กลิ่นอายของสนิมเหล็กและละอองมานาน่าเข้มข้นลอยอบอวลจนแสบจมูก ทว่าเซย์เลนกลับไม่ได้สนใจบรรยากาศรอบตัวที่กดดันแม้แต่น้อย สายตาของเขากำลังจดจ่ออยู่กับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าครามที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ—หน้าต่างระบบที่เพิ่งฝากข้อความอันตรายทิ้งไว้เมื่อคืน
*[คำเตือนจากระบบ: การกระทำของคุณได้ดึงดูดสายตาของ “บางสิ่ง” ที่หลับใหลอยู่ใต้ดินลึกของสถาบันเข้าแล้ว… และในขณะนี้ มันกำลังลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อมองหา “คุณ” คนเดียวเท่านั้น]*
ข้อความนั้นยังคงกระพริบเตือนเป็นสีแดงเรื่อ ทว่าเด็กหนุ่มกลับเพียงแค่กวาดสายตาผ่านมันอย่างไม่ยี่หาระหว่างก้าวเท้าเข้ามาในห้องเรียนเวทมนตร์ขั้นสูง อาคารหินโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางสถาบันเวทมนตร์เซฟิรอส บรรยากาศภายในห้องเวลานี้เงียบสงบจนน่าอึดอัด สายตานับสิบคู่จากเหล่าบุตรหลานตระกูลขุนนางชั้นสูงต่างจับจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียว—ด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความดูแคลน ความสงสัย และความเย้ยหยัน
พวกเขาคงคิดว่าตัวประกอบที่ไร้ซึ่งยศศักดิ์อย่างเซย์เลนคงจะสติหลุดไปแล้ว ตั้งแต่ที่อาจารย์ประจำวิชาประกาศ "บททดสอบภาคปฏิบัติเร่งด่วน" เมื่อสิบนาที
“เอาล่ะ ในเมื่อมากันครบแล้ว...” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของมาסטרกราเวน อาจารย์ผู้ดูแลหอคอยเวทมนตร์ดังก้องขึ้น ขัดจังหวะความคิดของทุกคน ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวขึ้นมาบนแท่นประลองเวทเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบกวาดมองเหล่านักเรียนใหม่ด้วยแววตาราวกับกำลังประเมินราคาปศุสัตว์ “สำหรับคาบแรกของฉัน ไม่มีทฤษฎีเวทมนตร์น่าเบื่อให้พวกเธอท่องจำ สิ่งที่ฉันต้องการคือ ‘ผลลัพธ์’ บนศิลาแห่งพันธสัญญา”
กราเวนผายมือไปยังแท่นหินสีนิลขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง บนพื้นผิวของมันสลักอักขระโบราณนับพันตัวที่กำลังเรืองแสงสีม่วงจางๆ
“กฎกติกาเรียบง่ายมาก...” อาจารย์ผู้ควบคุมสอบยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาคมกวาดยาวมาหยุดอยู่ที่เซย์เลนโดยเฉพาะ “จงใช้พลังเวทของพวกเธอปลุกอักขระบนศิลาให้สว่างขึ้นถึงระดับสามภายในเวลาสามนาที ใครที่ทำไม่ได้... หรือแม้แต่ทำให้ศิลาแตกร้าวแม้แต่นิดเดียว จะถูกขับไล่ออกจากสถาบันแห่งนี้ทันทีอย่างไร้ข้อยกเว้น”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีในหมู่
“ระดับสาม? บ้าน่า! พวกเราเพิ่งเป็นนักเรียนปีหนึ่งเองนะ!”
“ศิลาพันธทานั่นมันต้องใช้พลังเวทมหาศาลขนาดไหนกัน... อาจารย์แกล้งกันชัดๆ!”
เซย์เลนยังคงนิ่งเงียบ เขายกมือขึ้นดันกรอบแว่นเล็กน้อย ขณะที่สมองส่วนหน้าประมวลผลอัลกอริทึมความซับซ้อนของอักขระบนศิลาอย่างรวดเร็ว ในสายตาของคนอื่น มันคือแท่นหินทดสอบพลังเวทดิบๆ แต่ในมุมมองของระบบที่อัปเกรดแล้วของเขา มันคือ "สมการคณิตศาสตร์เวทมนตร์" ที่มีตัวแปรความหนาแน่นของมานาน่า และค่าความต้านทานที่สามารถคำนวณจุดวิกฤตเพื่อทะลวงผ่านได้ด้วยการใช้มานาเพียงน้อยนิด
“ดูเหมือนว่า ‘ภารกิจแรกคือการไม่โดนไล่ออก’ นี้ จะไม่ง่ายอย่างที่คิดสินะคะ...”
เสียงกระซิบแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นดังขึ้นข้างกาย เซย์เลนเหลือบมองเล็กน้อย ก็พบว่าลูเซียนา—องค์หญิงลำดับที่หนึ่งที่ควรจะเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ในกลุ่มชนชั้นสูง กลับก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าอันงดงามราวน้ำแข็งสลักยังคงเรียบเฉย ทว่าดวงเนตรสีไพลินคู่นั้นกลับฉายแววท้าทายอย่างปิดไม่มิด
“เธอควรจะไปยืนอยู่แถวหน้ากับพวกดยุกน้อยพวกนั้นนะ ลูเซียนา” เซย์เลนเอ่ยกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกต่อสถานการณ์ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
“แล้วทำไมฉันต้องทำตามที่นายบอกด้วยล่ะ เซย์เลน?” ลูเซียนาปรายตามองเขาเล็กน้อย มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยาก “ในเมื่อยืนอยู่ตรงนี้... น่าสนุกกว่าตั้งเยอะ”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังสบตากันด้วยเคมีที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยความลับ นักเรียนคนแรกก็ถูกเรียกตัวให้ออกไปทดสอบ
ทายาทตระกูลบารอนผู้มั่นใจในตัวเองสูงก้าวขึ้นไปบนแท่นประลอง เขาแผ่ขยายออร่าเวทมนตร์สีฟ้าเข้มออกมาจนเกิดเสียงลมกรรโชกเบาๆ ก่อนจะระเบิดหมัดอัดกระแทกเข้าใส่ศิลาพันธสัญญาเต็มแรง!
*เปรี้ยง!*
แรงสะท้อนกลับรุนแรงจนร่างของเด็กหนุ่มกระเด็นถอยหลังไปสามก้าว อักขระบนศิลาติดสว่างขึ้นมาเพียงแค่ "ระดับหนึ่ง" และกระพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลง
“สอบตก! มานาไม่เสถียร ขาดการควบคุมทิศทาง ออกไปจากห้องนี้ซะ!” เสียงประกาศิตของมาสเตอร์กราเวนรากับประกาศิตแห่งความตาย นักเรียนคนนั้นหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะถูกเวทมนตร์เคลื่อนย้ายส่งตัวออกนอกห้องไปทันที
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ ไม่มีใครกล้าขยับตัว แม้แต่เหล่าบุตรหลานดยุกที่เคยเย่อหยิ่งก็ยังเริ่มมีเหงื่อกาฬผุดซึมตามขมับ การใช้กำลังเข้าปะทะกับศิลาพันธสัญญาตรงๆ มีแต่จะทำให้มานาตีกลับและพังทลาย
“คนต่อไป... ลูเซียนา วาลคิเรีย”
ชื่อขององค์หญิงถูกขานขึ้น เสียงฮือฮาดังระงับอีกครั้งด้วยความอยากรู้อยากเห็น ลูเซียนาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอาการบางอย่างที่กำเริบขึ้นในร่างกาย—อาการจากคำสาปที่เซย์เลนเท่านั้นรู้ เธอปรายตามองเซย์เลนแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวขึ้นไปบนแท่นประลองด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ
เซย์เลนมองตามแผ่นหลังนั้น เงียบงัน ทว่าในใจกลับคำนวณเวลาที่คำสาปของเธอจะแสดงอาการออกมา หากเธอฝืนใช้พลังเวทบริสุทธิ์โจมตีศิลาพันธสัญญาตอนนี้ คำสาปจะย้อนกลับมาทำร้ายอวัยวะภายในของเธอจนกระอักเลือดแน่ๆ
*[ระบบตรวจพบ: ตัวละคร ‘ลูเซียนา’ กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายระดับ A]*
*[เงื่อนไขช่วยเหลือ: ส่งผ่านกระแสมานาเข้าประสานกับคลื่นพลังของเธอผ่านการสัมผัสทางกายภาพโดยตรง]*
ดวงตาของเซย์เลนหรี่แคบลงชั่วพริบตา เมื่อเห็นลูเซียณากำลังยกมือขึ้นเตรียมรวบรวมมานาธาตุน้ำแข็งเพื่อโจมตีศิลา
ไม่ได้... ถ้าเธอยิงเวทมนตร์นั้นออกไป เธอจะจบเห่ทั้งผลการทดสอบและชีวิตของตัวเอง
ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว เซย์เลนก็ก้าวพรวดเดียวเข้าไปประชิดร่างขององค์หญิงสาวท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคนในห้องเรียน มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวบางของลูเซียนาไว้แน่นโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ
“นาย... ทำบ้าอะไรของน่ะ เซย์เลน!” ลูเซียนาสะดุ้งสุดตัว ดวงตาสีไพลินเบิกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้างดงามขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความไม่คุ้นเคยกับการถูกเนื้อต้องตัวในระยะประชิดต่อหน้าผู้คนนับสิบ
“ถ้าไม่อยากกระอักเลือดตายคาแท่นประลอง และไม่อยากโดนไล่ออกจากสถาบันในคาบแรก...” เซย์เลนโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงของเขานุ่มนวลแต่เด็ดขาดและทรงพลังพอที่จะหยุดยั้งทุกการเคลื่อนไหวของเธอได้ “ก็ปล่อยให้ฉันเป็นคนควบคุมมานาให้... แล้วเราจะผ่านมันไปด้วยกัน”
หัวใจของลูเซียมากระตุกวูบหนึ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน กระแสความอบอุ่นบางเบาจากฝ่ามือของเด็กหนุ่มไหลซึมผ่านผิวสัมผัสเข้าสู่เส้น Aether ภายในร่างกายของเธออย่างน่าประหลาด มันไม่ใช่แค่การช่วยเหลือ... แต่มันคือการประสานจิตวิญญาณที่ลึกซึ้งจนเธอแทบจะหยุดหายใจ
มาสเตอร์กราเวนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เอ่ยเสียงกร้าวขึ้น “นี่พวกเธอคิดจะทำอะไรกัน! บนแท่นประลองห้ามมีผู้ช่วยเด็ดขาด! ออกมาซะ เซย์เลน!”
เซย์เลนไม่สนใจเสียงคำรามของอาจารย์ เขาใช้มืออีกข้างแตะลงบนพื้นผิวของศิลาพันธสัญญาโดยตรง ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง อัลกอริทึมในสมองของเขาก็ทำงานเต็มพิกัด หน้าต่างระบบนับร้อยหน้าต่างเรียงรายซ้อนทับกันในคลื่นความคิด
*ติ๊ง!*
*[ระบบทำการแฮ็กโครงสร้างอักขระโบราณสำเร็จ]*
*[ตรวจพบช่องว่างในมานาสนามพลัง... เริ่มต้นการปรับแต่งค่าความถี่คลื่นมานาให้สอดคล้องกับเป้าหมายคู่ประสาน]*
ทันใดนั้นเอง ดวงตาของเซย์เลนก็เปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้าขึ้นวูบหนึ่ง แรงกดดันมหาศาลที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนระเบิดออกจากร่างของเด็กหนุ่มและหญิงสาวพร้อมๆ กัน มานาสองสาย—สายหนึ่งเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งนิรันดร์ แต่อีกสายกลับลึกล้ำและเฉียบคมราวดาบเคลือบสารพิษ—หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
*ตูมมมม!*
อักขระโบราณนับพันบนศิลาพันธสัญญาไม่ได้แค่ติดสว่างถึงระดับสาม... แต่มันสว่างวาบจนกลายเป็นสีทองอร่ามพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานห้องเรียน ทะลุผ่านขีดจำกัดสูงสุดที่สถาบันเคยบันทึกไว้ในรอบร้อยปี!
แรงระเบิดจากคลื่นพลังทำให้เหล่าขุนนางชั้นสูงถึงกับต้องยกแขนขึ้นป้องหน้าด้วยความตื่นตระหนก มาสเตอร์กราเวนผงถอยหลังไปสองก้าว ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังตะลึงงันกับผลงานอันเหลือเชื่อบนแท่นประลอง...
*กึก... กึก... กึก...*
พื้นห้องเรียนใต้ฝ่าเท้าของพวกเขากลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่ใหญ่โตมโหฬารกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้พื้นดินลึกหลายร้อยเมตร เสียงคำรามต่ำทุบสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นดังขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง และในวินาทีต่อมา... รอยแยกสีดำสนิทก็ปริแตกออกกลางห้องเรียน พร้อมกับกลิ่นอายความตายที่พวยพุ่งขึ้นมาโอบล้อมร่างของเซย์เลนและลูเซียนาไว้ทั้งหมด
ดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่ง... ลืมตาตื่นขึ้นจากความมืดมิดใต้พื้นดิน และพุ่งเป้ามาที่เซย์เลนโดยตรงอย่างกระหายเลือด
—โปรดติดตามตอนต่อไป—
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับละอองเวทบทนี้ด้วยนะคะ*
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่เทพที่สุดในคลาสเวทมนตร์ก็พอครับ•ตอนที่ 2
ภารกิจแรกคือการไม่โดนไล่ออก
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่เทพที่สุดในคลาสเวทมนตร์ก็พอครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!