ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่เทพที่สุดในคลาสเวทมนตร์ก็พอครับ•ตอนที่ 14

ความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนไป

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
"ห้ามขยับตัวเด็ดขาด ถ้าไม่อยากให้กระแสมานาระเบิดออกจนทะลุหัวใจตัวเอง" น้ำเสียงของเซย์เลนเย็นเฉียบและเฉียบขาดเสียจนบรรยากาศในหอสมุดเวทมนตร์ต้องห้ามดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ลูเซียนาที่กำลังนั่งสั่นเทาอยู่บนเก้าอี้ไม้โอ๊กเนื้อแข็งกัดริมฝีปากจนห้อเลือด ดวงตาสีน้ำเงินดุจไพลินขององค์หญิงผู้สูงศักดิ์วูบไหวด้วยความเจ็บปวดจากการถูกคำสาปกัดกิน แต่ทว่า ในยามนี้แววตาคู่นั้นกลับไม่ได้สะท้อนเพียงความหวาดกลัวต่อความตาย แต่มันกำลังจับจ้องไปยังใบหน้าที่ดูสงบนิ่งราวกับหินผาของเด็กหนุ่มตรงหน้า เซย์เลนไม่ได้มองเธอด้วยสายตาเวทนา เขากำลังมองเธอผ่านหน้าต่างสถานะโปร่งแสงที่ปรากฏอยู่เพียงในสายตาของเขา อัลกอริทึมการคำนวณเส้นสายของมานาในร่างกายลูเซียนาถูกวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน เขาสามารถมองเห็นจุดที่มานาสีดำกำลังกัดกินเส้นชีพจรเวทมนตร์ทีละมิลลิเมตร "นาย... ทำไมถึงไม่ทิ้งฉันไปเสียที" ลูเซียนาเค้นเสียงผ่านไรฟัน หยาดเหงื่อเม็ดโตไหลซึมผ่านไรผมสีเงินสลวย "ฉันเป็นแค่ภาระ เป็นตราบาปที่ใครๆ ก็อยากกำจัด นายควรจะใช้โอกาสนี้หนีไป แล้วปล่อยให้ฉันเป็นไปตามชะตากรรมที่สวรรค์ขีดไว้" เซย์เลนไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ บรรจงวางปลายนิ้วลงบนตำแหน่งชีพจรที่ข้อมือของเธอ แรงกดนั้นหนักแน่น ทว่าแฝงไปด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด เขาถ่ายเทมานาธาตุแสงที่ผ่านการกรองจนบริสุทธิ์เข้าไปขัดขวางวงจรของคำสาปอย่างแม่นยำ "ชะตากรรมน่ะ มันเป็นแค่ตัวเลขที่ยังไม่ได้ใส่เงื่อนไขให้จบต่างหากครับ" เซย์เลนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ฟังดูเหมือนการสั่งงานระบบ "และผมก็ไม่ชอบเล่นเกมที่ตัวเองคุมสถานการณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าตัวหมากสำคัญอย่างคุณต้องมาเสียท่าให้กับบั๊กเน่าๆ ในระบบแบบนี้" ลูเซียนาชะงักไป ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นผ่านใจ มันไม่ใช่ความรักที่หวือหวา แต่มันคือความรู้สึกของการมี 'ที่ยึดเหนี่ยว' เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ไม่ได้ถูกตีค่าด้วยฐานันดรศักดิ์ ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมือง หรือสมบัติล้ำค่าที่ต้องซ่อนไว้ในกรงทอง เขามองเธอเหมือนมอง 'มนุษย์' คนหนึ่งจริงๆ "คุณไม่ได้เป็นภาระหรอกลูเซียนา" เซย์เลนเงยหน้าขึ้น สบตาเธอตรงๆ ในจังหวะที่มานาภายในร่างกายของเธอเริ่มเข้าสู่สมดุล "แต่การที่คุณยังพยายามแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวโดยไม่ยอมขอความช่วยเหลือ นั่นต่างหากที่เป็นบั๊กที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของคุณ" ลูเซียนานิ่งอึ้ง หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเจ็บปวดกลับมาเต้นเป็นจังหวะที่แปลกออกไป เธอเผลอไผลจ้องมองรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเซย์เลน รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเสแสร้งเจือปน เขาเป็นคนแรกที่มองทะลุผ่านเกราะกำบังอันแข็งแกร่งของเธอเข้ามาถึงแก่นแท้ที่แตกสลายภายใน ทันใดนั้น หน้าต่างระบบสีฟ้าจางๆ ก็เด้งขึ้นมาเบื้องหน้าเซย์เลน [ระบบแจ้งเตือน: ค่าความสัมพันธ์ (Trust Level) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ: 'พันธมิตรผู้ร่วมชะตากรรม'] [ปลดล็อกสกิลผสาน: 'จังหวะก้าวแห่งจันทรา' - ความสามารถในการซิงโครไนซ์มานาของผู้ใช้กับคู่หูในระยะรัศมี 2 เมตร] เซย์เลนถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้สนใจเรื่องสกิลมากเท่ากับความรู้สึกโล่งใจที่เห็นสีหน้าของลูเซียนาดีขึ้น เธอไม่ได้ขัดขืนหรือพยายามผลักไสเขาเหมือนเช่นเคย มือเรียวบางของเธอขยับมาแตะหลังมือของเขาเบาๆ อย่างแผ่วเบา เป็นการขอบคุณที่ไร้คำพูด "นาย... เปลี่ยนไปนะ" ลูเซียนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงจนแทบจะหายไปในความเงียบ "ในตอนแรกที่เจอกัน นายดูเหมือนคนที่จะไม่แคร์อะไรเลยนอกจากความอยู่รอดของตัวเอง แต่ตอนนี้..." "คนเราเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพแวดล้อมครับ" เซย์เลนขยับตัวถอยออกเล็กน้อย แต่สายตายังคงจับจ้องที่เธอ "และบางที สิ่งที่ผมได้รับมาตลอดการเดินทางครั้งนี้ มันอาจจะสำคัญกว่าค่าสถานะที่อัปขึ้นมาก็ได้" ทว่าความเงียบสงบที่กำลังก่อตัวเป็นมิตรภาพอันอบอุ่นกลับถูกทำลายลงโดยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าดังมาจากเงามืดท้ายหอสมุด เสียงกิ่งไม้หักดัง 'เปรี๊ยะ' พร้อมกับกลิ่นอายมานาที่คุ้นเคย... กลิ่นอายของความตายที่ไม่ได้มาจากคำสาปในตัวลูเซียนา แต่มันมาจาก 'ใครบางคน' ที่กำลังเฝ้ามองพวกเขาอยู่ตั้งแต่ต้น ลูเซียนาเบิกตากว้าง สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นเงาร่างนั้นชัดขึ้นในแสงสลัว "เซย์เลน... อย่าหันไป" ลูเซียนาคว้าแขนเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นสั่นสะท้าน "เขา... เขามาที่นี่ได้ยังไง..." ก่อนที่เซย์เลนจะทันได้ตั้งตัว หน้าต่างระบบสีแดงฉานก็เด้งพรวดขึ้นมาปิดกั้นทัศนวิสัยทั้งหมดของเขา พร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ดังสนั่นจนหูอื้อ [แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติ: 'ผู้คุมกฎแห่งพันธสัญญา' ปรากฏตัวในระยะ 10 เมตร!] [ภารกิจระดับ SSS ปรากฏ: 'ทางเลือกสุดท้ายแห่งผู้ทรยศ' - เลือกระหว่างการทอดทิ้งพันธมิตรเพื่อเอาชีวิตรอด หรือการสูญเสียทุกอย่างเพื่อปกป้องผู้ที่ถูกจองจำ] [เงื่อนไขเวลา: 00:05 วินาที...] เงาร่างในผ้าคลุมสีดำสนิทก้าวพ้นเงามืดออกมา พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนการเสียดสีของโลหะที่ขูดขีดกัน สิ่งที่ปรากฏในมือของเขาไม่ใช่ไม้กายสิทธิ์ แต่เป็น 'ตราประทับแห่งการลบตัวตน' ที่พร้อมจะกวาดล้างทุกคนที่รู้ความลับนี้ให้หายไปจากประวัติศาสตร์โรงเรียนเวทมนตร์ตลอดกาล ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความลับอันดำมืดและมิตรภาพที่งดงามนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่เทพที่สุดในคลาสเวทมนตร์ก็พอครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%