"ถ้าการปกป้องสิ่งสำคัญในสายตาของเจ้า คือการกลืนกินวิญญาณของผู้บริสุทธิ์นับร้อย... ข้าเกรงว่าตำแหน่ง 'ผู้บงการเงา' ที่เจ้าภาคภูมิใจ คงไม่มีราคาค่างวดอะไรมากไปกว่าเศษฝุ่นใต้รองเท้าหรอกค่ะ"
น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานด้วยแรงกดดันระดับมหาศาลดังขึ้นท่ามกลางมิติอากาศที่บิดเบี้ยว เหนือยอดแหลมของหอคอยดาราศาสตร์ที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้า หมู่เมฆสีดำทะมึนหมุนวนเป็นเกลียวพายุเฮอร์ริเคน สายฟ้าสีครามฟาดผ่านรอยแยกของมิติเป็นระยะ สะท้อนภาพของเด็กหนุ่มเรือนผมสีเงินยวงในชุดเครื่องแบบนักเรียนระดับสูงที่กำลังยืนอยู่บนความว่างเปล่าอย่างไร้ที่ติ
เซย์เลนไม่ได้ใช้เวทยมนตร์บินโดยตรง แต่เขากำลังคำนวณ 'พิกัดแรงโน้มถ่วง' และเหยียบย่างไปบนอนุภาคเวทมนตร์ที่ถูกบีบอัดจนแข็งตัวเป็นขั้นบันไดทีละก้าวอย่างมั่นคง สายตาคู่คมกริบมองตรงไปยังเบื้องหน้า ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในผ้าคลุมสีหมอกที่ลอยตัวอยู่กลางพายุหมุน รอบกายของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยวงแหวนเวทสีม่วงเข้มเจ็ดชั้นที่กำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง แผ่ไอสังหารที่ทำให้อากาศรอบตัวหนาวเหน็บจนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
"สามหาวนัก... เจ้าเด็กไร้รากเหง้าผู้เป็นเพียงตัวประกอบในหมากกระดานนี้ กล้าดียังไงมาต่อรองกับผู้กุมชะตากรรมของสถาบันเวทมนตร์!"
เสียงคำรามของ 'มาลัค' ผู้บงการเงาผู้ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังความโกลาหลทั้งหมดสั่นสะท้านไปทั่วห้วงเวหา สองมือที่สวมถุงมือหนังสีดำสะบัดออกเบื้องหน้า ก่อเกิดเป็นหอกเงาทับถมกันนับพันเล่ม พุ่งเข้าใส่เซย์เลนด้วยความเร็วสูงราวกับห่าฝนที่พร้อมจะฉีกร่างเป้าหมายให้เป็นจุลในเสี้ยววินาที
เซย์เลนไม่แม้แต่จะขยับตัวหนี ดวงตาสสีนิลของเขาฉายประกายแสงสีฟ้าจางๆ ของหน้าต่างระบบที่เลื่อนไหลผ่านเรตินาอย่างรวดเร็ว
[ตรวจพบการโจมตีทางกายภาพและเวทมนตร์ผสาน: 'พายุหอกทมิฬระดับ S']
[ระบบกำลังประเมินค่าความหนาแน่นของมานา...]
[คำนวณมุมหักเหที่เหมาะสมที่สุด... สำเร็จ]
[เปิดใช้งานสกิลเฉพาะตัว: 'กระจเงามายา' (Mirage Reflector)]
พริบตาที่หอกเล่มแรกพุ่งเข้ามาประชิดร่าง ร่างของเซย์เลนก็พลันเลือนหายไปราวกับภาพลวงตา หอกนับพันเล่มพุ่งทะลุผ่านความว่างเปล่าไปอย่างไร้ผล ก่อนที่วงแหวนเวทสีทองอร่ามจะปรากฏขึ้นเบื้องหลังร่างของผู้บงการเงาอย่างเงียบเชียบ ไร้ซึ่งซุ่มเสียงเตือนใดๆ ทั้งสิ้น
"ช้าไปค่ะ"
เสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งเสียงมัจจุราชกระซิบข้างหู ทำให้มาลัคต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เขารีบหันกลับมาพร้อมกับระเบิดเกราะมานาสีม่วงออกรอบทิศทางในเสี้ยววินาทีแห่งสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว
เปรี้ยง!
คลื่นกระแทกจากการระเบิดของมานาสะท้อนกลับเข้าหาร่างของมาลัคเองอย่างรุนแรง จนร่างในผ้าคลุมสีหมอกต้องกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบเมตร แขนเสื้อด้านซ้ายขาดวิ่นเผยให้เห็นรอยแผลเป็นประหลาดที่กำลังสั่นกระตุก และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ ปลายเส้นผมสีดำสนิทของมาลัคเส้นหนึ่งค่อยๆ หลุดร่วงปลิวหายไปกับสายลม
มาลัคกัดฟันกรอด เลือดสีดำไหลซึมออกจากมุมปาก ดวงตาใต้ฮู้ดจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยความเคียดแค้นชิงชัง "แก... แกไม่ใช่แค่นักเรียนปีสามธรรมดา! พลังคำนวณบ้าๆ นั่นมันคืออะไรกันแน่!"
"ก็แค่... การเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่นมานับครั้งไม่ถ้วนเท่านั้นเองค่ะ" เซย์เลนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แววตากลับไร้ซึ่งความปรานีใดๆ มือขวาของเขายกขึ้นระดับอก นิ้วเรียวยาววาดผ่านอากาศเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า แต่มั่น2คง ทุกครั้งที่ปลายนิ้วสัมผัสกับอากาศ อนุภาคแสงสีทองจะก่อตัวเป็นอักษรโบราณนับร้อยตัว เรียงร้อยกันเป็นตาข่ายเวทมนตร์ขนาดมหึมาที่แผ่ขยายปกคลุมท้องฟ้ายามค่ำคืนจนสว่างไสวราวกับกลางวัน
ในขณะเดียวกัน ที่เบื้องล่าง ห่างออกไปหลายร้อยเมตร ณ ลานกว้างหน้าหอพักหญิง ลูเซียนา องค์หญิงลำดับที่หนึ่งกำลังยืนแหงนมองการต่อสู้บนท้องฟ้าด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าอันงดงาม แม้ว่าเธอจะสามารถจัดการกับกองทัพอสูรเงาที่บุกเข้ามาโจมตีสถาบันได้ทั้งหมดด้วยเวทมนตร์น้ำแข็งชั้นสูงของเธอแล้ว แต่ความเป็นห่วงที่พุ่งทะยานขึ้นมาในอกกลับทำให้มือเรียวที่ถือคทาประจำตัวสั่นเทาเล็กน้อย
"เซย์เลน..." ลูเซียนาพึมพำชื่อนั้นเบาหวิว ดวงเนตรสีมรกตสะท้อนภาพแสงสีทองและสีม่วงที่ปะทะกันอย่างดุเดือดบนฟ้า ราวกับโลกทั้งใบกำลังจะแตกสลาย เธอรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการปกป้องโรงเรียน แต่มันคือเดิมพันระหว่างอนาคตของเธอกับคำสาปที่พันธนาการวิญญาณของเธอมานานแสนนาน
บนท้องฟ้า ความกดอากาศพุ่งสูงขึ้นจนถึงขีดสุด มาลัคคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ขีดจำกัดของพลังที่ถูกสะกดไว้ถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น ร่างกายของเขากลายสภาพเป็นก้อนพลังงานสีดำทมิฬขนาดมหึมา รูปร่างบิดเบี้ยวคล้ายสัตว์อสูรบรรพกาล อ้าปากกว้างเตรียมพ่นลำแสงทำลายล้างที่จะลบทั้งหอคอยดาราศาสตร์ให้หายไปจากแผนที่
"ถ้าข้าจะตาย... เจ้าก็ต้องดับสูญไปพร้อมกับข้าด้วย, เซย์เลน!"
ลำแสงสีดำทมิฬพุ่งทะยานลงมาด้วยความเร็วเหนือเสียง แรงอัดของมันรุนแรงจนพื้นดินเบื้องล่างเริ่มปริแตก เศษหินลอยเคว้งคว้างขึ้นไปบนอากาศ ทว่า ท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่ทุกคนต่างคิดว่าเป็นจุดจบ เซย์เลนกลับหลับตาลงชั่วขณะหนึ่ง
ภาพความทรงจำจากชาติก่อน—ภาพของการถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุด ภาพของความพ่ายแพ้ที่เขาไม่สามารถปกป้องอะไรได้เลยไหล1วนเข้ามาในหัว แต่ครั้งนี้... มันต่างออกไป
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับฉายแสงเจิดจ้าดั่งดวงดาวที่ส่องประกายในยามวิกาล
[ตรวจพบเจตจำนงระดับสูงสุด...]
[ปลดล็อกเงื่อนไขลับ: 'สายใยแห่งพันธะสัญญา' (Bond of Resonance)]
[เชื่อมต่อพลังมานากับเป้าหมายสำรอง: ลูเซียนา โจ ริเวร่า]
[สถานะ: ซิงโครไนซ์ 100%]
พริบตานั้นเอง แสงสีทองจากตัวของเซย์เลนก็สะท้อนประสานกับแสงสีฟ้าครามจากเบื้องล่าง ลูเซียนาที่ยืนอยู่ด้านล่างเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ มานาในร่างกายของเธอก็พุ่งพล่านและไหลทะลักขึ้นไปบนท้องฟ้าผ่านสายใยที่มองไม่เห็น เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บปวด ตรงกันข้าม มันกลับอบอุ่นและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
เซย์เลนกางมือออกทั้งสองข้าง ขอบเขตเวทมนตร์ที่เขาเตรียมไว้พุ่งเข้าโอบล้อมลำแสงสีดำทมิฬเอาไว้ทั้งหมดในพริบตาเดียว บีบอัด พลิกผัน และสะท้อนกลับด้วยพลังที่เพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า!
บู้มมมมมมมม!
เสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาทสนั่นหวั่นไหวไปทั่วอาณาจักร ท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างวาบเป็นสีขาวโพลน คลื่นพลังงานสะท้อนมหาศาลกวาดเอาเมฆฝนและพายุทั้งหมดให้สลายหายไปในพริบตา เหลือไว้เพียงความเงียบงัดที่น่าสะพรึงกลัวและความว่างเปล่าเบื้องบน
ร่างของมาลัคตกลงมาจากฟากฟ้ากระแทกพื้นสนามหญ้าเบื้องล่างอย่างแรง แน่นิ่งสนิทไร้ซึ่งลมหายใจ
เซย์เลนร่อนลงมายืนหยัดบนพื้นดินอย่างสง่างาม ลมหายใจของเขาหอบถี่เล็กน้อย ไอความร้อนพวยพุ่งออกจากร่าง เขากวาดสายตามองผลงานตรงหน้าก่อนที่หน้าต่างระบบสีฟ้าจะเด้งขึ้นมาตรงหน้า
[ภารกิจหลัก: 'หยุดยั้งผู้บงการเงา' สำเร็จ]
[ได้รับแต้มประสบการณ์ +50,000]
[เลเวลอัพ! ปัจจุบันเลเวล 89]
[ปลดล็อกสกิลขั้นสูง: 'เขตแดนแห่งผู้สร้าง' (Creator's Domain)]
เซย์เลนถอนหายใจออกมาเบาๆ ทว่า ก่อนที่เขาจะได้หันไปมองร่างของศัตรูที่นอนแน่นิ่ง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขากลับสั่นสะเทือนขึ้นมาอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นตรงจุดที่มาลัคตกกระแทก พร้อมกับกลิ่นอายความตายที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมนับร้อยเท่าแผ่ซ่านออกมา
ไม่เพียงแค่นั้น เสียงกระซิบแหบพร่าที่ไม่ได้มาจากมนุษย์และไม่ออกจากปากของมาลัค กลับดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของเซย์เลนและลูเซียนาพร้อมกัน
*"เจ้าคิดว่า... กำจัดหมากตัวหนึ่งบนกระดานได้แล้ว เกมจะจบลงอย่างนั้นหรือ, เด็กน้อย... ผู้ดูแลแห่งประตูกำลังจะตื่นขึ้นแล้ว"*
พร้อมกับเสียงนั้น มือสีดำสนิทนับสิบข้างก็พุ่งทะลวงขึ้นมาจากรอยแยกมิติ คว้าข้อเท้าของเซย์เลนเอาไว้แน่นจนขยับเขยื้อนไม่ได้ และก่อนที่เขาจะทันได้ร่ายเวทป้องกัน ร่างของใครบางคนก็ก้าวออกมาจากรอยแยกมิตินั้น—เงาร่างของสตรีในชุดคลุมสีขาวเปื้อนเลือด ที่มีใบหน้าและดวงตาเหมือนกับเซย์เลนราวกับพิมพ์เดียวกัน ทว่าริมฝีปากกลับแย้มยิ้มด้วยรอยยิ้มอันบิดเบี้ยวและคุ้นเคยอย่างน่ากลัว
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ตัวฉัน"
— เซเลสเทียละอองเวท
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งปาฏิหาริย์นี้ไปกับเซย์เลนและลูเซียนานะคะ — เซเลสเทียละอองเวท
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่เทพที่สุดในคลาสเวทมนตร์ก็พอครับ•ตอนที่ 35
การต่อสู้เพื่อเปลี่ยนชะตาลิขิต
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่เทพที่สุดในคลาสเวทมนตร์ก็พอครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!