กระบี่เย้ยจันทรา ทะยานฟ้ารatเก้าสวรรค์•ตอนที่ 3

ตบหน้าผู้อาวุโสไร้ยางอาย

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
ความเงียบงัน... ไม่ใช่ความสงบสุข แต่มันคือความอัดอั้นก่อนที่เขื่อนใหญ่จะพังทลาย แรงกดดันจากปราณเหมันต์บริสุทธิ์แผ่ซ่านลงมาจากหลังคาห้องโขงราวกับยอดเขาน้ำแข็งถล่มทับลงกลางฝูงชน ลมหายใจของทุกคนติดขัด ดวงตานับร้อยคู่ต่างเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เงาร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของหลี่ชิงหานยังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม นางไม่ได้แม้แต่จะชายตามองผู้อาวุโสแห่งตระกูลมู่หรงที่ยืนหน้าเขียวคล้ำอยู่เบื้องล่าง สายตาคู่นั้น... สายตาดั่งน้ำแข็งพันปีคู่นั้น จับจ้องเพียงบุรุษหนุ่มผู้กำลังยกจอกสุราขึ้นจิบอย่างสบายใจเฉิบเบื้องล่าง มู่หรงเทียนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอับอายขายหน้า ต่อหน้าผู้คนนับร้อยจากสำนักต่างๆ และชาติตระกูลใหญ่ เขากลับถูกสตรีผู้หนึ่งใช้สายตาราวกับมองมดปลวกกดดันจนแทบจะคุกเข่าลงกับพื้น หากชื่อเสียงของเขาต้องป่นปี้ลงในวันนี้ เกรงว่าอำนาจในตระกูลมู่หรงคงสั่นคลอนอย่างแน่นอน "บังอาจนัก!" เสียงคำรามของมู่หรงเทียนดังขึ้นดั่งอสุนีบาต พลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ระเบิดออกรอบตัวจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม รัศมีสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่ายกดทับผู้คนรอบข้างจนต้องถอยร่น "นังปีศาจจากที่ใด กล้าดียังไงมาหยามเกียรติผู้อาวุโสเช่นข้าในเขตอิทธิพลตระกูลมู่หรง! ต่อให้เจ้าจะเป็นผู้มีวิชาสูงส่งเพียงใด วันนี้ข้า... มู่หรงเทียน จะสั่งสอนให้เจ้ารู้สำนึกว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำมันเป็นเช่นไร!" สิ้นเสียง ร่างของมู่หรงเทียนก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดั่งเหยี่ยวเวหา ฝ่ามือทั้งสองข้างแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ลมปราณอสูรโลหิตถูกหลอมรวมเข้ากับฝ่ามือ เป็นเคล็ดวิชา 'ฝ่ามือผ่าวิญญาณ' อันขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมและไร้ความปรานี พลังนี้เพียงพอที่จะฉีกร่างของผู้ฝึกยุทธ์ในระดับเดียวกันให้แหลกเป็นจุลในพริบตาเดียว! ทว่า... หลี่ชิงหานหาได้ขยับเขยื้อนไม่ นางเพียงแค่ปรายตามองเล็กน้อยราวกับกำลังรอดูการแสดงงิ้วที่น่าเบื่อหน่ายที่สุดในสามโลก ในจังหวะนั้นเอง... *เปรี้ยง!* เงาร่างหนึ่งสายพุ่งตัดผ่านอากาศด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้าแลบ เสียงแหวกอากาศแหลมคมจนแก้วหูของผู้ชมแทบแตกสลาย เย่เฉินที่นั่งดื่มสุราอยู่เมื่อครู่ บัดนี้ได้มายืนขวางอยู่เบื้องหน้าของหลี่ชิงหานตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครล่วงรู้! เขายังคงถือจอกสุราไว้ในมือซ้ายอย่างไม่ยี่หสอ ส่วนมือขวายกขึ้นช้าๆ ราวกับกำลังปัดไล่แมลงวันน่ารำคาญตัวหนึ่ง "แก่จนหนังเหี่ยวแห้งปานนี้แล้ว ยังมีหน้ามาทำตัวกร่างรังแกสตรีผู้เยาว์อีกหรือ... มู่หรงเทียน สมองของเจ้าคงถูกสุนัขแทะกินไปหมดแล้วกระมัง?" น้ำเสียงกวนประสาทและเย้ยหยันดังขึ้นอย่างชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน เย่เฉินส่งยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดูแคลนและท้าทาย "เย่เฉิน! เจ้าสารเลวเดรัจฉาน! เจ้ายังไม่ตายเรอะ!" มู่หรงเทียนที่พุ่งเข้ามาด้วยความโกรธแค้นถึงกับผงะไปชั่วขณะเมื่อเห็นใบหน้านั้น ชายหนุ่มที่ควรจะถูกฝังกลบอยู่ในสุสานตระกูลพร้อมกับพิษสลายวิญญาณ เหตุใดจึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้ แถมยังมีกลิ่นอายที่ลึกล้ำยากหยั่งถึงกว่าเดิม! แต่ลูกธนูที่ถูกยิงออกไปแล้วย่อมไม่สามารถดึงกลับได้ มู่หรงเทียนกัดฟันกรอด พลังฝ่ามือสีดำทมิฬถูกเร่งเร้าจนถึงขีดสุดหมายจะปลิดชีพเย่เฉินให้ตายตกไปตามกันในกระบวนท่าเดียว "ต่อให้เจ้าฟื้นคืนชีพจากนรกได้ วันนี้ข้าก็จะส่งเจ้ากลับไปนอนใต้ดินอีกรอบ!" *ตู้มมมม!* ฝ่ามือผ่าวิญญาณปะทะเข้ากับฝ่ามือเปล่าของเย่เฉินอย่างจัง คลื่นกระแทกมหาศาลแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนโต๊ะหินและเก้าอี้โดยรอบแหลกละเอียดเป็นผุยผง ผู้คนรอบข้างต่างต้องรีบกางม่านพลังป้องกันเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกซัดกระเด็น ทว่า ภาพที่ปรากฏต่อสายตาทุกคู่ในวินาทีต่อมา กลับทำให้ลมหายใจของทุกคนหยุดชะงักลงทันที! เย่เฉินไม่ได้ขยับถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว ร่างกายของเขายังคงตั้งตรงมั่นคงดั่งขุนเขาคีรี ทว่าแขนเสื้อของมู่หรงเทียนกลับระเบิดออกเป็นเศษผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดวงตาของผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลมู่หรงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถล้นออกจากเบ้า "เป็นไปได้... อย่างไร?" มู่หรงเทียนพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขารู้สึกได้ว่าพลังปราณอันมหาศาลที่ตนทุ่มเทลงไป กลับถูกพลังงานลึกลับที่ร้อนแรงและดุดันยิ่งกว่ากลืนกินเข้าไปจนหมดสิ้น ราวกับเม็ดทรายที่พยายามต้านทานคลื่นยักษ์สึนามิ! "วิชาขยะเช่นนี้... เจ้ากล้าเอามาอวดอ้างต่อหน้าข้าผู้เป็นเจ้าของวิชาแท้จริงหรือ?" เย่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่เฉียบคมดุจกระบี่โบราณที่เพิ่งชักออกจากฝัก "รับฝ่ามือนี้... เพื่อชดใช้หนี้เลือดที่พวกเจ้าเคยทำไว้!" สิ้นคำพูดของเย่เฉิน ฝ่ามือขวาที่เรียบเนียนดั่งหยกก็สะบัดออกเบาๆ ทว่ากระบวนท่ากลับแฝงไว้ด้วยสัจธรรมแห่งฟ้าดิน—'ฝ่ามือคว่ำฟ้าดิน' เคล็ดวิชาบรรพกาลที่หลอมรวมเข้ากับกายากระบี่เทวะบรรพกาล! *เพียะ!* เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ฝ่ามือนี้ไม่ได้ใช้เพียงแค่พลังปราณ แต่เป็นการตบเพื่อสั่งสอน สั่งสอนไอ้แก่สารเลวที่ไร้ยางอายและเหิมเกริมมานานเกินไป! ร่างของมู่หรงเทียนหมุนเคว้งกลางอากาศราวกับลูกข่างไร้การควบคุม เลือดสดๆ และฟันนับซี่พ่นออกมาจากปากผสมปนเปกันอย่างน่าอนาถ ร่างของผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่กระเด็นไปกระแทกเข้ากับเสาหินอัคนีของหอคอยเสียงสวรรค์อย่างจัง จนเสาหินหนาทึบถึงกับร้าวราน ก่อนที่ร่างนั้นจะร่วงหล่นลงมากองกับพื้นอย่างไม่เป็นท่า สภาพดูไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วบริเวณอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจดัง ผู้ฝึกยุทธ์นับร้อยต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อสายตา ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลมู่หรง ผู้มีพลังระดับหลอมรวมวิญญาณ กลับถูกเย่เฉินใช้ฝ่ามือเดียวซัดจนกระเด็นราวกับสุนัขข้างถนน! เย่เฉินยืนนิ่งสงบ เขาปัดฝุ่นที่ไหล่เบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับหลี่ชิงหานที่ยืนอยู่บนหลังคา ทั้งสองสบตากันโดยไม่ต้องเอื้อnเอ่ยคำใดๆ เคมีอันดุดันและลึกซึ้งระหว่างคนทั้งคู่แผ่ซ่านออกมาราวกับไร้ผู้เทียมทานในหล้า ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง ท้องนภายามค่ำคืนที่เคยกระจ่างใสกลับพลันมืดครึ้มลงในพริบตา เมฆสีดำทะมัดทะแมงก่อตัวหมุนวนเป็นรูปเกลียวพายุขนาดยักษ์เหนือศีรษะของพวกเขา แรงกดดันระดับที่ทำให้จิตวิญญาณสั่นสะท้านแผ่ลงมาจากเบื้องบน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นอันทรงพลังที่สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งเมือง "ฮ่าๆๆๆ... ช่างกล้านัก! รังแกคนของตระกูลมู่หรงในเขตแดนของข้า เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน... ไอ้หนูตระกูลเย่?" เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นท่ามกลางสายฟ้าฟาดสีม่วงเข้มบนยอดเมฆ ปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวพุ่งทะยานลงมาจากสรวงสวรรค์ พุ่งเป้าตรงมาที่หัวใจของเย่เฉินโดยไม่ให้ตั้งตัว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้ "เซียนสุราเมามาย" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เย้ยจันทรา ทะยานฟ้ารatเก้าสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%