"ถ้านายยังหมุนแหวนวงนั้นวนซ้ำรอบที่สิบแปด พื้นไม้ใต้ห้องสมุดเก่าตรงนี้คงได้สึกจนทะลุลงไปถึงชั้นใต้ดินจริงๆ แน่ค่ะ ฟินน์"
น้ำเสียงเนิบนาบแต่แฝงความหยอกเย้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดโบราณ เอเลียสสะดุ้งเล็กน้อย นิ้วเรียวที่กำลังป้วนเปี้ยนอยู่กับแหวนเงินประจำตระกูลหยุดชะงักทันที เขาหันไปมองสหายสนิทที่กำลังใช้ไม้เท้าเคาะพื้นหินขัดเงาอย่างไม่รู้เบื่อ รอบตัวพวกเขามีเพียงกลิ่นอายของกระดาษเก่า ฝุ่นละอองที่ลอยล่องในลำแสงสีนวล และเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างตึงเครียด
หลังจากเหตุการณ์ประหลาดในหอคอยทิศเหนือเมื่อคืนก่อน ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับโครงสร้างเวทมนตร์ของโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้ก็เริ่มปริปากกระซิบออกมาทีละน้อย และเบาะแสชิ้นเดียวที่พวกเขามี หลงเหลืออยู่เพียงบันทึกหน้าสุดท้ายที่เปียกชื้นด้วยหมึกสีครามของอาจารย์เซเน่
"ฉันไม่ได้กังวลเรื่องพื้นไม้จะสึกหรอหรอกนะเซเลสเทีย... แต่ฉันกำลังคิดว่า ถ้าเราไขปริศนารหัสเวทนี้ผิดพลาดขึ้นมา อาจารย์เซเน่จะแปลงร่างเราให้กลายเป็นกบสีเขียวขี้ม้า หรือแค่ส่งเราไปทำความสะอาดเตาหลอมเวทธาตุไฟตลอดเทอมกันแน่" ฟินน์ยิ้มแห้งๆ พลางส่งเสียงหัวเราะกลบเกลื่อนความตระหนกในแววตา
เอเลียสไม่ได้ตอบอะไร เขาก้มลงมองแผ่นกระดาษในมือ สมาธิทั้งหมดถูกดึงกลับเข้าสู่โลกภายใน โลกที่ดวงตาของเขาสามารถมองเห็นเส้นใยแสงสีครามจางๆ ที่ร้อยเรียงโครงสร้างสถาปัตยกรรมของอาคารหลังนี้เอาไว้ นั่นคือพรสวรรค์เฉพาะตัวที่ทำให้เขาแตกต่างจากนักเรียนคนอื่น การใช้เวทมนตร์ธาตุแสงตรวจสอบโครงสร้างเวทมนตร์ ทำให้เขาเห็นสิ่งที่ซ่อนเร้นหลังม่านตาของคนทั่วไป
"ไม่ใช่ตรงนั้นหรอกค่ะฟินน์..." เอเลียสพึมพำ ดวงตาเป็นประกายเรืองรองด้วยแสงสีทองละมุนละไมจางๆ "โครงสร้างเวทมนตร์ตรงเสาหินต้นนั้นถูกผูกไว้ด้วยอักขระป้องกันภัยระดับกลางก็จริง แต่มันเป็นแค่ภาพลวงตาที่สร้างไว้ตบตาคนนอก จุดเชื่อมต่อที่แท้จริงของกลไกไม่ได้อยู่บนผนัง... แต่มันฝังอยู่ใต้พื้นกระดานไม้โอ๊คโบราณแผ่นนี้ต่างหาก"
เด็กหนุ่มทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น ใช้ปลายนิ้วสัมผัสผิวไม้ที่เย็นเฉียบ ทันทีที่ละอองแสงสีทองจากปลายนิ้วซึมซาบลงไป พื้นกระดานไม้ที่ดูเหมือนจะแข็งแรงและถูกตอกยึดอย่างแน่นหนากลับสั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับมันกำลังตอบสนองต่อเสียงเรียกของกุญแจที่ถูกต้อง
ครืดดด—!
เสียงไม้เสียดสีกับหินดังสนั่นก้องกังวานในความเงียบ กลิ่นอายอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรโบราณและละอองเวทมนตร์ที่ถูกกักเก็บมานานนับร้อยปีโชยปะทะใบ
ทันใดนั้น พื้นกระดานแผ่นใหญ่ก็เคลื่อนตัวแยกออก เผยให้เห็นปากอุโมงค์มืดมิดที่ทอดยาวดิ่งลงสู่เบื้องล่าง บันไดวนหินเก่าคร่ำคร่าปรากฏแก่สายตา พร้อมกับกระแสลมเย็นเยียบที่พัดสวนขึ้นมา ราวกับมันกำลังเชื้อเชิญให้พวกเขาเดินก้าวล่วงเข้าไปในดินแดนที่ถูกลืมเลือน
"ให้ตายเถอะ... นี่มันไม่ใช่ทางเดินตรวจความเรียบร้อยของภารโรงแน่ๆ" ฟินน์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือขวาเผลอจับด้ามไม้เท้าดินของตนแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ "นายแน่ใจนะเอเลียสว่าเราควรลงไป? ฉันว่ากลิ่นอายข้างล่างนั่นมันชักจะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่แล้วนะ"
เอเลียสไม่ตอบทันที เขายืนขึ้นช้าๆ ปัดเศษฝุ่นตามเสื้อคลุมนักเรียนให้เรียบร้อย แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นไม่แพ้เพื่อนสนิท แต่ประกายตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะค้นหาความจริง อาจารย์เซเน่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากคืนนั้น และกุญแจดอกเดียวที่จะไขปริศนาทั้งหมดอาจจะซ่อนอยู่ ณ ปลายทางของบันไดวนสายนี้
"ถ้าเราไม่ลงไปตอนนี้ บางทีเราอาจจะไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่า... โรงเรียนที่เราอยู่กำลังปกปิดความลับอะไรไว้กันแน่ค่ะ"
เอเลียสสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมพลังเวทมนตร์ธาตุแสงให้ส่องสว่างขึ้นที่ฝ่ามือเพื่อเป็นคบเพลิงนำทาง ก่อนจะก้าวเท้าเหยียบลงบนขั้นบันไดหินขั้นแรก ฟินน์กัดฟันกรอดด้วยความจำยอมก่อนจะรีบก้าวตามลงมาติดๆ แผ่นหลังของทั้งคู่ถูกกลืนหายไปในความมืดมิดเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงกระดานไม้ที่เลื่อนปิดสนิทลงเบื้องหลัง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
บรรยากาศใต้ดินช่างเงียบสงัดและกดดัน ผนังหินชื้นแฉะมีตะไครืองามเรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ เติบโตอยู่ประปราย ช่วยให้พอมองเห็นเค้าโครงทางเดินเบื้องหน้า ทั้งสองเดินลึกเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งทางเดินแคบๆ เริ่มขยายกว้างขึ้น กลายเป็นโถงขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยเสาหินแกะสลักรูปอสูรกายโบราณ และตรงใจกลางโถงนั้นเอง มีแท่นหินอักษรเวทมนตร์ตั้งตระหง่านอยู่ พร้อมกับแสงสีครามแปลกประหลาดที่กำลังเต้นระบำราวกับมีชีวิต
"ระวังตัวด้วยค่ะ!" เอเลียสเอ่ยเตือนเสียงเบา เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างในโครงสร้างเวทมนตร์รอบตัว
ทว่า ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ขยับตัวเข้าใกล้แท่นหิน เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานใสก็ดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงมืดมิดนั้น...
"เก่งมากค่ะเด็กๆ ไม่นึกเลยว่าพวกเธอจะตามรอยบันทึกของฉันมาจนถึงห้องวิจัยใต้ดินนี้ได้เร็วขนาดนี้..."
ร่างระหงของอาจารย์เซเน่ก้าวออกมาจากเงาเสาหิน ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชาประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา ดวงตาคู่สวยพินิจมองเด็กหนุ่มทั้งสองด้วยแววตาล้ำลึก แต่สิ่งที่ทำให้เอเลียสหัวใจแทบหยุดเต้น คือร่องรอยของพลังเวทมนตร์สีครามเข้มข้นที่กำลังแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอนั้น... ไม่ใช่พลังของมนุษย์ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว
[ระบบปลดล็อก: ตรวจพบเขตแดนต้องห้ามระดับ SSS — ภารกิจลับ 'ความจริงแห่งหอคอยสีคราม' เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ผู้เล่นไม่สามารถถอยกลับได้จนกว่าจะเสร็จสิ้นเงื่อนไข]
ขอบพระคุณสำหรับการติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครทุกท่านนะคะ — เซเลสเทียละอองเวท
เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน•ตอนที่ 21
รหัสลับใต้พื้นกระดาน
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!