เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน•ตอนที่ 9

กับดักแห่งธาตุมายา

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
"ถ้าเลือกผิดแผ่นเดียว พวกเราได้กลายเป็นหินประดับผนังหอคอยไปจนจบภาคการศึกษานี้แน่ ฟินน์!" เสียงกระซิบที่เจือด้วยความตึงเครียดของเอเลียสลอดไรฟันออกมา ในขณะที่แผ่นศิลาตรงหน้าพวกเขาทั้งสองกำลังสั่นระริก ปลายเท้าของทั้งเอเลียสและฟินน์เหยียบอยู่บนบล็อกหินสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดกว้างเพียงศอกเดียว ซึ่งลอยเคว้งคว้างอยู่เหนือห้วงเหวไร้ก้นบึ้ง ภายในห้องโถงทดสอบโบราณชั้นใต้ดินของหอสมุดเวทมนตร์ เบื้องล่างนั้น หมอกสีม่วงเข้มกำลังหมุนวนส่งเสียงคำรามราวกับสัตว์ป่าหิวโหย มันคือกลไกของ "ธาตุมายา" ที่อาจารย์เซเลเน่เคยเตือนไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ทุกอย่างที่ตาเห็นล้วนเป็นภาพลวงตา แต่กฎฟิสิกส์และโครงสร้างมานาที่ซ่อนอยู่ภายในต่างหากคือความจริงแท้ "โธ่ เอเลียส นายก็รู้ว่าฉันถนัดทุบหินให้แตกเป็นเสี่ยงๆ มากกว่ามานั่งอ่านอักษรรูนโบราณพวกนี้นะ!" ฟินน์หัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนความกลัว เหงื่อเม็ดโตผุดพายขึ้นตามขมับจนเส้นผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงเปียกลู่ แม้ปากจะบ่นอุบอิบ แต่แผ่นหลังของเด็กหนุ่มผู้ใช้ธาตุดินกลับยืนหยัดมั่นคงราวกับเสาหิน คอยถ่ายทอดพลังมานาอุ่นๆ ผ่านข้อศอกที่ชนกันไว้ เพื่อช่วยพยุงสมดุลให้เอเลียสไม่ต้องเสียหลักตกลงไป เอเลียสไม่ตอบคำดึงดันของเพื่อนสนิท ดวงตาสสีครามของเขาเปล่งประกายเรืองรองขึ้นเล็กน้อย—นี่คือ "เนตรส่องแสง" พรสวรรค์เฉพาะตัวที่ทำให้เขาสามารถมองทะลุผ่านม่านมานาจอมปลอมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อหลอกประสาทสัมผัส ในสายตาคนทั่วไป ผนังตรงหน้ามีประตูทางออกอยู่สามบาน บานแรกเรืองแสงสีทองอร่าม บานที่สองเป็นสีฟ้าใส และบานที่สามเป็นสีแดงเพลิง แต่ภายใต้โครงสร้างเวทมนตร์ที่เอเลียสกำลังวิเคราะห์ด้วยเวทมนตร์ธาตุแสงระดับพื้นฐาน เขากลับพบความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่า ประตูสีทองอร่ามที่ดูน่าดึงดูดใจที่สุด แท้จริงแล้วเป็นค่ายกลดูดกลืนมานาขั้นสูง หากก้าวเข้าไป พลังชีวิตครึ่งหนึ่งจะถูกสูบหายไปในพริบตา ประตูสีแดงเพลิงคือภาพสะท้อนหลอนประสาทที่จะทำให้ผู้สัมผัสสูญเสียการควบคุมสติ ส่วนประตูสีฟ้าใส—บานที่ดูไร้ค่าและอับทึบที่สุด กลับมีร่องรอยการไหลเวียนของมานาบริสุทธิ์ที่เชื่อมต่อไปยังห้องโถงชั้นถัดไป ปัญหามันไม่ได้อยู่แค่การเลือกประตู... แต่อยู่ที่ *ทางเดิน* ที่พวกเขากำลังยืนอยู่ต่างหาก "ฟินน์ นายจำที่ตำราเวทมนตร์ประยุกต์บทที่เจ็ดสอนเรื่อง 'โครงสร้างรากฐานธาตุ' ได้ไหม?" เอเลียสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเริ่มสงบลงเมื่อสมาธิเข้าที่ การวิเคราะห์ระบบเวทมนตร์ทำให้เขาลืมความหวาดกลัวไปชั่วขณะ "เอ่อ... หนังสือตั้งหนาเตอะขนาดนั้น นายคิดว่าสมองฉันจุได้กี่หน้ากันล่ะ?" ฟินน์ทำหน้ายุ่ง แต่ก็ยอมขยับเท้าตามคำสั่งเมื่อเอเลียสส่งสัญญาณเตือนให้ระวัง "ช่างเถอะ ฟังกูรูอย่างฉันดีๆ" เอเลียสแอบยิ้มมุมปากเล็กน้อยเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ "แผ่นศิลาที่เรายืนอยู่ไม่ได้เชื่อมต่อกันด้วยกลไกฟิสิกส์ แต่มันถูกร้อยเรียงด้วย 'วงจรมานาธาตุดินผสานมายา' ถ้าเราก้าวพลาดไปช่องทางซ้าย น้ำหนักของเราจะไปกระตุ้นอักษรรูนกับดัก เพราะฉะนั้น... นายต้องใช้มานาธาตุดินสร้าง 'สะพานรากไม้ศิลา' ออกไปรับน้ำหนักเฉลี่ยสามสิบเปอร์เซ็นต์ทางฝั่งขวา ส่วนฉันจะใช้แสงสว่างหักเหแสงสะท้อนของภาพลวงตา เพื่อเปิดทางให้เราเห็นหินก้าวที่แท้จริง" นี่คือการประสานงานที่ต้องอาศัยความไว้วางใจระดับสูงสุด ความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีหมายถึงความตาย "เข้าใจแล้ว... นับสามนะ" ฟินน์เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังในทันที บรรยากาศรอบตัวของเด็กหนุ่มร่างหนาเปลี่ยนไป ไอมานาสีเหลืองนวลแผ่ออกมาจากฝ่ามือที่แนบลงกับพื้นหิน สัมผัสได้ถึงความหนักแน่นและมั่นคงที่แผ่นดินมอบให้ "หนึ่ง..." เอเลียสสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมแสงสว่างไว้ที่ปลายนิ้วชี้ "สอง..." ฟินน์รวบรวมพลังมานาธาตุดินทั้งหมดไปที่ปลายเท้า เตรียมดีดตัวพร้อมกับสร้างแผ่นศิลาสำรองขึ้นกลางอากาศ "สาม! ไป!" พริบตาที่เท้าทั้งสองข้างทะยานออกไป รากไม้เวทมนตร์สีน้ำตาลเข้มก็พุ่งทะยานออกจากพื้นดินประสานเข้ากับบล็อกหินกลางห้วงเหว เสียงครูดคราดของหินเสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหว หมอกสีม่วงพยายามพุ่งเข้ามารjมกลืนพวกเขาทั้งคู่ แต่ด้วยแสงสว่างวาบจากเนตรของเอเลียส ทำให้ม่านมายานั้นสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองคำขาวโปรยปรายลงราวกับหิมะ ร่างของทั้งสองพุ่งทะยานผ่านช่องแคบ และกระแทกเข้ากับพื้นหินของห้องโถงฝั่งตรงข้ามอย่างแรงจนกลิ้งไม่เป็นท่า "ฮ h... แฮ่ก รอดตายมาได้หวุดหวิด!" ฟินน์นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นหิน หายใจหอบถี่ ทว่าบนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ "นายเนี่ย... บางทีก็พึ่งพาได้มากกว่าที่คิดนะ เอเลียส" "ฉันก็พึ่งพาได้ทุกเวลานั่นแหละ แค่นายนายมักจะสร้างเรื่องให้ปวดหัวก่อนต่างหาก" เอเลียสยันตัวลุกขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจากการใช้มานาเกินขีดจำกัดไปเล็กน้อย แต่ความรู้สึกอิ่มเอมใจจากการไขปริศนาสำเร็จก็ทำให้ความเหนื่อยล้าจางหายไป เบื้องหน้าของพวกเขาเวลานี้ คือประตูไม้บานใหญ่สลักลวดลายรูปต้นไม้วิเศษโบราณ แสงสีฟ้าอ่อนลอดผ่านร่องประตูปรากฏเป็นสัญลักษณ์ตัวอักษรรูนที่คุ้นเคย—มันคือห้องเก็บตำราลับที่อาจารย์เซเลเน่เคยเอ่ยถึงในคาบเรียนภาคสนาม แต่ก่อนที่เอเลียสจะเอื้อมมือไปสัมผัสกับบานประตูเพื่อตรวจสอบโครงสร้างเวทมนตร์ป้องกันขั้นสุดท้าย... *กริ๊ง... กริ๊ง...* เสียงกระดิ่งเงินใสดังขึ้นกังวานสะท้อนไปทั่วห้องโถงที่ควรจะร้างผู้คน ทั้งที่ประตูทุกบานถูกลงกลอนเวทมนตร์แน่นหนา และไม่มีทางที่บุคคลภายนอกจะเล็ดลอดผ่านค่ายกลธาตุมายาเข้ามาได้ ฟินน์ดีดตัวลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ มือขวาคว้าด้ามจับค้อนหินพกพาที่ข้างเอว ดวงตาสีน้ำตาลกวาดมองไปรอบห้องอย่างระแวดระวัง "เอเลียส... เสียงนั่นมาจากไหน? หรือว่ากลไกมายายังไม่จบแค่นี้?" เอเลียสไม่ตอบ เขานิ่งงัน ไล่สายตาผ่านแสงสว่างตรวจสอบโครงสร้างเวทมนตร์ที่ปลายนิ้ว มานาในอากาศรอบตัวเปลี่ยนสีอย่างกะทันหัน จากสีฟ้าใสกลายเป็นสีครามเข้มข้นจนเกือบดำสนิท ราวกับมีใครบางคนกำลังบิดเบือนกฎเกณฑ์ทั้งหมดของห้องนี้ด้วยการสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว และที่น่ากลัวที่สุดคือ... โครงสร้างเวทมนตร์ของประตูบานนั้นไม่ได้ถูกปลดล็อกโดยพวกเขา แต่มันกำลัง *ถูกเปิดออก* จากด้านในต่างหาก! เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดหลังบานประตูที่ค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างเชื่องช้า รองเท้าบูทหนังสีดำสนิทเหยียบลงบนพื้นหินส่งเสียงก้องกังวานน่าขนลุก กลิ่นอายเวทมนตร์อันทรงพลังและเยือกเย็นแผ่ซ่านกดทับจนลมหายใจของเด็กหนุ่มทั้งสองติดขัด เส้นผมสีเงินยาวสลวยสะท้อนกับแสงเรืองรองของอักษรรูน และดวงตาสีอำพันคู่นั้น... ที่มองตรงมายังพวกเขาด้วยรอยยิ้มบางเบาที่อ่านไม่ออก "ทำได้ไม่เลวเลยนี่ เจ้าหนู... สอบผ่านบททดสอบของฉันมาได้เร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะ" เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทำเอาเอเลียสและฟินน์ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก! (ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเวทมนตร์บทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — เซเลสเทียละอองเวท)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%