เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน•ตอนที่ 23

คำปลอบโยนในคืนฝนตก

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
กลิ่นอายของกระดาษโบราณผสมผสานกับความอับชื้นของหยาดฝนที่สาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างห้องสมุดเวทมนตร์ใต้บันไดวน ลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่เงียบสงัด เสียงคำรามต่ำของสายฟ้าในยามวิกาลสะท้อนก้องผ่านผนังศิลาแกร่ง ด้านนอกนั้นพายุฝนกำลังโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงราวกับต้องการชะล้างความโสมมทั้งหมดของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ให้หมดสิ้นไป แต่ภายในอาณาเขตเล็กๆ แห่งนี้ กลับมีเพียงแสงสีนวลจากตะเกียงเวทมนตร์ธาตุแสงดวงน้อยที่ส่องประกายขับไล่ความมืดมิด "โครงสร้างเวทของคาถาป้องกันบทนี้มีข้อบกพร่องตรงจุดเชื่อมประสานระหว่างวงแหวนมานาชั้นที่สามกับแกนกลางค่ะ เอเลียส... ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้พลังธาตุแสงอัดฉีดเข้าไปตรงๆ แบบนั้นต่อให้มีพรสวรรค์มากแค่ไหน วงจรเวทในร่างกายของคุณก็จะแหลกสลายก่อนที่ศัตรูจะทันได้เข้าใกล้เสียอีก" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยลึกซึ้งของเซเลเน่ดังขึ้น ท่ามกลางกองตำราเวทมนตร์โบราณที่วางระเกะระกะบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ อาจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอสมุดขยับแว่นกรอบเงินเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นจดจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยแว่นแฝงความเหนื่อยอ่อน เอเลียสสะดุ้งเล็กน้อย เขาละมือจากแผ่นศิลาจำลองโครงสร้างเวทมนตร์ที่กำลังเรืองแสงสีฟ้าจางๆ เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายขึ้นตามไรผมของเด็กหนุ่ม ความเหนื่อยล้าจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงติดต่อกันหลายชั่วโมงเริ่มกัดกินเรี่ยวแรงของเขาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ร่างกายของเอเลียสสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นจากภายนอก แต่เป็นเพราะภาวะมานาตีกลับที่เริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยผ่านความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง "ผม... ผมแค่อยากจะทำให้ได้เร็วกว่านี้ครับ... เอ๊ย! คะ... ค่ะอาจารย์" เอเลียสรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามแสดงความคุ้นเคยแบบเดิมออกมา ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความประหม่า ดวงตาสีนิลหลุบต่ำลงมองพื้นอย่างคนสูญเสียความมั่นใจ "ผมไม่อยากเป็นตัวถ่วงของใครอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฟินน์ที่ต้องคอยแบกรับแนวหน้า หรือ... หรืออาจารย์ที่ต้องมาคอยตามเช็ดตามล้างปัญหาที่ผมก่อขึ้นจากความสะเพร่าของตัวเอง" ฟินน์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่มุมห้อง กำลังแทะลูกอมสมุนไพรเวทมนตร์เล่นแก้เบื่อ ถึงกับสำลักเบาๆ เจ้าหนูจอมกะล่อนแห่งธาตุดินรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวันทันที "เฮ้ๆ อย่ามาเหมาเข่งรวมฉันเข้าไปด้วยนะเพื่อนรัก นายไม่ได้เป็นตัวถ่วงสักหน่อย แค่บางครั้งสมองนายมันคิดมากเกินกว่าวงแหวนเวทจะรับไหวก็เท่านั้นเอง" ฟินน์ยิ้มแห้งๆ พลางดีดเศษดินเวทมนตร์ในมือเล่นเพื่อลดบรรยากาศตึงเครียด "อีกอย่าง... ฝนตกหนักขนาดนี้ ทางเชื่อมตึกเวทมนตร์ก็น่าจะพังถล่มไปครึ่งแถบแล้วมั้ง คืนนี้พวกเราคงต้องติดแหงกอยู่ที่นี่กันยาวๆ แน่เลยว่าไหมครับอาจารย์เซเลเน่?" เซเลเน่ไม่ได้ตอบคำถามของฟินน์ สายตาของเธอละจากตำราตรงหน้าแล้วทอดมองไปยังเด็กหนุ่มผู้กำลังนั่งก้มหน้าอยู่ ภายในใจของบรรยากาศสาวผู้เย็นชาต่อโลกภายนอก กลับรู้สึกไหววูบอย่างประหลาด ยามที่ได้เห็นแผ่นหลังที่แบกรับความคาดหวังอันหนักอึ้งของเอเลียส เด็กหนุ่มคนนี้ก้าวเข้ามาในโลกเวทมนตร์ด้วยความกลัวและความลังเล แต่ผ่านการต่อสู้และความเป็นความตายมาด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง เขากลับเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว—เติบโตจนน่าใจหาย และเปราะบางจนน่าเป็นห่วงในเวลาเดียวกัน "ฟินน์... เธอออกไปตรวจสอบแนวป้องกันเวทมนตร์รอบหอสมุดด้านนอกเสียหน่อยสิ ฉันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างของกระแสมานาธาตุดินที่ไหลมาจากชั้นใต้ดิน" เซเลเน่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ฟินน์ชะงักไปนิด ชายหนุ่มผู้มากเล่ห์เพทุบายกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะส่งยิ้มรู้ทันแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "อ๋อ... เข้าใจแล้วครับ พอดีผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมกวาดเศษดินเวทมนตร์ตรงระเบียงพอดีเลย เชิญอาจารย์ 'สอนพิเศษ' ลูกศิษย์คนโปรดต่อตามสบายเลยนะครับ" พูดจบ เจ้าตัวก็รีบคว้าเสื้อคลุมแล้วเดินหายลับไปหลังชั้นหนังสือโบราณอย่างรู้ความ ทิ้งให้ภายในห้องสมุดเหลือเพียงเสียงฝนที่สาดซัดและคนทั้งสองท่ามกลางแสงไฟสีนวล ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เอเลียสยังคงนั่งนิ่งไม่กล้าสบตา ดวงตาคู่คมจดจ้องหยดน้ำที่ไหลรินตามกระจกใส ความรู้สึกอึดอัดและน้อยเนื้อต่ำใจในความสามารถของตัวเองกำลังกัดกินหัวใจ แต่แล้วสัมผัสอันแผ่วเบาและอบอุ่นก็ทาบทับลงบนหลังมือที่กำลังสั่นเทาของเขา เอเลียสสะดุ้งเงยหน้าขึ้นทันที ภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาสีนิลคือใบหน้าของเซเลเน่ที่โน้มตัวลงมาใกล้กว่าครั้งไหนๆ อาจารย์สาวไม่ได้สวมถุงมือเวทมนตร์ในตอนนี้ ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอกุมมือของเขาไว้แน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นที่ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บจากอาการมานาตีกลับได้อย่างน่าอัศจรรย์ "อย่าดูถูกหยาดเหงื่อและความพยายามของตัวเองเอเลียส" เซเลเน่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เด็กหนุ่มเคยได้ยินมา แววตาที่มักจะเย็นชาและเต็มไปด้วยปริศนาในยามปกติ บัดนี้กลับฉายแววความห่วงใยและจริงใจอย่างไร้ที่ติ "พรสวรรค์ในการใช้แสงสว่างตรวจสอบโครงสร้างเวทมนตร์ที่คนอื่นมองข้าม... นั่นไม่ใช่สิ่งที่ใครก็มีกัน มันคือพรสวรรค์ที่พระเจ้ามอบให้เพื่อชดเชยกับความเปราะบางในจิตใจของคุณ และฉัน... เป็นคนเลือกที่จะมองเห็นคุณค่าในตัวคุณเอง ตั้งแต่วันแรกที่คุณก้าวเข้ามาในหอสมุดแห่งนี้แล้ว" หัวใจของเอเลียสกระตุกวูบ จังหวะการเต้นของชีพจรดังโครมครามจนกลบเสียงพายุฝนภายนอก กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไวโอเล็ตป่าลอยละล่องมาจากเรือนผมสีเงินสลวยที่ระอยู่1ข้างแก้มของอาจารย์สาว ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินขอบเขตของ 'ศิษย์กับ1อาจารย์' ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่เคยถูกขีดเส้นกั้นไว้ด้วยสถานะและความลับของโลกเวทมนตร์ บัดนี้กลับถูกหลอมละลายลงด้วยความอบอุ่นในค่ำคืนอันเหน็บหนาว เอเลียสรู้สึกราวกับว่าตัวตนของเขาได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง ไม่ใช่ในฐานะผู้ใช้เวทมนตร์ฝึกหัด หรือผู้กอบกู้ตามคำทำนาย แต่เป็น 'เอเลียส'—คนสำคัญของหญิงสาวตรงหน้า "อาจารย์..." เอเลียสพึมพำแผ่วเบา ดวงตาสีนิลสะท้อนภาพใบหน้าหวานที่อยู่ห่างเพียงคืบท่ามกลางแสงตะเกียง เซเลเน่ไม่ได้ถอยหนี เธอกลับเป็นฝ่ายขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มืออีกข้างยกขึ้นสัมผัสแก้มเนียนของเด็กหนุ่มอย่างทะนุถนอม ราวกับต้องการลบเลือนความเหนื่อยล้าทั้งหมดออกไปจากโลกใบนี้ "จากนี้ไป... เธอจะไม่ต้องต่อสู้เพียงลำพังอีกแล้วนะคะ เอเลียส เพราะตำแหน่งของคนสำคัญ... ฉันได้มอบให้เธอไปตั้งแต่ตอนที่เธอยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องหอสมุดแห่งนี้แล้ว" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงฝนภายนอกพรำแผ่วลงเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัว เอเลียสกำลังจะโน้มใบหน้าเข้าไปหาความอบอุ่นนั้นด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้น ทว่า... *ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนระบบเวทมนตร์โบราณดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นในอากาศอย่างไร้ที่มา พร้อมกับแสงสีแดงฉานที่สาดส่องทะลุผ่านผนังศิลาของห้องสมุดจนกลบแสงสีนวลของตะเกียงจนมิด [แจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS: ตรวจพบการปลุกพลังของ 'ผนึกมารแห่งบรรพกาล' ใต้ฐานรากหอสมุดเวทมนตร์! สัญญาณชีพจรมานาของเป้าหมายไม่รู้จัก พิกัด: ชั้นใต้ดินต้องห้าม ระดับอันตราย: สูงสุด!] [คำเตือน: มานาธาตุแสงของตัวเอก (เอเลียส) เป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประตูผนึก การปฏิเสธคำสั่งจะนำไปสู่การล่มสลายของสถาบันเวทมนตร์ในอีก 3 นาทีข้างหน้า!] เซเลเน่ชะงักกึก สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดในเสี้ยววินาที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเมื่อตระหนักว่าภัยพิบัติที่แท้จริงไม่ได้มาจากพายุฝนภายนอก แต่กำลังคืบคลานขึ้นมาจากเบื้องล่างใต้ฝ่าเท้าของพวกเขา "นี่มัน... เป็นไปไม่ได้!" เซเลเน่พึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความลับของเวทมนตร์สีครามด้วยกันนะคะ! ✨
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%