"ถ้าขืนนายยังร่ายเวทป้องกันมุมอับแบบนั้นอีกแค่สามวินาที ศิลาอาคมของฟินน์จะพังแนวป้องกันของนายจนราบคาบแน่นอนค่ะ เอเลียส"
เสียงหวานนับถือว่าเย็นเยียบแต่แฝงความหวังดีดังขึ้นจากมุมมืดของลานประประลองเวทใต้ดิน เซเลเน่ยืนกอดอกพิงเสาหินแกรนิตสีนิล ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใสสะท้อนประกายแสงสีครามจางๆ จากวงแหวนเวทที่กำลังหมุนวนอยู่กลางอากาศ หล่อนปรายตามองเด็กหนุ่มผู้กำลังหอบหายใจจนไหล่สะท้อน เสื้อคลุมนักเรียนปีสองของเอเลียสเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินและคราบเขม่าจากการฝึกซ้อมอย่างหนักตลอดสามชั่วโมงเต็ม
"ผม... ผมพยายามมองหาจุดเชื่อมต่อของโครงสร้างศิลาแล้วครับ... เอ้ย! แล้วนะคะอาจารย์" เอเลียสสะดุ้งรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิดติดปาก เจ้าตัวยกมือขึ้นเสยผมสีดำยุ่งเหยิงที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ใบหน้ารูปไข่แดงก่ำด้วยความเหนื่อยล้าแต่แววตากลับเปล่งประกายความดื้อรั้นอย่างที่เซเลเน่มักจะแอบยิ้มมุมปากให้เสมอ
"ตั้งสติหน่อยสิเพื่อนยาก! นายมัวแต่ไปเพ่งเล็งโครงสร้างมาตราส่วนใหญ่เกินไป จนลืมไปว่าจุดอ่อนจริงๆ ของศิลามันซ่อนอยู่ตรงรอยต่อระดับไมครอนต่างหากเล่า!"
ฟินน์เดินพากย์เสียงลอยชายเข้ามาพร้อมกับโยนก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นในมือเล่นไปมา เจ้าตัวดีประจำกลุ่มส่งยิ้มกวนประสาทตามสไตล์ พลางใช้เท้าเขี่ยเศษหินที่แตกละเอียดจากการปะทะเวทธาตุดินเมื่อครู่ "ถ้าวันนี้พวกเราแพ้การทดสอบระดับชั้นปีล่ะก็ นายต้องเป็นคนเลี้ยงมื้อค่ำที่โรงอาหารใหญ่สามวันติดนะ เอเลียส"
"นายอย่ามาพูดดีนะฟินน์ ถ้าไม่ได้เวทส่องทางของฉันช่วยแกะรอยโครงสร้างธาตุดินของนายเมื่อกี้ นายคงโดนแรงดันมานาสะท้อนกลับจนซี่โครงหักไปแล้วต่างหาก" เอเลียสแหวใส่เพื่อนสนิทด้วยความหมั่นไส้ แต่ริมฝีปากกลับระบายรอยยิ้มจางๆ ความตึงเครียดก่อนหน้านี้เบาบางลงไปถนัดตาเมื่อมีเสียงกะล่อนของฟินน์คอยปั่นป่วน
บรรยากาศรอบตัวของลานประลองเวทจำลองในวันนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความกดดันที่แตกต่างจากวันปกติอย่างสิ้นเชิง เสียงระฆังเวทมนตร์จากหอนาฬิกากลางสถาบันดังขึ้นก้องกังวานเป็นสัญญาณเตือนว่า อีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า การทดสอบประลองเวทประจำปีเพื่อจัดอันดับชนชั้นของนักเรียนปีสองกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
สนามประลองหลักถูกเนรมิตขึ้นด้วยอาคมเคลื่อนย้ายมิติ อัฒจันทร์หินแกรนิตสูงตระหง่านล้อมรอบลานประลองกว้างใหญ่ที่ถูกเคลือบด้วยสนามพลังเวทหลายชั้นเพื่อป้องกันแรงกระแทก เสียงพูดคุยจอแจของผู้คนนับพันดังระงมผสมผสานกับเสียงฝีเท้าของเหล่าอาจารย์และกรรมการคุมสอบที่เดินตรวจตราความเรียบร้อยรอบสนาม
เอเลียสสูดลมหายใจเข้าลึก, ปิดเปลือกตาลงชั่วครู่เพื่อปรับคลื่นความถี่ของมานาในร่างกายให้เข้าที่ ในห้วงความคิดของเด็กหนุ่ม โลกไม่ได้ประกอบด้วยรูปทรงกายภาพธรรมดาอีกต่อไป แต่ภาพที่เขามองเห็นผ่าน "ดวงตาแห่งแสงสว่าง" คือโครงข่ายเส้นใยมานาสีฟ้าใสที่ยึดโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน ศิลา ดิน ลม และแม้กระทั่งละอองมานาในอากาศ ทุกอย่างมีรหัสโครงสร้าง มีจุดอ่อน และมีจังหวะเวลาในการยุบตัวของมันเอง
นี่คือพรสวรรค์ที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด—พรสวรรค์ที่คนอื่นมองว่าเป็นเพียงเด็กฝึกหัดสายซัพพอร์ตผู้ไร้พิษสง แต่สำหรับเซเลเน่แล้ว หล่อนรู้ดีว่าเด็กหนุ่มคนนี้ซ่อน "กุญแจ" สำคัญบางอย่างที่จะสั่นคลอนรากฐานเวทมนตร์โบราณของสถาบันแห่งนี้เอาไว้
"จำไว้ว่า การทดสอบครั้งนี้ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณมานาที่รุนแรงที่สุด" เสียงนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจของเซเลเน่ดังขึ้นแผ่วเบา ขณะที่หล่อนก้าวเข้ามาใกล้เอเลียส ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อคลุมของเด็กหนุ่มเพื่อจัดระเบียบให้เรียบร้อย "แต่ชัยชนะจะเป็นของคนที่มองเห็น 'ช่องว่าง' ระหว่างบทเวท และกล้าพอที่จะก้าวเข้าไปแทรกแซงในเสี้ยววินาทีที่ศัตรูคาดไม่ถึง... ไปทำตามที่ฉันสอนเถอะค่ะ เอเลียส"
สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของอาจารย์สาวลึกลับส่งผ่านความมั่นใจมาสู่หัวใจที่เคยหวาดหวั่น เอเลียสพยักหน้ารับช้าๆ แววตาที่เคยฉายแววลังเลบัดนี้กลับแน่วแน่และเต็มไปด้วยประกายแสงสีครามเจิดจ้า
"ผู้เข้าแข่งขันคู่ที่สิบรอบคัดเลือก... เอเลียส แห่งห้องสาม และ เรนเดล แห่งห้องหนึ่ง! เชิญเข้าสู่สนามประลองได้!"
เสียงประกาศก้องจากเวทขยายเสียงดังทะลุสนามพลังเข้ามา บรรยากาศบนอัฒจันทร์พลันเงียบสงบลงชั่วขณะ สายตานับร้อยคู่พุ่งเป้ามายังเด็กหนุ่มผมดำผู้ก้าวเดินผ่านประตูเหล็กกล้าเข้าสู่ลานประลองกว้าง เรนเดลคู่ต่อสู้ของเขาในรอบนี้คือทายาทตระกูลขุนนางเวทมนตร์ชื่อดัง ผู้ครอบครองธาตุไฟบริสุทธิ์และสถิติคะแนนยอดเยี่ยมอันดับต้นๆ ของชั้นปี รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากของเรนเดลทันทีที่เห็นคู่ต่อสู้
"หึ คิดไม่ถึงเลยนะว่าเศษสวะสายซัพพอร์ตอย่างแกจะรอดมาถึงรอบนี้ได้" เรนเดลแค่นหัวเราะเสียงดัง พร้อมกับสะบัดมือขวาเรียกเปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชนท่วมแขน แรงกดดันจากมานาระดับสูงแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "เตรียมตัวเก็บข้าวของกลับบ้านไปได้เลย เจ้าเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า"
เอเลียสไม่ได้ตอบโต้ด้วยคำพูดใดๆ เขาเพียงแค่ก้าวเท้าออกไปข้าง N ส้นเท้าแตะลงบนพื้นศิลาอย่างมั่นคง มือขวายกขึ้นระดับอก ปลายนิ้วเรียวประสานกันเป็นรูปวงแหวนเวทบทพื้นฐานที่ใครๆ ก็หัวเราะเยาะ
*ปัง!*
เปลวเพลิงพุ่งทะยานเข้ามาหาตัวด้วยความเร็วสูงราวกับกระสุนปืน อาคมระเบิดไฟถูกซัดใส่หน้าโดยไม่มีการออมมือ ฝูงชนบนอัฒจันทร์ส่งเสียงอุทานด้วยความตกใจเพราะคิดว่าเด็กหนุ่มคงไม่ทันตั้งตัว
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่เปลวไฟกำลังจะแผดเผาร่าง เอเลียสกลับหลับตาลง ดึงสมาธิทั้งหมดเข้าสู่ห้วงมิติแห่งโครงสร้างมานา ในสายตาของเขา เปลวเพลิงสีแดงไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ตาเห็น แต่มันคือกลุ่มก้อนพลังงานที่มีจุดศูนย์ถ่วงและรอยต่อที่เปราะบางที่สุดบริเวณแกนกลาง
*ตรงนั้นแหละ...*
เอเลียสลืมตาโพลง ประกายแสงสีครามสว่างวาบขึ้นในดวงตาทั้งสองข้าง เขาไม่ได้สร้างโล่ป้องกันขึ้นมารับการโจมตีตามตำรา แต่กลับสะบัดมือซวดยิงลำแสงขนาดเท่าเข็มพุ่งตรงเข้าใส่ "จุดอับ" ของวงแหวนเวทศัตรูอย่างแม่นยำราวนับองศาไว้แล้ว
*ฉ่า—!*
เสียงปฏิกิริยามานาปะทะกันดังสนั่นลั่นสนาม เกิดกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นปกคลุมไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ชมทั้งสนาม วงแหวนเวทไฟระดับสูงของเรนเดลกลับแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีแดงสลายหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย แรงสะท้อนกลับของมานากระแทกใส่ร่างของเรนเดลจนเซถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก
"เป็นไปได้ยังไงกัน... เวทกระจอกๆ แบบนั้น ทำลายอาคมของฉันได้ยังไง!" เรนเดลตะโกนลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง พยายามจะรวบรวมมานาเพื่อโจมตีระลอกใหม่ด้วยความโกรธเกรี้ยว
ทว่า เอเลียสในตอนนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การตั้งรับอีกต่อไป ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวราวกับสายลมตามคำสอนของเซเลเน่ ช่องว่างระหว่างการร่ายเวทของคู่ต่อสู้ถูกเขาอ่านทะลุปรุโปร่งทั้งหมดแล้ว เด็กหนุ่มก้าวเท้าพุ่งทะยานเข้าไปประชิดตัวในพริบตา พร้อมกับตวัดฝ่ามือส่งพลังแสงสีครามเข้ากดทับจุดศูนย์มานาของเรนเดลไว้แน่นหนาจนขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
"การประลองสิ้นสุดลงแล้ว! ผู้ชนะคือ... เอเลียส จากห้องสาม!"
เสียงประกาศชัยชนะดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วลานประลอง เสียงฮือฮาและเสียงปรบมือดังระงมขึ้นอย่างไม่ขาดสายจากมุมอัฒจันทร์ที่ฟินน์กำลังกระโดดโลดเต้นส่งเสียงเชียร์ลั่นสนาม ขณะที่เซเลเน่ผู้ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดจากมุมมืดริมเสาหิน หล่อนแย้มยิ้มออกมาช้าๆ
แต่ทว่า—รอยยิ้มนั้นยังไม่ทันจางหายไปจากใบหน้าของอาจารย์สาว เสียงระบบแจ้งเตือนปริศนาที่ดังขึ้นในโสตประสาทของเอเลียสกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นอย่างฉับพลัน
[ ตรวจพบการแทรกแซงมานาภาระอันตรายระดับ SSS ]
[ ระบบตรวจสอบพบ 'รอยแยกแห่งความมืด' ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นใต้ชั้นใต้ดินของสนามประลอง ]
[ คำเตือน: สิ่งแปลกปลอมนอกเหนือสารบบเวทมนตร์กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ใจกลางสนามแข่งขัน... ]
— เซเลสเทียละอองเวท —
เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน•ตอนที่ 11
การทดสอบระดับชั้นปี
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!