"นี่มัน... เป็นไปไม่ได้!"
เซเลเน่พึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตาสสีรัตติกาลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาที่หาได้ยากยิ่งจากอาจารย์สาวผู้มักจะสงบนิ่งดั่งผืนน้ำในหุบเขาไร้ลม ปลายเรียวนิ้วของเธอกำตลับโลหะโบราณที่เพิ่งดึงออกมาจากซอกผนังใต้บันไดวนแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แสงสีครามจางๆ ที่เคยเปล่งประกายระยิบระยับบัดนี้กลับบิดเบี้ยวเป็นริ้วรอยสีดำคล้ายรอยร้าวบนกระจกเงา
เอเลียสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เด็กหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยสัญชาตญาณ ประสบการณ์ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาสอนให้เขารู้ว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่อักขระเวทสีครามแสดงอาการ ‘วิปริต’ เช่นนี้ นั่นหมายถึงความปลอดภัยของหอสมุดเวทมนตร์แห่งนี้กำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขายกมือขึ้นระดับอก ฝ่ามือข้างขวาแผ่รังสีแสงสว่างสีทองนวลตาออกมาเบาๆ เพื่อใช้เป็น ‘แว่นขยาย’ ตรวจสอบโครงสร้างพลังงานที่ซ้อนทับอยู่เบื้องหน้า
โครงข่ายเวทมนตร์ที่เคยเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบตามกฎของสถาบันเวทมนตร์ บัดนี้กลับถูกรบกวนด้วยคลื่นความถี่แปลกประหลาด มันไม่ใช่เวทมนตร์โจมตีโดยตรง แต่เป็น ‘รหัสเจาะระบบ’ (Aetheric Bypass) ที่ถูกถักทอขึ้นอย่างประณีตด้วยฝีมือของใครบางคนที่มีความรู้ความเข้าใจในระบบป้องกันของหอสมุดไม่แพ้เซเลเน่เลยทีเดียว
"อาจารย์เซเลเน่ครับ... เอ้ย! ดิฉันหมายถึง อาจารย์คะ" เอเลียสเกือบหลุดปากเรียกสรรพนามเดิมตามความคุ้นเคยก่อนจะรีบแก้คำอย่างลนลานเมื่อเห็นหางตาคมกริบของอีกฝ่ายตวัดกลับมามอง "โครงสร้างนี้ไม่ได้ถูกทำลายจากภายนอกค่ะ แต่มันกำลังถูก ‘เปิดทาง’ จากข้างใน... มีหนอนบ่อนไส้อยู่ในหอคอยนี้"
ฟินน์ที่ยืนระวังหลังอยู่ตรงโค้งบันไดหินแกรนิตรีบหันขวับมา สีหน้าทะเล้นมักปรากฏบนใบหน้าของจอมกะล่อนประจำกลุ่มหายวับไป เหลือเพียงแววตาคมกราบที่กวาดมองไปตามความมืดสลัวของทางเดินยาวเหยียด มือหนาของเขาแตะลงบนพื้นผิวบันได ธาตุดินภายในร่างกายถูกขับเคลื่อนเพื่อจับแรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าของสิ่งมีชีวิตในรัศมีร้อยเมตร
"ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีการเคลื่อนไหวของมานาในระดับที่มนุษย์ทั่วไปจะสัมผัสได้" ฟินน์กระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด "แต่ข้ารู้สึกได้ถึง... แรงกดดันประหลาด เหมือนมีตัวตนอะไรบางอย่างกำลังยืนจ้องเราอยู่หลังม่านมานานแล้ว แต่พวกเราเพิ่งจะรู้ตัว"
บรรยากาศในห้องใต้บันไดวนอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว จนลมหายใจของทั้งสามคนกลายเป็นไอสีขาวจางๆ
เซเลเน่สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ คืนความเยือกเย็นให้กับน้ำเสียงของตนเอง แม้ว่าแววตาจะยังฉายความกังวลอย่างปิดไม่มิดก็ตาม เธอเก็บตลับโลหะลงในสาบเสื้ออย่างระมัดระวัง ก่อนจะหันมาสบตากับเอเลียสและฟินน์สลับกัน
"เด็กๆ เตรียมตัวให้พร้อม โครงสร้างเวทมนตร์ที่ถูกแก้ไปเมื่อครู่ไม่ใช่การบุกรุกเพื่อทำลายล้าง... แต่เป็นการ ‘ปลดผนึก’ สิ่งที่ถูกกักขังไว้ตั้งแต่ยุคสงครามเวทมนตร์ครั้งแรก" เซเลเน่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด มือเรียวยกขึ้นวาดวงเวทสีฟ้าครามกลางอากาศเพื่อสร้างเกราะคุ้มกันชั้นที่สาม "และคนที่ทำเรื่องนี้... กำลังรอให้เราเดินเข้าไปติดกับ"
ทันทีที่สิ้นเสียงของอาจารย์สาว ผนังหินแกรนิตด้านซ้ายมือก็เริ่มสั่นสะเทือน เสียงขูดขีดแหลมสูงเสียดหูราวกับกรงเล็บเหล็กกำลังกรีดกรายลงบนแผ่นกระจกดังขึ้นเป็นจังหวะ จากนั้น ผนังทึบตันที่ควรจะเป็นศิลาแกร่งก็ค่อยๆ โปร่งแสงและบิดเบี้ยวคล้ายคลื่นน้ำในลำธารยามต้องลม
รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศ กลิ่นอายของความตายและมานาโบราณที่เน่าเฟะโชยออกมาเตะจมูกจนเอเลียสต้องยกแขนขึ้นปิดจมูก
จากรอยแยกนั้น เงาสร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาอย่างเชื่องช้า ร่างนั้นสวมชุดคลุมยาวสีเทาเข้มจนกลืนไปกับความมืด ฮู้ดคลุมศีรษะปิดบังใบหน้าส่วนบนเอาไว้ทั้งหมด เหลือเพียงรอยยิ้มเหยียดหยันที่มุมปากเรียวบางซีดเซียว และดวงตาสีแดงฉานที่เปล่งประกายเรืองรองราวกับอัญมณีต้องสาปในความมืด
"ไม่พบกันนานเลยนะ... บรรณารักษ์ผู้พิทักษ์กฎ"
เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ร่างปริศนาไม่ได้แสดงท่าทีเร่งรีบแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองเอเลียสและฟินน์ด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา ราวกับพวกเขากำลังมองดูมดปลวกที่กำลังดิ้นรนบนฝ่ามือ
เอเลียสกัดฟันแน่น ความรู้สึกหวาดกลัวที่เคยเกาะกินจิตใจในอดีตพยายามตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่เมื่อเขาเหลือบไปเห็นแผ่นหลังของเซเลเน่ที่ยืนบังพวกเขาไว้ พร้อมกับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของพลังเวทธาตุแสงที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด ความกล้าหาญก็ถูกจุดประกายขึ้นในอก มือขวาที่เรืองแสงสีทองสว่างวาบขึ้นกว่าเดิมเพื่อขับไล่ความมืดรอบตัว
"แกเป็นใคร? และต้องการอะไรจากหอสมุดแห่งนี้!" เอเลียสตะโกนถาม เสียงของเขาแม้จะยังมีอาการสั่นเล็กน้อยแต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
บุคคลปริศนาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นเย็นเยียบจนชวนขนหัวลุก เขายกมือเรียวขาวซีดขึ้น ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่อากาศว่างเปล่า ทันใดนั้น อักขระเวทสีครามที่เซเลเน่เพิ่งร่ายป้องกันไว้ก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา ราวกับแก้วบางๆ ที่ถูกค้อนทุบ
"ข้าเหรอ...?" บุคคลนั้นเอียงคอเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะดึงฮู้ดคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นใบหน้าสะสวยที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นรูปอักขระเวทสีดำลากยาวจากขมับลงมาถึงคอ—ใบหน้าที่ทำให้เซเลเน่ถึงกับผงถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
"เป็นไปไม่ได้... เธอควรจะตายในเหตุการณ์เพลิงไหม้หอคอยวิจัยเมื่อสิบปีก่อนแล้วนี่!" เซเลเนทานชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงขาดห้วง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
บุคคลปริศนากระตุกยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองตรงมาที่เอเลียสพร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเด็กหนุ่มเย็นเฉียบ
"สวัสดี... น้องชายตัวน้อยของฉัน ยินดีที่ได้ต้อนรับกลับบ้านนะ"
________________________________________
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเอเลียสและผองเพื่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! - เซเลสเทียละอองเวท
เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน•ตอนที่ 24
การเคลื่อนไหวของศัตรูในเงา
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!