เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน•ตอนที่ 22

บทเรียนจากความผิดพลาด

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอเย็นยะเยือกของหินโบราณคือสิ่งแรกที่ปลุกสติของเอเลียสให้ตื่นขึ้นจากความมืดมิด ปลายนิ้วที่สั่นเทาของเด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงพื้นศิลาที่เปียกชื้น หน้าจอสีฟ้าเรืองแสงของระบบเวทมนตร์ยังคงลอยเคว้งอยู่ตรงหน้า พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่กระพริบเตือนซ้ำๆ *[ระบบปลดล็อก: ตรวจพบเขตแดนต้องห้ามระดับ SSS — ภารกิจลับ 'ความจริงแห่งหอคอยสีคราม' เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ผู้เล่นไม่สามารถถอยกลับได้จนกว่าจะเสร็จสิ้นเงื่อนไข]* ทว่า ในวินาทีนี้ เอเลียสไม่ได้สนใจเสียงเตือนที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาจับจ้องไปยังร่างของเซเลเน่ที่ทรุดลงพิงกำแพงศิลา บรรณารักษ์สาวผู้เยือกเย็นและกุมความลับของหอคอยมาตลอด ตอนนี้ริมฝีปากบางเฉียบของเธอกลับมีรอยเปื้อนสีชาดของโลหิต ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววรู้ทันโลกปิดสนิท ลมหายใจแผ่วเบาราวกับเปลวเทียนที่ถูกสายลมพัดผ่านเพียงนิดก็พร้อมจะดับวูบ "เซเลเน่..." เสียงของเอเลียสแหบพร่า หัวใจของเขาบีบตัวแน่นจนเจ็บแปลบ ความรู้สึกผิดโถมซัดเข้ามาในอกราวกับคลื่นยักษ์ที่พร้อมจะกลืนกินตัวตนของเขาให้จมดิ่ง หากไม่ใช่เพราะความสะשלุ การตัดสินใจที่ผิดพลาด และความอ่อนหัดของเขาในการอ่านโครงสร้างเวทมนตร์ชั้นนอก เซเลเน่ก็คงไม่ต้องใช้พลังเวททั้งหมดของเธอเพื่อกางเขตแดนปกป้องเขาจากการโจมตีสวนกลับของกลไกโบราณเมื่อครู่ *เป็นเพราะฉัน... อีกแล้วสินะ* ความทรงจำย้อนกลับไปในวันที่ฟินน์ต้องบาดเจ็บจากการเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรเงา ภาพรอยแผลเป็นที่แขนของเพื่อนสนิทผุดขึ้นมาซ้ำเติมความไร้ประโยชน์ของตัวเอง เอเลียสเม้มปากแน่นจนห่อเลือด กำปั้นทั้งสองข้างทุบลงบนพื้นศิลาอย่างแรงด้วยความเคียดแค้นตัวเอง ความรู้สึกเกลียดชังความอ่อนแอของตนเองพุ่งสูงจนถึงขีดสุด "อย่าทำหน้าตาเหมือนโลกกำลังจะแตกสลับกับหมาหงอยแบบนั้นสิครับ... เอ๊ย ไม่ใช่ หมายถึง ทำหน้าแบบนั้นมันไม่ช่วยให้แผลของผมกับอาจารย์เขาหายหดหู้ขึ้นหรอกนะ" เสียงหอบหายใจปนเสียงบ่นงึมงำดังมาจากมุมมืด ฟินน์ยันกายลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเล มือข้างหนึ่งกุมซี่โครงที่มีรอยไหม้จากบาเรียเวท ส่วนมืออีกข้างใช้คทาดินยันพื้นไว้เป็นไม้เท้า แม้ใบหน้าของจอมกะล่อนประจำกลุ่มจะซีดเผือด แต่ดวงตาสองข้างกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่หาได้ยาก "ฟินน์ นาย..." เอเลียสเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทด้วยความรู้สึกผิดที่ล้นทะลัก "ไม่ต้องมาทำซาบซึ้งใส่ฉันหรอกน่าเอเลียส" ฟินน์เดินกะโผลกกะเผือกเข้ามาใกล้ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างร่างของเซเลเน่ เขากวาดสายตามองร่องรอยพลังงานสีครามที่ยังคงรั่วไหลรอบตัวอาจารย์สาว "พวกเราเลือกที่จะก้าวเข้ามาในหอคอยนี้ด้วยกันตั้งแต่วันแรก นายไม่ได้มาคนเดียว และการที่อาจารย์เขาปกป้องนาย... ก็ไม่ได้แปลว่านายมีสิทธิ์มานั่งโทษตัวเองตรงนี้" น้ำเสียงของฟินน์แม้จะติดตลกกลบเกลื่อนความเจ็บปวด แต่แววตานั้นจริงจังอย่างยิ่งยวด "จำคำพูดของอาจารย์ตอนที่เราเริ่มเรียนบทเรียนแรกได้ไหม? เวทมนตร์ไม่ได้มีไว้เพื่อแบกรับความผิดบาป แต่มันมีไว้เพื่อเชื่อมโยงผู้คน... ถ้ามัวแต่นั่งร้องไห้ฟูมฟายแล้วปล่อยให้อาจารย์นอนหมดสติอยู่แบบนี้ พวกเราก็เตรียมตัวตายคากล่องสมบัติโบราณนี่ได้เลยนะเว้ย" คำพูดของฟินน์เปรียบเสมือนน้ำเย็นที่สาดเข้าใส่หน้าของเอเลียส เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามกดความรู้สึกผิดและความหวาดกลัวลงไปในก้นบึ้งของจิตใจ เขาไม่ใช่เด็กน้อยคนเดิมที่เอาแต่ร้องไห้เมื่อเจอทางตันอีกต่อไปแล้ว เขามีสหายที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลก และมีอาจารย์ที่มอบกุญแจสำคัญแห่งความรู้ให้ เอเลียสค่อยๆ หลับตาลง ตั้งสติให้มั่นคง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเด็กหนุ่มก็เปลี่ยนเป็นประกายแสงสีทองสว่างวาบ ทักษะเฉพาะตัว *'เนตรแสงสว่างตรวจสอบโครงสร้าง'* ถูกขับเคลื่อนด้วยสมาธิขั้นสูงสุด โลกสีดำมืดรอบตัวพลันแปรเปลี่ยนเป็นเส้นใยเรืองแสงนับล้านเส้น โครงสร้างเวทมนตร์ของเขตแดนระดับ SSS ที่ซับซ้อนราวกับใยแมงมุม ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างชัดเจนทุกอณู "โครงสร้างเวทมนตร์หลักไม่ได้ถูกปิดตาย..." เอเลียสพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงเริ่มกลับมามั่นคงและจริงจัง "มันใช้พลังงานจากแกนกลางหอคอย... และจุดเชื่อมต่อที่อาจารย์ใช้รับการโจมตีเมื่อกี้ คือจุดอ่อนเดียวที่ยอมให้พลังงานไหลย้อนกลับ" ฟินน์มองเพื่อนรักที่กำลังวิเคราะห์โครงสร้างเวทด้วยสีหน้าทึ่ง แม้ในสถานการณ์วิกฤต เอเลียสก็ยังคงแสดงศักยภาพที่เหนือกว่าเวทมนตร์ทั่วไปออกมาได้เสมอ "แล้วนายจะทำยังไงต่อล่ะท่านหัวหน้าห้อง? อาจารย์เซเลเน่ใกล้จะ..." "ฉันจะใช้แสงสว่างแทรกซึมเข้าไปในแกนกลางเพื่อรีเซ็ตวงจรเวท" เอเลียสกล่าวตัดบท แววตาฉายความเด็ดเดี่ยว "แต่มันต้องใช้พลังเวทมหาศาล และมีความเสี่ยงที่จิตของฉันอาจจะถูกกระชากกลับจนเสียหาย... ฟินน์ ฉันฝากดูแลร่างของอาจารย์ด้วยนะ" "เฮ้ๆ จะบ้าเหรอ! ถ้าเกิดนายเป็นอะไรไปอีกคน ฉันจะแบกศพพวกนายสองคนขึ้นไปส่งโรงเรียนยังไงไหววะเนี่ย!" ฟินน์โวยวายเสียงหลง แต่ก็ยอมขยับเข้ามาใกล้ร่างของเซเลเน่เพื่อเตรียมใช้เวทมนตร์ธาตุดินสร้างบาเรียป้องกันเศษซากศิลาที่เริ่มร่วงหล่นจากเพดานหอคอย "เชื่อใจฉันสิ" เอเลียสส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อนสนิท เป็นรอยยิ้มที่ปรา ความลังเลใจใดๆ ทั้งสิ้น เด็กหนุ่มสูดหายใจเฮือกใหญ่ ประสานมือทั้งสองข้างเข้าหากัน แสงสีทองเจิดจ้าพรั่งพรูออกมาจากฝ่ามือราวกับดวงอาทิตย์ขนาดย่อม เขากดฝ่ามือลงกับพื้นศิลาที่เชื่อมต่อกับโครงสร้างเวทมนตร์ระดับ SSS ทันที พลังเวทพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางหอคอยอย่างดุดัน เสียงคำรามต่ำๆ ของกลไกโบราณดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ ทว่า ทันทีที่แสงสีทองของเอเลียสสัมผัสกับแกนกลาง ความผิดปกติบางอย่างก็เกิดขึ้น... หน้าจอระบบสีฟ้าที่เคยแจ้งเตือนภารกิจลุกโชนด้วยแสงสีแดงฉานอีกครั้ง ข้อความใหม่ไม่ได้ปรากฏตัวอักษรเตือนภัยแบบเดิม แต่กลับเปลี่ยนเป็นเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นโดยตรงในโสตประสาทของเอเลียส ราวกับมีตัวตนที่สามกำลังยืนอยู่ข้างหลังเขาในความมืดมิด *[ตรวจพบผู้บุกรุกนอกเหนือจากระบบ — เงื่อนไขลับ 'ผู้สืบทอดที่แท้จริง' ถูกกระตุ้นโดยไม่คาดคิด]* เอเลียสชะงักกึก เหงื่อกาฬไหลซึม1เม็ดใหญ่ข้างขมับ เมื่อโครงสร้างแสงสีทองที่เขากำลังควบคุมอยู่ กลับถูกย้อมด้วยละอองเวทสีครามเข้มข้นจนกลายเป็นสีดำสนิท และก่อนที่เขาจะทันได้ถอนมือออก แรงดึงดูดมหาศาลก็กระชากจิตสำนึกของเขาให้ร่วงหล่นลงสู่หลุมดำเบื้องล่าง "เอเลียสระวังข้างหลัง!" เสียงตะโกนของฟินน์ดังแว่วมาไกลลิบราวกับมาจากอีกโลกหนึ่ง ในความมืดมิดที่ไร้ซึ่งกาลเวลา ดวงตาสสีทองของเอเลียสเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นที่คุ้นหูอย่างประหลาด—เสียงที่ควรจะอยู่ในบันทึกประวัติศาสตร์เมื่อร้อยปีก่อน... และเสียงนั้นกำลังเอ่ยชื่อของเขาด้วยความเสน่หา *“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ผู้สืบทอดแห่งแสงสว่างของฉัน”* --- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเอเลียสและผองเพื่อนนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทเรียนที่ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%