เสียงโลหะกระทบกันครั้งสุดท้ายดังสนั่นก้องห้องโถงยุทธศาสตร์ใต้ดิน ก่อนที่ความเงียบงันอันหนักอึ้งจะเข้าปกคลุมพื้นที่จนแทบไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ แผนที่เวทมนตร์สามมิติที่ฉายแสงสีฟ้าครามอยู่กลางโต๊ะประชุมกำลังสั่นกระตุก ตัวเลขสีแดงฉานนับพันจุดทะลักผ่านแนวเขตแดนชั้นนอกเข้ามาอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย ราวกับฝูงตั๊กแตนกระหายเลือดที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งในสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ให้ราบคาบในพริบตา
"แนวป้องกันเขตที่สามแตกแล้วค่ะ... ใช้เวลาไม่ถึงสี่นาทีด้วยซ้ำ"
น้ำเสียงของลูเซียนาเรียบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก แต่ปลายนิ้วเรียวที่กำลังกดลงบนแผงควบคุมรูนเวทมนตร์กลับสั่นเทาเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น องค์หญิงลำดับที่หนึ่งกวาดสายตามองหน้าจอสถานะที่ฟ้องความเสียหายระดับวิกฤต เธอหันกลับมาสบตาคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลย มีเพียงความเย็นเยียบและการคำนวณที่รวดเร็วดุจกลไกนาฬิกาจักรกล
เซย์เลนไม่ตอบทันที เขายังคงจ้องมองเส้นกราฟพลังงานสีดำที่กำลังพุ่งทะยานเข้าใกล้หอคอยกลาง ชายหนุ่มยกมือขึ้นปัดหน้าต่างโปร่งใสของระบบที่เด้งเตือนรัว
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการรุกรานระดับภัยพิบัติ (Disaster Class)]
[เงื่อนไขพิเศษ: จำนวนศัตรูเกินกว่าขีดจำกัดการประเมิน 300%]
[คำเตือน: โอกาสรอดชีวิตของสถาบันเวทมนตร์ลดลงสู่ระดับ 4.2%]
"ระบบคำนวณพลาดไปหน่อยนะคะ" เซย์เลนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความสนุกสนาน แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่มองเห็นตรรกะเบื้องหลังความตายและพร้อมจะพลิกมันด้วยความบ้าคลั่ง "พวกมันไม่ได้แค่จะมาทำลาย แต่พวกมันตั้งใจจะ 'รีเซ็ต' พื้นที่นี้ต่างหากล่ะครับ... เอ๊ย หมายถึง 'นะคะ'"
เขารีบเปลี่ยนสรรพนามในใจทันทีเมื่อเผลอหลุดปากพูดสำนวนผู้ชายออกไป ทว่าลูเซียนาไม่ได้ใส่ใจคำพูดเล็กๆ น้อยๆ นั้น องค์หญิงสาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะประชุม กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายเวทมนตร์ธาตุน้ำแข็งลอยมาแตะจมูก เธอดึงแผนที่โฮโลแกรมให้ขยายใหญ่ขึ้นจนเห็นโครงสร้างใต้ดินทั้งหมด
"ถ้าพวกมันมุ่งเป้ามาที่ห้องควบคุมแก่นพลังงานเวทมนตร์จริง... แผนการที่เราเตรียมไว้สามเดือนจะพังทลายในพริบตา เซย์เลน ฉันรู้ว่านาย... เอ๊ย เธอมีไพ่ตายซ่อนอยู่ รีบเอาออกมาเถอะค่ะ ก่อนที่เราจะไม่มีแม้แต่แผ่นดินให้ยืน"
เซย์เลนเหลือบมองดวงตาสีไพลินที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ในอดีตชาติเขาถูกหักหลังเพราะความเชื่อใจที่มอบให้ผิดคน บทเรียนราคาแพงสอนให้เขาสร้างกำแพงกั้นความรู้สึกและเดินหมากทุกตาด้วยความโดดเดี่ยว แต่กับหญิงสาวตรงหน้า... ตั้งแต่วันที่เขาช่วยปลดคำสาปให้เธอ และวันที่เธอยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องแนวป้องกันด้านหลัง เส้นแบ่งเขตความไว้วางใจก็ค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อยอย่างเงียบเชียบ
"ไพ่ตายมีไว้เปิดตอนที่เจ้ามือเริ่มเหงื่อตกต่างหากล่ะคะ องค์หญิง" เซย์เลนยื่นมือไปแตะหน้าจอโฮโลแกรม นิ้วมือรัวพิมพ์ชุดคำสั่งโบราณที่เขาซ่อนไว้ในระบบสถาบันด้วยความเร็วสูง "อีกอย่าง... ฉันไม่ได้กะจะแค่ตั้งรับอยู่แล้ว"
ทันใดนั้น หน้าจอสีแดงฉานทั่วทั้งห้องก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตสว่างวาบ เสียงระฆังเตือนภัยระดับสูงสุดหยุดลงอย่างกะทันหัน แทนที่ด้วยเสียงคำรามต่ำๆ ของกลไกจักรralยักษ์ที่กำลังตื่นจากการหลับใหลใต้พื้นพสุธา แรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวทำให้ฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากเพดาน
[ระบบดำเนินการ: เปิดใช้งานมาตรการป้องกันขั้นเด็ดขาด "โปรโตคอล: ป้อมปราการเทพศาสตรา"]
[สถานะ: กำลังถ่าย 100% พลังงานเวทมนตร์เข้าสู่โครงข่ายรูนโบราณ]
"เธอ... ทำอะไรลงไป?" ลูเซียนาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสมานาอันมหาศาลที่ไหลทะลักผ่านใต้ฝ่าเท้า มันไม่ใช่มานาของสถาบัน แต่เป็นพลังงานดิบที่รุนแรงและเก่าแก่ยิ่งกว่าประวัติศาสตร์ของอาณาจักรเสียอีก
"ก็แค่เปิดบ้านต้อนรับแขกไม่ ศึกษาค่ะ" เซย์เลนหันมาสบตาเธอ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย "ในเมื่อพวกมันอยากได้แก่นพลังงานนัก เราก็จัด 'ของขวัญชิ้นใหญ่' ให้พวกมันอิ่มจนจุกตายไปข้างหนึ่งเลยสิคะ"
ที่ลานกว้างด้านนอกหอคอยกลาง กองทัพเงาวิปริตนับพันตัวที่กำลังพังทลายประตูเข้ามาต้องหยุดชะงัก ฝืนเงີยหน้ามองท้องฟ้าที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม พื้นดินแยกตัวออกเป็นร่องลึก เสาหินยักษ์สลักอักขระเวทโบราณผุดขึ้นมาจากใต้ดินราวกับซี่โครงของอสูรกายบรรพกาล กระแสสายฟ้าสีทองคำขาวพาดผ่านกลุ่มเมฆอย่างเกรี้ยวกราด บรรยากาศกดดันแผ่ซ่านจนภูติประจำสถาบันต่างพากันหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว
ลูเซียนาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เธอมองแผ่นหลังของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า—เด็กหนุ่มผู้เป็นเพียงตัวประกอบในสายตานักเรียนคนอื่น แต่กลับกลายเป็นมันสมองและหัวใจของสงครามครั้งนี้ เคมีระหว่างทั้งคู่ในยามนี้ไม่ใช่แค่เจ้านายกับผู้ใต้บังคับบัญชา หรือแม้แต่สหายร่วมรบ แต่มันคือความผูกพันที่หล่อหลอมขึ้นจากความเป็นความตาย
"ถ้าคราวนี้เราชนะ ฉันจะตบรางวัลให้เธอจนเธอนั่งกินนอนกินไปสิบชาติเลยค่ะ เซย์เลน" ลูเซียนาเอ่ยเสียงเบา รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนริมฝีปากหยักสวย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งจากองค์หญิงผู้เยือกเย็น
"รับคำท้าค่ะ องค์หญิง" เซย์เลนหัวנסเบาๆ ในลำคอ ก่อนที่แววตาจะกลับมาคมกริบดั่งใบมีด "เตรียมตัวรับแรงกระแทกนะคะ... การแสดงหลักกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว"
เขายกมือขึ้นดีดนิ้วเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันเสี้ยววินาทีก่อนที่พายุเวทมนตร์จะถล่มลงมา
ปัง!
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก แรงอัดอากาศมหาศาลซัดสาดเข้ามาชนกับม่านพลังป้องกันของห้องควบคุมจนเกิดรอยร้าวเป็นทางยาว ทว่า ในวินาทีที่ควันสีดำจากการปะทะเริ่มจางลง สายตาของเซย์เลนก็กวาดไปเจอความผิดปกติบางอย่างบนหน้าจอระบบที่มุมขวาล่าง หน้าต่างแจ้งเตือนที่เขาไม่ได้เป็นคนตั้งค่า กลับเด้งขึ้นมาเองด้วยตัวอักษรสีเลือดที่กะพริบถี่ๆ
[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบการแทรกแซงภายนอก]
[เป้าหมาย: ไม่ใช่กองทัพอสูร แต่เป็น... 'ผู้ดูแลระบบ' ตัวจริงที่กำลังเชื่อมต่อเข้าระบบ]
เซย์เลนชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบราวกับตกลงไปในเหวลึกเมื่ออ่านประโยคถัดมาของระบบที่ปรากฏขึ้น
[คำเตือนจากระบบ: ยินดีต้อนรับกลับสู่จุดเริ่มต้น... ผู้ทดลองหมายเลขศูนย์]
ทันใดนั้น ประตูเหล็กกล้าหนาเตอะของห้องควบคุมใต้ดินก็ถูกบดขยี้ด้วยแรงมหาศาลจนพังกระเด็นเป็นชิ้นๆ เศษเหล็กกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับเงาร่างหนึ่งที่ก้าวเดินผ่านกลุ่มควันเข้ามาอย่างช้าๆ ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีขาวสะอาดตา แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของเซย์เลนเย็นเฉียบจนแข็งค้าง คือใบหน้าใต้ฮู้ดที่เงยขึ้นมาสบตาเขา... ใบหน้าเดียวกับที่เขามองเห็นทุกครั้งในกระจกเงาเมื่อชาติก่อน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งปาฏิหาริย์นี้ไปกับเซย์เลนและลูเซียนานะคะ — เซเลสเทียละอองเวท
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่เทพที่สุดในคลาสเวทมนตร์ก็พอครับ•ตอนที่ 29
ความหวังสุดท้ายของสถาบัน
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่เทพที่สุดในคลาสเวทมนตร์ก็พอครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!