เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน•ตอนที่ 20

การร่วมมือที่ไม่มีใครคาดคิด

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
"ถอยหลังไปสามก้าว! โครงสร้างเวทมนตร์ตรงเสาศิลาค้ำยันกำลังจะปริแตกเพราะแรงดันมานาส่วนเกินค่ะ!" เสียงหวานใสแต่เฉียบคมของอาจารย์เซเลเน่ดังแทรกเสียงคำรามกึกก้องของห้องโถงใต้ดิน บรรณารักษ์สาวผู้มักจะสงบนิ่งเสมอในยามปกติ ขณะนี้เรือนผมสีเงินยวงลู่ไปตามกระแสลมเวทมนตร์ที่ปั่นป่วน มือเรียวบางตวัดไม้กายสิทธิ์วาดอักขระป้องกันธาตุแสงชั้นสูงกลางอากาศ เพื่อตรึงเศษหินนับร้อยที่กำลังร่วงหล่นลงมาไม่ให้ฝังร่างของพวกเราทั้งสามคน เอเลียสกัดฟันแน่น ฝ่ามือชุ่มเหงื่อจนลื่นขณะประคองแก่นมานาของตนเองให้อยู่ในระดับเสถียร นัยน์ตาคู่คมสะท้อนแสงสีครามเรืองรอง เขากำลังใช้เนตรเวทมนตร์กวาดมองโครงสร้างรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อนราวกับใยแมงมุมใต้พื้นดิน มันไม่ใช่การต่อสู้กับสัตว์อสูรตรงๆ แต่เป็นการ "แก้โจทย์" ทางคณิตศาสตร์เวทมนตร์ที่หากคำนวณพลาดแม้แต่วินาทีเดียว แรงระเบิดจากวงแหวนเวทมนตร์โบราณจะลบสลายพื้นที่รัศมีร้อยเมตรให้ราบเป็นหน้ากลอง "เอเลียส! ทางนี้ข้าเริ่มต้านแรงอัดของดินดานไม่ไหวแล้วโว้ย!" ฟินน์ตะโกนสุดเสียง สองมือหนากดลงกับพื้นศิลาจนแขนเสื้อขาดรุ่งริ่ง พลังธาตุินสีน้ำตาลเข้มของเขากำลังพยายามพยุงแผ่นดินไม่ให้ทรุดตัวลงไปมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนปริมาณมานาของศัตรูเบื้องล่างจะมหาศาลเกินกว่าที่เด็กหนุ่มปีสองจะรับมือไหวลำพัง ร่างกายของฟินน์เริ่มสั่นเทา เม็ดเหงื่อกาฬไหลย้อยจนใบหน้าเปื้อนฝุ่นดิน "อดทนไว้อีกนิดฟินน์!" เอเลียสตะโกนกลับ พยายามบังคับสายตาให้มองทะลุผ่านม่านมานาหนาทึบ สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว ข้อมูลโครงสร้างเวทมนตร์สีครามที่ไหลเวียนอยู่ใต้บันไดวนถูกถอดรหัสออกมาเป็นตัวเลขและทิศทางพลังงาน ในฐานะเด็กหนุ่มที่มักถูกมองว่าขาดความมั่นใจมาตลอด เอเลียสรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลามาลังเล พรสวรรค์ในการมองเห็น "จุดอ่อนโครงสร้าง" ที่คนอื่นมองข้าม คือสิ่งเดียวที่จะพลิกสถานการณ์นี้ได้ "อาจารย์คะ หนูขอสิทธิ์ควบคุมโหนดมานาหลักตรงฐานเสาค่ะ!" เอเลียสตัดสินใจเด็ดขาด หันไปสบตากับอาจารย์เซเลเน่ที่กำลังร่ายเวทต้านทานแรงดันระเบิดอย่างยากลำบาก เซเลเน่ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาสีครามเข้มภายใต้กรอบแว่นใสฉายแววประหลาดใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้ง เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยในแบบที่หาดูได้ยาก "ระวังตัวด้วยล่ะ เอเลียส... ถ้าคำนวณพลาดแม้แต่นิดเดียว เธอจะได้ไปคัดลอกตำราเวทมนตร์โบราณหนึ่งร้อยจบเป็นบทลงโทษแน่ค่ะ" สิ้นเสียงอนุญาต เอเลียสไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าไปกลางวงล้อมของกระแสมานาที่ปั่นปูณ ปล่อยให้ละอองแสงสีครามสว่างวาบจากปลายนิ้ว ทาบลงบนรอยต่อของเสาศิลาที่กำลังจะพังทลาย *ครืนนน—!* เสียงโครงสร้างหินบดอعادกันดังสนั่นหวั่นไหว เอเลียสหลับตาลง ใช้สมาธิทั้งหมดเชื่อมต่อจิตใจเข้ากับระบบเวทมนตร์ของโรงเรียน สัมผัสได้ถึงชีพจรของมานาที่เต้นเร้าอยู่เบื้องล่าง เขาใช้พลังธาตุแสงเข้าแทรกแซง ปรับเปลี่ยนทิศทางของกระแสมานาที่ไหลวนผิดปกติให้กลับเข้าสู่เส้นทางเดิมราวกับเข็มนาฬิกาที่ถูกไขลานใหม่อย่างแม่นยำ "ฮึ่ม... ยุบตัวลงสามสององศา... กระจายแรงดันออกด้านข้าง... บัดนี้!" เด็กหนุ่มลืมตาโพลง พร้อมกับระเบิดแสงสีครามสว่างวาบไปทั่วห้องโถง แรงสั่นสะเทือนที่บีบคั้นหัวใจค่อยๆ สงบลงอย่างน่าอัศจรรย์ เสาศิลาที่เคยจวนเจียจะหักโค่นกลับมาตั้งตรงมั่นคงอีกครั้งด้วยโครงสร้างเวทมนตร์ที่ถูกจัดระเบียบใหม่โดยสมบูรณ์ ฟินน์ทรุดฮวบลงนั่งกับพื้น หอบหายใจฮือก2 ราวกับคนเพิ่งจมน้ำรอดตาย "ให้ตายเถอะ... นึกว่าชาต นี้จะได้ไปเกิดใหม่ซะแล้ว ข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะความซุ่มซ่ามของเจ้าแล้วนะเอเลียส" เพื่อนสนิทบ่นอุบแต่ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มโล่งอก เซเลเน่ผ่อนลมหายใจยาว เธอเดินเข้ามาใกล้ลูกศิษย์ทั้งสองคน ใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดซับเหงื่อบนหน้าผากของเอเลียสเบาๆ อย่างลืมตัว ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยแล้วชักมือกลับอย่างรวดเร็วเพื่อรักษามาดอาจารย์ผู้เคร่งขรึม "ทำได้ไม่เลวเลยนี่คะ เอเลียส... การประสานโครงสร้างแสงเข้ากับวงแหวนธาตุดินของฟินน์ ถือว่าสอบผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับจอมเวทฝึกหัดขั้นสูงได้สบายๆ" เสียงของเธอนุ่มนวลกว่าปกติเล็กน้อย แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกลับคืนมาและความตึงเครียดเริ่มคลี่คลาย *ติ๊ง—!* เสียงแจ้งเตือนประหลาดที่ไม่ใช่เสียงเวทมนตร์ทั่วไป กลับดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาทของเอเลียส ราวกับมีบางสิ่งในระบบโลกเวทมนตร์ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างไม่คาดฝัน [ ตรวจพบการปลดล็อกระบบภารกิจลับระดับ SSS: "กุญแจดอกที่เจ็ดแห่งหอคอยโบราณ" ] [ เงื่อนไขการกระตุ้น: สำเร็จการประสานโครงสร้างมานาใต้บันไดวนโดยผู้ถือครองเนตรแสงคราม ] [ คำเตือนจากระบบ: สิ่งที่ท่านเพิ่งผนึกไป... ไม่ใช่ความเสียหายทางกายภาพ แต่เป็นการปลดผนึก "ตัวตน" ที่ถูกกักขังมานานนับพันปี ] เอเลียสเบิกตากว้าง ความหนביยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วเท้าขึ้นสู่สันหลัง เมื่อพื้นศิลาเบื้องล่างที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จ กลับเริ่มสั่นไหวอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม—ไม่ใช่เพราะแรงระเบิด แต่เป็นเพราะมี "เสียงฝีเท้า" และลมหายใจอันเย็นเยียบกำลังก้าวขึ้นมาจากความมืดมิดใต้พื้นดิน! --- ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเอเลียสและผองเพื่อนมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! — เซเลสเทียละอองเวท
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%