กระบี่เย้ยจันทรา ทะยานฟ้ารatเก้าสวรรค์•ตอนที่ 2

กลับสู่ตระกูลเย่

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุดของสรรพสิ่ง... แต่มันคือจุดเริ่มต้นของบัญชีแค้นที่ยังชำระไม่เสร็จสิ้น เสียงรองเท้าหนังบดขยี้พื้นศิลาหน้าประตูตระกูลเย่ดังขึ้นเป็นจังหวะ ราวกับเสียงกลองศึกที่สะท้านไปถึงขั้วหัวใจของยามเฝ้าประตูทั้งสอง ป้ายไม้แกะสลักอักษร "ตระกูลเย่" สีทองอร่ามยังคงสะท้อนแสงแดดยามเที่ยงวัน ทว่าบรรยากาศโดยรอบกลับหนาวเยือกราวกับตกลงสู่ขุมนรกโลกันตร์ "หยุดนะ! เจ้าเป็นใคร ถึงกล้าบังอาจมาเหยียบ..." ยามเฝ้าประตูยังไม่ทันเปล่งวาจาจนจบประโยค แรงกดดันจากลมปราณระลอกหนึ่งก็ถาโถมเข้าใส่ราวกับภูเขาทั้งลูกกดทับ ร่างของพวกมันทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นศิลาจนกระดูกหัวเข่าแตกร้าว โลหิตสีแดงฉานกระอักพ่นออกมาคำโต ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เพราะพวกมันจำใบหน้านี้ได้แม่นยำ ใบหน้าที่ควรจะกลายเป็นซากศพเน่าเฟะในหุบเขาอสูรไปตั้งแต่สามปีก่อน! "คุณ... คุณชายรอง..." ยามคนหนึ่งละเมอเพ้อพรายด้วยความสั่นเทา ราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ เย่เฉินก้าวเท้าเดินผ่านร่างทั้งสองไปอย่างไม่แยแส เส้นผมสีดำสนิทสะบัดพลิ้วตามแรงลม ภายใต้ชุดคลุมสีขาวสะอาดตาที่บัดนี้แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความตายอันลึกล้ำ กายากระบี่เทวะบรรพกาลภายในร่างหมุนวนโคจรส่งเสียงคำรามราวกับมังกรซ่อนเร้น สามปีที่เขาต้องทนทุกข์ทรมานท่ามกลางเปลวเพลิงแห่งความแค้น บัดนี้... หนี้เลือดต้องชำระด้วยเลือด เอี๊ยด—! ประตูไม้บานใหญ่ยักษ์ถูกผลักเปิดออกด้วยพลังลมปราณอันเยือกเย็น เสียงสนิมเหล็กและเนื้อไม้เสียดสีกันดังสนั่นดึงดูดสายตาของผู้อาวุโส บ่าวรับใช้ และเหล่าทายาทสายตรงที่กำลังประชุมกันอยู่ในห้องโถงใหญ่ให้หันมามองเป็นตาเดียว ภายในห้องโถง เงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตก มู่หรงเทียนที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ชะงักมือที่กำลังจิบชา ทันทีที่เงาร่างของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญทอด1ทับขอบประตู รอยยิ้มเย้ยหยันบนมุมปากของมันก็แข็งค้าง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนหวาดระแวง "เจ้า... เจ้ายังไม่ตาย?" มู่หรงเทียนผุดลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว พลังปราณระดับกำเนิดวิญญาณระเบิดออกมาโดยอัตโนมัติจนข้าวของรอบกายสั่นสะเทือน เย่เฉินแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกวนประสาทที่คุ้นเคย รอยยิ้มที่เคยทำให้สาวงามในเมืองหลวงหลงใหล แต่วันนี้... มันกลับกลายเป็นรอยยิ้มของยมทูตที่มารับวิญญาณ "มู่หรงเทียน เฒ่าชะตากรรมสุนัขเช่นเจ้ายังไม่ตาย ข้าผู้เป็นเจ้าของตระกูลที่แท้จริง จะกล้าตายก่อนได้อย่างไรกัน?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่กังวานลึกดังก้องไปทั่วห้องโถง สะท้อนเข้าไปในจิตใจของทุกคนจนต้องสั่นสะท้าน ข่าวการตายของเย่เฉินเมื่อสามปีก่อนถูกปิดตายอย่างมิดชิด การลอบสังหารในหุบเขาอสูรฝีมือของมู่หรงเทียนและพวกพ้องสมคบคิดกันเพื่อแย่งชิงเคล็ดวิชากระบี่สวรรค์ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก ส่งให้เย่เฉินได้พบกับสัจธรรมแห่งกระบี่บรรพกาล และหลอมรวมจิตวิญญาณเข้ากับหลี่ชิงหาน ธิดาสวรรค์แห่งวังเซียนเหมันต์ในค่ำคืนแห่งความเป็นความตาย "บังอาจ! เจ้าเป็นแค่ไอ้สวะที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูล กล้าดียังไงมาพูดจาสามหามต่อหน้าผู้อาวุโส!" เย่หลング ลูกชายคนโตของสายรอง ตะโกนขึ้นพร้อมกับชักกระบี่ออกจากฝัก พุ่งทะยานเข้าหาเย่เฉินด้วยความเร็วสูง หมายจะสร้างผลงานต่อหน้ามู่หรงเทียน เย่เฉินแม้แต่ชายตาก็ไม่แล เขายังคงก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ราวกับสายลมที่พัดผ่านยอดหญ้า เมื่อคมกระบี่ของเย่หลングพุ่งเข้ามาใกล้ถึงคืบ นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวของเย่เฉินก็สะบัดออกไปเบาๆ เปรี้ยง! เสียงคลื่นกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกกลางอากาศ พลังปราณที่รุนแรงดั่งพายุุพัดโหมกระหน่ำใส่ร่างของเย่หลングจนกระเด็นทะลุผนังห้องโถง ร่างของมันกระแทกเข้ากับเสาหินด้านนอก กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโตหมดสติไปในทันทีโดยไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงร้อง ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องโถงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เหล่ายอดฝีมือตระกูลเย่ต่างลุกขึ้นยืน มือขวาจับด้ามกระบี่แน่นด้วยความตื่นตระหนก พลังของเย่เฉินในตอนนี้... แข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกมันจะจินตนาการได้ สามปีที่หายตัวไป เขาไปพบเจออะไรมากันแน่? มู่หรงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึก 1เฮือก ดวงตาฉายแววอำมหิตขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง "ฮ่าๆๆ ดี! เยี่ยมมาก! นึกไม่ถึงว่าสวะอย่างเจ้าจะดวงแข็งรอดชีวิตกลับมาได้แถมยังมีฝีมือขึ้น แต่คิดว่าแค่นี้จะสามารถทวงคืนตระกูลเย่ได้หรือ? ที่นี่ไม่ใช่ที่ๆ เจ้าจะมาเล่นขายของ!" มู่หรงเทียนสะบัดแขนเสื้อ ป้ายคำสั่งสีดำทมิฬปรากฏขึ้นในมือ พลังปราณสีโลหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวมัน ส,บ่งบอกถึงการฝึกฝนวิชาต้องห้ามที่ดูดกลืนพลังชีวิตของผู้อื่น เย่เฉินหยุดเดิน เขายืนอยู่กลางห้องโศกนาฏกรรมแห่งนี้ สายตากวาดมองไปรอบตัวด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา ก่อนที่ริมฝีปากจะได้เอื้อนเอยคำพูดที่ทำให้ทุกคนต้องหัวใจหยุดเต้น "มู่หรงเทียน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า... คนที่ยืนอยู่ข้างนอกประตู จะมีเพียงแค่ข้าคนเดียว?" สิ้นเสียงของเย่เฉิน ท้องฟ้าเหนือตระกูลเย่ที่เคยสว่างสดใส กลับถูกความเย็นยะเยือกปกคลุมในพริบตา เกล็ดน้ำแข็งโปรยปรายลงมาจากอากาศอย่างไร้ที่มา พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาเทพที่กดทับลงมาจากสรวงสวรรค์ จนพื้นศิลาทั่วทั้งคฤหาสน์แตกร้าวเป็นใยแมงมุม เงาร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ปรากฏขึ้นบนหลังคาห้องโขงราวกับเทพเซียนลงมาจุติ ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าแพรบางเบา ทว่าแววตาดั่งน้ำแข็งคู่นั้นกลับกวาดมองลงมาที่มู่หรงเทียนราวกับมองมดปลวก หลี่ชิงหาน... นางติดตามมาถึงที่นี่แล้ว! เซียนสุราเมามายขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเส้นทางกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เย้ยจันทรา ทะยานฟ้ารatเก้าสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%