สลักรอยหมึก พลิกบัลลังก์หทัย•ตอนที่ 6

คราบน้ำตาบนกระดาษสา

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายจางๆ ของหมึกชาOXร่อนผนวกกับกลิ่นชาอู่หลงชั้นดีลอยวนอยู่ในอากาศแคบๆ หลังชั้นตำราไม้จันทน์ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงสลับกับเสียงซิ่นผ้าไหมปักดิ้นทองกระทบพื้นหินขัดดังใกล้เข้ามาทุกที บ่งบอกถึงผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญและมิได้มาด้วยไมตรี ลู่ว่านหนิงกลั้นหายใจ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึกในยามคับขัน นางสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากปลายนิ้วแกร่งขององค์ชายฉู่จวินเซียวที่ยังคงกุมข้อมือตนไว้มั่น สัมผัสนั้นมิได้รุกล้ำ หากแต่หนักแน่นและมั่นคง ราวกับจะส่งผ่านกระแสความเยือกเย็นเข้าสู่ร่างที่กำลังตึงเครียดของนาง "ท่านอ๋อง... เหตุใดจึง..." นางส่งเสียงกระซิบแผ่วเบaริมฝีปากแทบไม่ขยับ "เงียบเสีย" ฉู่จวินเซียวเอ่ยสั้นๆ สุ้มเสียงทุ้มต่ำดั่งหินผาที่กดทับลงบนผืนน้ำ นัยน์ตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บไม่ได้จับจ้องที่นาง หากแต่ทอดมองลอดผ่านช่องว่างแคบๆ ระหว่างสันตำราออกไปยังเบื้องนอก ทันใดนั้น ร่างของขันทีเฒ่าคนสนิทแห่งตำหนักอัครเสนาบดีหลี่ว์ก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องอักษรส่วนตัว ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก กวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความหวาดระแวง ก่อนจะชะựngฝีเท้าลงเมื่อพบว่าความเงียบงันเข้าปกคลุมราวกับไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ยกเว้นถ้วยชาอุ่นสองใบที่ยังคงมีไอระเหยลอยกรุ่นอยู่บนโต๊ะรับรอง "แปลกจริง... ข้าได้ยินเสียงคนพูดคุยกันแถวนี้แท้ๆ" ขันทีเฒ่าพึมพำกับตนเองด้วยความสงสัย สองเท้าก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้สลักลวดลายมังกรห้าเล็บอย่างถือวิสาสะ มือเหี่ยวย่นเอื้อมไปแตะก้นถ้วยชายังคงอุ่นอยู่ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปาก "หรือว่า... หนูสกปรกตัวไหนมันแอบเข้ามาขโมยดูบัญชีลับของท่านเสนาบดี?" ในห้องมืดทึบหลังชั้นตำรา ลู่ว่านหนิงรู้สึกราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกจนหมดสิ้น บัญชีลับที่ว่านั้น... แท้จริงแล้วซ่อนอยู่ภายใต้แผ่นไม้กระดานที่นางเพิ่งเปิดออกเมื่อครู่ และเอกสารสำคัญชิ้นสุดท้ายที่นางเพิ่งคัดลอกเสร็จ ก็คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงการตายอันมีเงื่อนงำของมารดาตนเข้ากับลายมือชื่อของอัครเสนาบดีหลี่ว์ซานโดยตรง! นิ้วเรียวของนางเผลอจิกเข้าที่ชายเสื้อแขนกว้างของฉู่จวินเซียวโดยไม่รู้ตัว ความตึงเครียดแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสองจนแทบได้ยินเสียงชีพจรเต้น ทว่าองค์ชายสี่หาได้สะทกสะท้านไม่ พระองค์เพียงแต่โน้มพระวรกายลงมาเล็กน้อย จนพระนาสิกโด่งคมเฉียบเกือบแตะเข้ากับเส้นผมหอมกรุ่นของสตรีในอ้อมกอด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างใบหูขาวผ่องอย่างจงใจ *‘อย่าตื่นกลัว... ข้าอยู่ตรงนี้’* สุ้มเสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งสายลมผ่านหู แต่มันกลับทรงพลังมหาศาลในการดึงสติอันกระเจิดกระเจิงของลู่ว่านหนิงให้กลับคืนมา นางสูดหายใจเข้าลึก3 พยายามกดข่มความแค้นและอารมณ์ระอุในอกให้สงบลง ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นทีละน้อย เบื้องนอก ขันทีเฒ่ายังคงเดินสำรวจเข้าใกล้ชั้นตำราเข้ามาทุกที ทีละก้าว... ทีละก้าว... จนกระทั่งเงาทาบทับลงบนชั้นไม้ที่ซ่อนร่างของพวกเขาทั้งสอง ฉู่จวินเซียวหรี่ตาลง ปลายพระหัตถ์อีกข้างเอื้อมไปแตะด้ามกระบี่ซ่อนรูปที่พกไว้ข้างพระวรกายอย่างเงียบเชียบ พร้อมที่จะปลิดชีพผู้บุกรุกในเสี้ยววินาทีหากมันบังaniวิสาสะเปิดฉากบังตาเข้ามา ทว่า ในวินาทีเป็นตายนั้นเอง เสียงกุญแจกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งก็ดังขึ้นจากประตูด้านนอก ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงของนางกำนัลอาวุโสที่ตะโกนขัดจังหวะ "ใต้เท้า! ฮูหยินใหญ่เรียกหาขันทีเฉินด่วนเจ้าค่ะ บอกว่ามีแขกสำคัญจากวังหลวงมาเยือน เกรงว่าจะเสียพิธี!" ขันทีเฉินชะงักกึก สีหน้าฉายแววลังเลระหว่างการค้นหาต่อให้กระจ่างกับคำสั่งเร่งด่วนจากนายใหญ่ สุดท้ายความเกรงกลัวต่ออำนาจของฮูหยินใหญ่ก็มีมากกว่า มันจึงสะบัดแขนเสื้อด้วยความขัดแย้งในใจ ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงปิดประตูปังใหญ่อย่างแรง ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องอักษรอีกครั้ง ทว่าไม่มีใครขยับเขยื้อนร่างในทันที ลู่ว่านหนิงผ่อนลมหายใจยาวเหยียด นางเพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองอยู่ใกล้ชิดกับบุรุษผู้นี้มากเพียงใด ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่เมื่อรู้ตัวว่าแผ่นหลังแนบชิดอยู่กับพระอุระกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อภายใต้ชุดขุนนางชั้นสูง "เจ้ายังกอดเสื้อข้าแน่นเสียยิ่งกว่าไข่มุกราตรี" สุ้มเสียงติดจะเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นเหนือศีรษะ ทำให้นางรีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก ก้าวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวอย่างเคอะเขิน ทว่าข้อมือยังคงถูกรั้งไว้เบาๆ ด้วยพระหัตถ์แกร่ง "พระองค์... ทรงแกล้งหม่อมฉันอีกแล้วนะเพคะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อเล็กน้อย พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเยือกเย็นดังเดิม ก่อนจะก้มลงหยิบกระดาษสาแผ่นบางที่ชุ่มโชกไปด้วยคราบน้ำตาและหมึกจีนสีดำสนิทขึ้นมาถือไว้ในมือ เรียวปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อกวาดสายตาอ่านตัวอักษรบนนั้นอีกครั้ง "หลักฐานชิ้นนี้... ชัดเจนเพียงพอที่จะเปิดโปงความโหดร้ายของหลี่ว์ซานในท้องพระโรงได้หรือยังเพคะ?" นัยน์ตากลมโตเงยขึ้นสบกับพระเนตรคมปลาบของฉู่จวินเซียว แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพความเจ็บปวด ความแค้นเคือง และความหวังที่ถูกหล่อหลอมรวมกันไว้อย่างลึกซึ้ง ฉู่จวินเซียวรับกระดาษสาแผ่นนั้นมาพินิจพิเคราะห์ด้วยพระพักตร์ที่นิ่งเรียบ ทว่าสันกรามกลับขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ลายมือในกระดาษแผ่นนี้คือกรรมสิทธิ์การครอบครองเหมืองแร่ลับทางเหนือ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมนองเลือดเมื่อสิบปีก่อน และเป็นหลักฐานชิ้นเดียวกับที่มารดาของลู่ว่านหนิงต้องแลกมาด้วยชีวิต "ยังไม่พอ..." พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงจริงจัง นัยน์ตาลุ่มลึกดั่งห้วงมหาสมุทร "กระดาษแผ่นนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น... ลู่ว่านหนิง สิ่งที่เจ้าถืออยู่ ไม่ใช่แค่หลักฐานเอาผิดคนคนเดียว แต่มันคือชนวนระเบิดที่จะเผาทำลายราชสำนักทั้งแผ่นดิน เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่า... พร้อมที่จะแบกรับภาระอันหนักอึ้งนี้ไปจนสุดทาง?" ลู่ว่านหนิงไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปากของสตรีผู้ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง นางก้าวเข้าไปประชิดพระองค์อีกก้าวหนึ่ง ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายความเด็ดเดี่ยวราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด "หม่อมฉันไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วเพคะ... หากต้องแลกด้วยลมหายใจ เพื่อล้างมลทินให้ท่านแม่และทวงความยุติธรรมคืนสู่ตระกูลลู่ ต่อให้ต้องเดินลงนรกหมื่นขุม หม่อมฉันก็ไม่หวั่นเกรง" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง ฉู่จวินเซียวยกมุมพระโอษฐ์ขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งระบายบนพระพักตร์ คล้ายความชื่นชม คล้ายความลุ่มหลง และคล้ายการยอมรับสตรีตรงหน้าเป็นคู่ชีวิตร่วมเดินหมากบนกระดานอำนาจนี้อย่างแท้จริง ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ—*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*—ตามด้วยเสียงรายงานจากองครักษ์เงาที่ยืนอยู่ด้านนอกหน้าต่าง "ทูลท่านอ๋อง... มีม้าเร็วจากชายแดนเหนือส่งสาส์นด่วนที่สุดพ่ะย่ะค่ะ... ตราประทับเลือด... แจ้งว่ากองทัพพิทักษ์แผ่นดินถูกซุ่มโจมตี และ... และตราประทับหยกประจำพระองค์ของฮ่องเต้... สูญหายแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" รอยยิ้มบนพระพักตร์ของฉู่จวินเซียวเลือนหายไปในพริบตา นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ส่วนลู่ว่านหนิงถึงกับหน้าถอดสี —ดอกโบตั๋นพันปี—
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยหมึก พลิกบัลลังก์หทัย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%