"ค่ามานาในเขตอาคมหลักตกลงไปแปดสิบเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ... นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบระบายเวทของสถาบันแน่ค่ะ ลูเซียนา"
น้ำเสียงของเซย์เลนราบเรียบจนเกือบจะเย็นชา ทว่าดวงตาคู่คมกลับกวาดมองหน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงนับสิบบานที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ข้อมูลตัวเลขสีแดงฉานกำลังกระพริบเตือนรัวเร็วราวกับเสียงหัวใจที่ตื่นตระหนก อัลกอริทึมการคำนวณการป้องกันเมืองที่เขาใช้เวลาเขียนโปรแกรมเวtมนตร์กำกับไว้ตลอดเทอมนี้ กำลังถูกกัดกร่อนด้วยมานาแปลกปลอมระดับภัยพิบัติ
ภายในห้องสมุดลับใต้ดิน กลิ่นอายของกระดาษโบราณและฝุ่นผงถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายความตายที่ลอยมาตามกระแสลมเวท ลูเซียนา องค์หญิงลำดับที่หนึ่งแห่งอาณาจักร ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขา ปลายฉลองพระองค์สีนิลสะท้อนแสงเรืองรองจากอัญมณีเวทมนตร์ ดวงพักตร์งดงามเยือกเย็นปราศจากรอยตื่นกลัว แม้ว่าปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังกระชับด้ามดาบประจำตระกูลจะสั่นน้อยๆ ก็ตาม
"มันคือ 'ม่านหมอกกลืนวิญญาณ'... เวทมนตร์ต้องห้ามที่สูญหายไปตั้งแต่สงครามยุคบรรพกาลค่ะ เซย์เลน" ลูเซียนาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงเนตรสีไพลินทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกสีบานใหญ่ ท้องนภาสีครามยามวิกาลเหนือสถาบันเวทมนตร์เซนต์ลูเมีย บัดนี้ถูกย้อมด้วยความมืดมิดสนิทราวกับถูกหมึกสีดำกลืนกิน ดวงดาวนับร้อยดับแสงลงในพริบตา พร้อมกับการปรากฏตัวของเสาแสงสีม่วงเข้มสิบสองต้นที่พุ่งทะยานขึ้นจากขอบเขตป่าต้องห้าม ล้อมรอบอาณาบริเวณสถาบันไว้ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบ
พริบตานั้น เสียงระฆังเตือนภัยระดับสูงสุดของสถาบันก็ดังสนั่นหวั่นไหว กังวานบาดแก้วหู รา1งบอกจุดเริ่มต้นของความวิบัติที่แท้จริง
กองทัพปีศาจไม่ได้บุกเข้ามาอย่างสะเปะสะปะ พวกมันเคลื่อนพลด้วยรูปแบบค่ายกลสงกรานต์โบราณที่ได้รับการคำนวณมุมองศามาอย่างแม่นยำ อสุรกายรูปร่างสูงใหญ่สวมเกราะกระดูกสีเลือดนับพันตนกำลังเดินทัพข้ามกำแพงเวทมนตร์ชั้นนอกราวกับเดินบนพื้นราบ บาตรป้องกันที่คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกันสร้างขึ้นมานับร้อยปี แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ไร้ซึ่งเสียงต้านทาน ดั่งกระจกบางๆ ที่ถูกค้อนเหล็กทุบ
"พวกมันไม่ได้มาเพื่อปล้นสะดมค่ะ" เซย์เลนพึมพำกับตัวเอง สมองส่วนลึกกำลังประมวลผลรูปแบบการกระจายตัวของกองกำลังศัตรูอย่างรวดเร็ว "เป้าหมายของพวกมันคือการตัดการเชื่อมต่อพลังงานระหว่างห้องโถงกลางกับผนึกใต้ดิน... พวกมันรู้เรื่องห้องใต้ดินนี้"
ดวงตาสองคู่ประสานกันในความเงียบอันตึงเครียด ไม่มีคำพูดปลอบขวัญไร้สาระ ไม่มีรอยยิ้มฝืนทน ในสถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้ เคมีระหว่างทั้งสองคนเด่นชัดขึ้นผ่านความเข้าใจอันลึกซึ้ง เซย์เลนรู้ดีว่าลูเซียนาไม่ได้ต้องการคำสัญญาว่าจะรอดปลอดภัย นางต้องการแผนการที่แม่นยำและทางรอดที่มีความน่าจะเป็นสูงสุด มากกว่าการปลอบใจแบบเด็กๆ
"ถ้าเราออกไปทางประตูหลัก โอกาสรอดคือศูนย์จุดศูนย์สองเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากความหนาแน่นของเวทมนตร์สายคำสาปบริเวณนั้นสูงเกินกว่าที่เกราะเวทมนตร์ระดับสามจะรับไหว" เซย์เลนดีดนิ้วเบาๆ หน้าต่างระบบเปลี่ยนเป็นแผนผังสามมิติของสถาบัน "เราต้องใช้เส้นทางระบายน้ำทิ้งฝั่งตะวันตก แม้จะอับชื้นและมีอสุรกายระดับต่ำดักซุ่มอยู่บ้าง แต่มันคือจุดบอดที่เวทมนตร์ 'ม่านหมอกกลืนวิญญาณ' ยังสแกนมาไม่ถึง"
ลูเซียนาพยักหน้ารับอย่างเด็ดเดี่ยว นางไม่เคยตั้งคำถามถึงการตัดสินใจของเด็กหนุ่มผู้เป็นทั้งสหายและผู้ช่วยชีวิตคนนี้ "นำทางเลยค่ะ เซย์เลน ฉันจะคุ้มกันด้านหลังให้คุณเอง"
ทว่า ก่อนที่ฝ่าเท้าของทั้งสองจะทันได้ก้าวออกไปจากขอบเขตของห้องสมุด แรงกระแทกมหาศาลก็สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งพื้นดิน เพดานหินแกรนิตหนาเตอะร่วงหล่นลงมาเป็นฝุ่นผง เสียงคำรามกึกก้องที่สั่นประสาทจนเลือดในกายแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็งดังสะท้อนมาจากเบื้องบน ราวกับภูเขาไฟที่กำลังระเบิดออก
*ตูมมมม!*
ผนังด้านทิศเหนือของห้องสมุดระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษหินนับร้อยชิ้นพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงราวกับกระสุนปืนใหญ่ เซย์เลนดึงร่างของลูเซียนาให้หลบเข้ามุมเสาหินอย่างเฉียดฉิว ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ จนแทบมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วของตัวเอง
เมื่อกลุ่มควันจางลง สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ทหารปีศาจเดินดินธรรมดา แต่เป็นเงาร่างมหึมาของแม่ทัพปีศาจแห่งแดนทมิฬ 'โกรอส' อสุรกายสูงกว่าสามเมตร ผิวหนังสีเทาเข้มปกคลุมด้วยเกล็ดมังกรโบราณ ในมือถือขวานยักษ์ที่อาบไปด้วยโลหิตสดๆ และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาทั้งสามคู่ของมันกำลังจ้องตรงมาที่เซย์เลนและลูเซียนา ราวกับมองเหยื่อที่ติดอยู่ในกรงเล็บมานานแสนนาน
"เจอตัวแล้ว... องค์หญิงแห่งสายเลือดต้องสาป และ... เจ้าหนูผู้ขัดขวางพิธีกรรมของเรา" เสียงคำรามของโกรอสแหบพร่าและก้องกังวานจนแก้วหูแทบแตก แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากร่างของมัน จนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นคลื่น
เซย์เลนก้าวออกมาบังเบื้องหน้าของลูเซียนาโดยสัญชาตญาณ มือซ้ายกระชับไม้เท้าเวทมนตร์ที่สลักลวดลายซับซ้อนจนข้อนิ้วขาวซีด แม้ระดับเลเวลของเขาในตอนนี้จะยังห่างไกลจากแม่ทัพปีศาจระดับสูงลิบลิ่ว แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงประกายความเย็นชาของนักคำนวณที่กำลังหาจุดอ่อนจากความผิดพลาดในการเคลื่อนไหวของศัตรู
"ถอยไปค่ะ เซย์เลน! เจ้านี่มันไม่ใช่ปีศาจทั่วไป มันคือหนึ่งในเจ็ดขุนพลทมิฬ พลังของมัน..." ลูเซียนาเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงร้อนรนเป็นครั้งแรก มือเรียวเอื้อมมาจับชายเสื้อของเขาไว้แน่น
"ผมรู้ค่ะ ลูเซียนา" เซย์เลนเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงจนน่าประหลาด "แต่ถ้าเราไม่หยุดมันตรงนี้... แผนการทั้งหมดที่เราเตรียมมาจะพังทลายลงในพริบตา"
เขายกมือขึ้นวาดกลางอากาศอย่างรวดเร็ว วงเวทสีฟ้าครามซ้อนทับกันเจ็ดชั้นปรากฏขึ้นเบื้องหน้า สัญญาณเตือนภัยสีแดงจากระบบภายในหัวใจดังถี่รัวจนแทบจะกลายเป็นเสียงเดียวกัน ทว่าในวินาทีที่คมขวานยักษ์กำลังจะฟาดผ่าลงมาทำลายทุกสิ่ง เสียงแจ้งเตือนระดับวิกฤตก็ดังขึ้นตัดผ่านทุกสรรพเสียง
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลุกพลังงานปริศนาขั้นสูงสุด... เงื่อนไขลับ 'ผู้สืบทอดแห่งสถาบันที่ถูกลืม' ถูกกระตุ้นโดยสมบูรณ์]
[คำเตือน: บุคคลที่สามซึ่งไม่อยู่ในฐานข้อมูลกำลังก้าวเข้าสู่เขตอาคม... และตัวตนของเขากำลังจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้ไปตลอดกาล]
เซย์เลนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาร่างหนึ่งก้าวทะลุผ่านม่านหมอกสีดำออกมาจากความว่างเปล่าอย่างเชื่องช้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้โลกรอบตัวราวกับหยุดหมุน...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งปาฏิหาริย์นี้ไปกับเซย์เลนและลูเซียนานะคะ — เซเลสเทียละอองเวท
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่เทพที่สุดในคลาสเวทมนตร์ก็พอครับ•ตอนที่ 31
หายนะเริ่มต้นขึ้น
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่เทพที่สุดในคลาสเวทมนตร์ก็พอครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!