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันลงอย่างไม่เกรงกลัว นางเลื่อนจอกชาไปเบื้องหน้าเขาโดยไม่รอให้เชื้อเชิญ
เซียวจ้านไม่แม้แต่จะปรายตาแลจอกชาตรงหน้า สันจมูกโด่งคมรับกับริมฝีปากที่เม้มเป็นเส้นตรง นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยราวกับพยัคฆ์กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ "หมอเทวดามู่... เจ้าช่างใจกล้าเกินไปกระมัง รู้อยู่แก่ใจว่าข้ามาเยือนด้วยเรื่องใด แต่กลับยังมัวมานั่งรินน้ำชาโอፍสลักลายเล่นลิ้นอยู่ได้"
"หมอเทวดาผู้หนึ่งย่อมรู้ดีว่าโรคใดควรใช้ยาขนานใดรักษา..." มู่หว่านเอินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นล้ำลึกดั่งห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึง ซ่อนคมดาบอันแหลมคมไว้ภายใต้ประกายใสกระจ่าง "และเรื่องที่ท่านอ๋องทรงกังวลพระทัยจนต้องเสด็จมาถึงเรือนพักของข้าในยามวิgالนี้ คงมิพ้นเรื่องเงาสีดำที่แอบแฝงเข้ามาในค่ายทหารหลวง และ... ยาพิศม์สลายกระดูกที่พบในพระกระยาหารขององค์รัชทายาทเมื่อสามวันก่อนกระมังเพคะ"
สิ้นคำกล่าวของนาง อุณหภูมิภายในห้องลับก็ลดฮวบทันที ความดุร้ายที่ถูกกดทับไว้พวยพุ่งออกมาจากร่างของฉินอ๋องราวกับคลื่นลมพายุ เขายื่นมือหนาคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่นด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ แรงบีบนั้นหนักหน่วงราวนมเหล็กกล้า ทว่ามู่หว่านเอินกลับไม่แม้แต่จะนิหน้า นางเพียงก้มลงมองข้อมือตนเองที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน
"เจ้าเป็นใครกันแน่... มู่หว่านเอิน อดีตฮูหยินผู้ถูกทอดทิ้งแห่งจวนแม่ทัพ เหตุใดจึงล่วงรู้เรื่องในวังหลวงได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ หรือว่า... เจ้าคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังพิษร้ายนั่น?" สุเสียงทุ้มต่ำตึงเครียดดังขึ้นชิดริมฝีปากของนาง ไอความร้อนจากลมหายใจของเขาระAอยู่ข้างแก้มเนียน
ทว่าสตรีใต้ร่างกลับหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ระคนความสมเพชและเย้ยหยันในโชคชะตา นางตวัดสายตาขึ้นมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าหากข้าเป็นคนลงมือ... ท่านอ๋องคิดว่าป่านนี้จะมีลมหายใจมานั่งคาดคั้นข้าอยู่ตรงนี้หรือเพคะ? วางใจเถอะ ข้ามิใช่ศัตรูของท่าน... ตรงกันข้าม ข้าคือผู้เดียวในแผ่นดินนี้ที่จะช่วยท่านถอนรากถอนโคนหนอนบ่อนไส้ที่เกาะกินราชสำนักอยู่ได้"
เซียวจ้านจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เขาพยายามค้นหาความหวาดกลัว ความล่อลวง หรือแม้แต่พิรุธใดๆ จากสตรีตรงหน้า แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความมั่นคงดุจหินผาและความเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า หัวใจที่ด้านชาและเย็นเยียบมาเนิ่นนานของท่านอ๋องผู้ไร้พ่ายกลับกระตุกวูบอย่างประหลาด นางไม่ใช่หมากที่เขาจะควบคุมได้ตามอำเภอใจ... นางคือเซียนโอสถผู้กุมชะตากรรมที่เขาเองก็ต้องยอมสยบ
"เงื่อนไขของเจ้าคืออะไร?" เซียวจ้านยอมคลายมือออกช้าๆ น้ำเสียงของเขากลับมาเรียบเฉย ทว่าแววตากลับจริงจังขึ้นหลายส่วน
มู่หว่านเอินดึงข้อมือกลับ นางยกมือขึ้นจัดอาภรณ์ให้เข้าที่อย่างใจเย็น ก่อนจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้พยัคฆ์หนุ่มแห่งค่ายทหารต้องชะงัก
"ข้าต้องการให้ท่านอ๋องใช้กำลังพลและอำนาจในมือ... หนุนหลังข้าในการกวาดล้าง 'จวนแม่ทัพ' ให้ราบคาบ"
"จวนแม่ทัพเซียว?" เซียวจ้านทวนคำ ดวงตาหรี่แคบลง "นั่นคืออดีตสามีของเจ้ามิใช่หรือ? เหตุใดสตรีผู้ถูกหย่าร้างจึงต้องการทำลายตระกูลที่ตนเคยสังกัดด้วยความแค้นเคืองถึงเพียงนี้"
"ความแค้นหรือเพคะ?" มู่หว่านเอินแค่นหัวเราะ ดวงตาดำขลับวาววับด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเคียดแค้นที่ถูกกักเก็บไว้ใต้ก้นบึ้งหัวใจ "สิ่งที่พวกมันทำกับข้าในชาติก่อน... มิใช่เพียงแค่การขับไล่ไสส่ง แต่มันคือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ และเอาชีวิตของบุตรในท้องข้าไปอย่างไร้ความปรานี! ลู่ซิ่วอิงและเซียวฮ่าวจะต้องชดใช้ด้วยเลือด ลมหายใจ และทุกสิ่งที่พวกมันรัก!"
บรรยากาศรอบกายสะท้านเยือก รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างของทั้งสองคนอย่างไม่มีใครยอมใคร เซียวจ้านมองสตรีตรงหน้าที่เวลานี้งดงามราวกับภูตสาวแห่งความตาย นางเต็มไปด้วยพิษสงและแรงอาฆาตที่หอมหวานและอันตรายยิ่งกว่าดอกไม้อาบยาพิษดอกใดในใต้หล้า
มุมปากหนากระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "น่าสนใจ... การใช้ดาบของข้าไปตัดหัวสุนัขรับใช้ในจวนแม่ทัพ แลกกับการที่หมอเทวดายอมร่วมมือสืบหาเบื้องหลังการลอบปลงพระชนม์ ถือเป็นการค้าที่คุ้มค่าเสียยิ่งกว่าคุ้ม"
เขายื่นมือหนาออกไปข้างหน้า ฝ่ามือหนากร้านศึกวางลงบนโต๊ะไม้ พร้อมกับส่งสายตาท้าทาย "ตกลง... นับแต่วินาทีนี้ไป เจ้าและข้าผูกพันกันด้วยพันธสัญญาเลือด ใครผิดคำพูด ผู้นั้นต้องมีอันเป็นไป"
มู่หว่านเอินยื่นมือเรียวเล็กของนางออกไป วางทาบลงบนฝ่ามือของเขาอย่างมั่นคง สัมผัสอุ่นจัดจากมือของบุรุษผู้กุมอำนาจส่งผ่านผิวเนื้อเข้าสู่หัวใจ ทำให้นางสะท้านเล็กน้อย แต่นางก็มิได้ชักมือกลับ
"ด้วยเกียรติของหมอเทวดา ข้าจะช่วยท่านลากคอหนอนบ่อนไส้ตัวจริงออกมา..." นางเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นดั่งคำประกาศิต "...และด้วยเกียรติของมู่หว่านเอิน ข้าจะทำให้จวนแม่ทัพกลายเป็นเถ้าถ่าน"
ทว่า ในขณะที่ข้อตกลงอันตรายกำลังจะสมบูรณ์แบบ เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับห่าฝนก็ดังขึ้นจากนอกประตูห้องลับ ตามด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งติดกันอย่างร้อนรน ตามกฎเหล็กแห่งความเร่งด่วน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงองครักษ์เงาตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "สายลับของเราที่ส่งไปสืบเรื่องในจวนแม่ทัพ... เพิ่งส่งม้าเร็วนำข่าวมาแจ้งว่า อนุภรรยา 'ลู่ซิ่วอิง' กำลังตั้งครรภ์ทายาทสายตรง และ... และฮ่องเต้เพิ่งมีพระราชโองการลับพระราชทานสมรสครั้งใหม่ให้างเข้าพิธีอภิเษกกับองค์ชายสามในอีกสามวัน S้พพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวจ้านชะงักกึก ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองมู่หว่านเอินทันที ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงยิ่งกว่าคือนัยน์ตาของสตรีตรงหน้าที่เวลานี้มิได้มีความตกใจแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและแววตาสีเลือดที่ลุกโชนขึ้นราวกับเปลวเพลิงแห่งการทำลายล้างที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ในชั่วพริบตา
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งความสะใจและความลึกล้ำในบทนี้นะคะ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ•ตอนที่ 9
ข้อตกลงใต้แสงเทียน
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าแล้วไปเป็นเซียนโอสถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!