หุบเขาแห่งความเงียบไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ชื่อของมันควรจะเป็น เสียงคำรามต่ำทุ้มที่สะท้อนก้องผ่านผนังหินสีดำสนิทราวกับเสียงเต้นของหัวใจยักษ์ใต้พิภพ กำลังบีบอัดอากาศรอบตัวให้บางเบาลงจนแทบหายใจไม่ออก เซย์เลนกวาดสายตามองผ่านหน้าต่างโปร่งใสของระบบที่แสดงค่าพลังงานมานารอบตัวซึ่งกำลังลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย ตัวเลขสีแดงฉานกระพริบเตือนถี่รัวในลานสายตา บ่งบอกว่าเขตอาคมปกป้องของพวกเขากำลังจะเสื่อมสลายในอีกไม่ถึงสามนาทีข้างหน้า
“ถ้ายังเดินด้วยความเร็วเท่านี้ เกรงว่าเราจะไปไม่ถึงฐานของศิลาบรรพกาลก่อนที่มานาในคริสตัลก้อนสุดท้ายจะหมดนะคะ ลูเซียนา”
เซย์เลนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงความตึงเครียดไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความสุขุม เขาสביดปลายนิ้วเบาๆ เพื่อเรียกอินเทอร์เฟซหน้าต่างสกิลขึ้นมาตรวจสอบเส้นทางสำรอง ขณะที่สายตาเหลือบมองหญิงสาวข้างกายที่กำลังพยายามควบคุมการหายใจของตนเอง
ลูเซียนาไม่ได้ตอบทันที เธอปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากออกด้วยหลังมือ เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม ความหนาวเย็นยะเยือกของหุบเขาแห่งนี้ไม่ได้กัดกินแค่ผิวเนื้อ แต่กำลังปลุกคำสาปในกายเธอให้ตื่นขึ้นมาต่อต้าน องค์หญิงลำดับที่หนึ่งกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่แล่นริ้วไปทั่วกระดูกสันหลัง
“ฉัน… ยังไหวค่ะ เซย์เลน” เสียงของเธอนุ่มนวลแต่สั่นเครือเล็กน้อย ปลายเสียงสะท้อนความดื้อรั้นที่เซย์เลนคุ้นเคยเป็นอย่างดี “อย่าลืมสิคะว่าฉันเป็นคนเสนอให้เราเลือกเส้นทางนี้เอง เพราะฉะนั้นฉันจะไม่มีทางเป็นภาระให้คุณเด็ดขาด”
เซย์เลนถอนหายใจยาวอย่างจนปัญญา เขารู้ดีว่าความทิฐิอันงดงามนี้คือเกราะป้องกันเดียวที่เหลืออยู่ของเธอ ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไวโอเล็ตท่ามกลางความตายลอยแตะจมูก ก่อนที่เขาจะยื่นมือออกไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านถุงมือหนังเวทมนตร์ ส่งผ่านความมั่นคงไปยังร่างที่กำลังสั่นเทาของหญิงสาว
“ฉันไม่ได้มองว่าคุณเป็นภาระหรอกนะคะ ลูเซียนา… แต่ถ้าคุณฝืนจนคำสาปกำเริบขึ้นมาจริงๆ คนที่จะต้องเหนื่อยแบกคุณวิ่งหนีมอนสเตอร์ระดับบอสในนี้นั้น—ก็คือตัวฉันเองนะคะ”
คำพูดติดตลกหน้าตายของเขาเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ เจือความโล่งใจจากลำคอของลูเซียนาได้ชะงัก เธอค้อนใส่เขาด้วยหางตาครั้งหนึ่ง แต่ก็ยอมปล่อยให้เขาจูงมือพาฝ่าความมืดมิดของหุบเขาต่อไปอย่างว่าง่าย ความอบอุ่นจากปลายนิ้วที่กุมกันไว้ ช่วยขับไล่ไอหนาวเหน็บของหุบเขาแห่งความเงียบให้ออกไปได้ชั่วขณะ
เบื้องหน้าของทั้งคู่คือซากปรักหักพังของอารยธรรมโบราณ เสาหินสีนิลขนาดมหึมาตั้งตระหง่านเรียงรายราวกับซี่โครงของอสูรกายดึกดำบรรพ์ ตรงใจกลางลานกว้างมีแท่นหินสีขาวบริสุทธิ์ตั้งอยู่ และบนนั้น… ศิลาเวทมนตร์บรรพกาลกำลังเปล่งแสงเรืองรองสีฟ้าอมม่วงออกมาตัดกับความมืดมิดรอบด้าน มันงดงาม ทรงพลัง และเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายอันตรายที่ชวนให้ขนหัวลุก
“ในที่สุดก็เจอ… ตามอัลกอริทึมที่ฉันคำนวณไว้ เวลาคลาดเคลื่อนไปจากเดิมแค่สวินเดียว ถือว่าแม่นยำกว่าที่คิดนะคะ” เซย์เลนพึมพำกับตัวเองขณะก้าวเท้าเข้าไปใกล้แท่นหินทีละก้าว แต่สัญชาตญาณดิบที่ถูกหล่อหลอมมาจากความตายในชาติก่อนกลับกรีดร้องเตือนภัยเสียงดังลั่นในหัว
*ผิดปกติ… เงียบเกินไป*
มอนสเตอร์ระดับสูงที่ควรจะเฝ้ารักษาศิลาเวทมนตร์บรรพกาลหายไปไหนหมด? ทำไมรอบๆ แท่นหินถึงไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการต่อสู้ หรือแม้แต่เศษซากกระดูกของนักผจญภัยผู้โชคร้ายรายอื่น?
“เซย์เลนคะ ระวังตัวด้วยค่ะ!”
เสียงตะโกนเตือนของลูเซียนาดังขึ้นพร้อมๆ กับที่พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับเปลือกโลกกำลังฉีกขาดออกจากกัน ไอสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นหิน กลิ่นอายกดดันระดับมหภาคแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งหุบเขาจนอากาศแทบกลายเป็นของเหลวที่หนาแน่น
เซย์เลนดึงตัวลูเซียนาเข้าหาตัวทันที พร้อมกับวาดมือสร้างม่านพลังเวทป้องกันรอบทิศทางในเสี้ยววินาที ดวงตาสีรัตติกาลหรี่แคบลงเมื่อมองเห็นเงาร่างขนาดมหึมาค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิดหลังแท่นหิน
มันไม่ใช่สัตว์อสูร… แต่มันคือโครงกระดูกสวมชุดเกราะโบราณที่สูงกว่าสามเมตร ในมือถือดาบยักษ์ที่อาบไปด้วยเปลวเพลิงสีคราม และที่เบ้าตาของมัน—มีดวงวิญญาณสีเลือดกำลังลุกโชนจ้องมองตรงมาที่พวกเขาด้วยความกระหายใครรู้
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เขาคุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาท รัวเร็วและรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบ ‘ผู้พิทักษ์แห่งพันธสัญญาโบราณ’ (บอสลับระดับ SSS) ปรากฏตัว]
[คำเตือน: เป้าหมายมีพลังชีวิตอนันต์ในเขตอาคม และจะทำการรีเซ็ตความทรงจำของผู้บุกรุกหากไม่สามารถเอาชนะได้ภายใน 10 นาที]
[ภารกิจพิเศษฉุกเฉิน: “ทางเลือกแห่งการทรยศ” ถูกเปิดใช้งาน — หากต้องการครอบครองศิลาเวทมนตร์บรรพกาล หนึ่งในสองชีวิตจะต้องถูกลบออกจากบันทึกของโลกใบนี้… ท่านจะเลือกใคร?]
เซย์เลนชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมกวาดมองข้อความสีแดงฉานตรงหน้าสลับกับร่างของลูเซียนาที่ยืนอยู่เคียงข้าง เปลวเพลิงสีครามจากดาบของบอสสาดส่องกระทบใบหน้าของทั้งคู่ให้กลายเป็นสีเทาหม่น ขณะที่ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวโรยตัวลงมาปกคลุมอีกครั้ง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ — เซเลสเทียละอองเวท
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่เทพที่สุดในคลาสเวทมนตร์ก็พอครับ•ตอนที่ 23
ออกตามหาศิลาเวทมนตร์บรรพกาล
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่เทพที่สุดในคลาสเวทมนตร์ก็พอครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!