สลักรอยหมึก พลิกบัลลังก์หทัย•ตอนที่ 12

ตำหนักเย็นและกลิ่นหอม

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของหยาดน้ำค้างที่เกาะตามผนังหินสีเทาหม่น คือลมหายใจเดียวที่หล่อเลี้ยงตำหนักบูรพาหลังเก่า—สถานที่ซึ่งถูกลืมเลือนจากสายตาของฮ่องเต้และเหล่าสนมเอก ทว่าสำหรับลู่ว่านหนิงแล้ว มุมอับแสงแห่งนี้กลับเปรียบเสมือนกระดานหมากที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการซุ่มซ่อนคมเขี้ยว ปลายนิ้วเรียวผอมที่เคยนุ่มนวล บัดนี้มีรอยด้านบางๆ จากการพลิกกระดาษใบบางนับร้อย แสงเทียนสีส้มสั่นไหววูบวาบตามแรงลมที่ลอดผ่านบานหน้าต่างไม้ผุ นางกำลังกวาดสายตาคมปลาบอ่านบันทึกรายจ่ายของกรมคลังย้อนหลังเจ็ดปี ท่ามกลางกองเอกสารเก่าคร่ำคร่าที่นางแอบลักลอบนำเข้ามาจากห้องอักษรหลวงด้วยความช่วยเหลือของขันทีเฒ่าผู้ติดหนี้บุญคุณบิดา "คุณหนูเจ้าคะ ดื่มชาร้อนเสียหน่อยเถอะเพคะ บรรยากาศที่นี่เหน็บหนาวจนกระดูกจะพรุนอยู่แล้ว" เสียงกระซิบเจือความกังวลของจู่อิน สาวใช้คนสนิทดังขึ้น พร้อมกับถ้วยกระเบื้องเคลือบหยาบที่ส่งควันกรุ่นจางๆ ว่านหนิงยังคงไม่ละสายตาจากตัวอักษรจีนตัวจิ๋วที่เขียนด้วยหมึกชั้นดี นางแค่นยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับเยียบเย็นจนจู่อินต้องลอบกลืนน้ำลาย "หนาวกายยังพอทนได้ จู่อิน... แต่หากปล่อยให้ความหนาวเหน็บกัดกินความแค้นในใจเราจนมอดไหม้ นั่นต่างหากที่น่ากลัวกว่า" ว่านหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังอำนาจในตัว "เจ้าดูตัวเลขเหล่านี้สิ... งบประมาณบูรณะตำหนักปีที่แล้ว สูญงบไปถึงสามแสนตำลึงทอง แต่สภาพตำหนักจริงกลับผุพังจนฝนรั่ว เงินจำนวนนี้ไม่ได้ถูกใช้เพื่อซ่อมแซมแต่อย่างใด แต่มันถูกแปรเปลี่ยนเป็นทองคำแท่ง ฝังกลบอยู่ใต้พื้นเรือนของสกุลหลี่ว์ต่างหาก" ปัญหาสําคัญไม่ได้อยู่ที่การพบความผิดปกติ แต่อยู่ที่ว่า 'บัญชีลับตัวจริง' ที่บันทึกเส้นทางการเงินอันสกปรกของอัครเสนาบดีหลี่ว์ซานถูกซ่อนไว้ที่ใด บิดาของนางเคยทิ้งรหัสลับไว้ก่อนสิ้นใจ—*‘ใต้ร่มเงาบูรพา ซ่อนดาราพันดวง’* ร่มเงาบูรพา... ตำหนักบูรพาหลังนี้ หรือว่ามันจะมีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น? ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบสงบยามราตรีก็ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ทว่ามั่นคงและทรงพลังเกินกว่าจะเป็นฝีเท้าของขันทีหรือนางกำนัลทั่วไป จู่อินสะดุ้งสุดตัว รีบขยับกายบังร่างผู้เป็นนายไว้ทันที แต่ว่านหนิงกลับยกมือขึ้นห้ามด้วยสีหน้าไร้ความตื่นตระหนก นางรู้จักจังหวะก้าวเดินนี้ดี... เป็นจังหวะก้าวที่นางทั้งคุ้นเคยและระแวดระวังที่สุดในยามนี้ ประตูไม้เก่าคร่ำคร่าถูกผลักเปิดออกช้าๆ ลมหนาวระลอกใหญ่พัดกรูเข้ามาจนเปลวเทียนเกือบดับวับ ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินสะท้อนแสงจันทร์ องค์ชายฉู่จวินเซียว... องค์ชายสผู้ควรจะถูกกักบริเวณอยู่แต่ในตำหนักส่วนพระองค์ กลับมายืนตระหง่านอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ใบหน้าคมคายหล่อเหลาดั่งหยกสลัก ทว่านัยน์ตาลึกล้ำดั่งเหวลึกคู่นั้นกลับฉายประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ธิดาขุนนางลู่ผู้ตกอับ ถึงกับมีอารมณ์สุนทรีย์มานั่งตรวจงบประมาณแผ่นดินในสถานที่อัปมงคลเช่นนี้เชียวหรือ?" สุเฟยเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเย้า ทว่าแฝงรอยกดดันอันตราย ว่านหนิงวางพู่กันในมือลงอย่างใจเย็น นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนเรียวปาก "หม่อมฉันจะหาญกล้าตรวจงบประมาณแผ่นดินได้อย่างไรเพคะ... หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีผู้ไร้ค่า กำลังนั่งนับเศษกระดูกที่ท่านอัครเสนาบดีหลี่ว์ทิ้งไว้ต่างหาก เพคะท่านอ๋อง" ฉู่จวินเซียวสาวเท้าเข้ามาใกล้ ชายผ้าคลุมกวาดผ่านพื้นฝุ่นหนา กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นจันทร์หอมจางๆ ลอยปะทะนาสิก เขาโน้มตัวลงมาใช้ดวงตาดุจเหยี่ยวพินิจมองแผ่นกระดาษตรงหน้า ก่อนจะเหลือบมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน—นางช่างกล้าหาญและชาญฉลาดเกินกว่าสตรีทั่วไปในห้องหอเป็นไหนๆ "เจ้ากำลังเล่นกับไฟ ลู่ว่านหนิง" ฉู่จวินเซียวเอ่ยเสียงต่ำ ชิดริมหูจนนางรู้สึกถึงไออุ่น "หลี่ว์ซานไม่ได้โง่เขลา บัญชีตัวจริงที่เจ้าตามหา ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในวังหลวงแห่งนี้หรอก... แต่อยู่ในที่ที่อันตรายยิ่งกว่า" ว่านหนิงหรี่ตาลงหัวใจเต้นกระหน่ำเล็กน้อยแต่นางยังคงควบคุมสีหน้าให้ราบเรียบ "ที่ไหนเพคะ?" ฉู่จวินเซียวไม่ตอบทันที เขายื่นมือหนาออกมาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นพินิจ ก่อนจะดึงปิ่นหยกขาวที่ปักอยู่บนมวยผมของนางออกอย่างไร้การบอกกล่าว เส้นผมดำขลับยาวสลวยจึงเคลียคลอลาดไหล่ระหงทันที นางตกใจเล็กน้อยแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากต่อว่า เขาก็ใช้ปลายปิ่นหยกนั้นเขี่ยเปิดแผ่นกระดานไม้ที่ปูพื้นห้องออก เผยให้เห็นช่องลับขนาดเล็กที่ถูกอำพรางไว้อย่างแนบเนียน กลิ่นหอมประหลาดบางอย่างโชยขึ้นมาจากช่องลับนั้น... มันไม่ใช่กลิ่นอับชื้นของตำหนักเย็น แต่เป็นกลิ่นหอมหวานลึกล้ำของดอกกุ้ยฮวาผสมกำยานชั้นดี ซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ใช้ในตำหนักของพระสนมเอกหลี่ว์... น้องสาวแท้ๆ ของอัครเสนาบดี! ฉู่จวินเซียวหันมาสบตานาง รอยยิ้มที่มุมปากดูราวกับปีศาจพรายน้ำผู้ควบคุมเกม "ยินดีต้อนรับสู่กรงเล็บพยัคฆ์... เพราะสิ่งที่เรากำลังจะหยิบขึ้นมาจากตรงนี้ คือหลักฐานที่จะลากคอสกุลหลี่ว์ลงจากบัลลังก์" ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าจำนวนมากพร้อมแสงคบเพลิงสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาล้อมรอบตำหนักบูรพาจากทุกสารทิศ เสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจและอำมหิตของราชองครักษ์หลวงดังทะลุอากาศเข้ามา *"มีรายงานว่ากบฏซุกซ่อนตัวอยู่ที่นี่! จงค้นให้ทั่ว! ห้ามปล่อยให้ผู้ใดรอดไปได้!"* ดอกโบตั๋นพันปีขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับอักษรานี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยหมึก พลิกบัลลังก์หทัย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%