"ถ้าเธอยังดึงดันจะใช้บันไดวนเส้นนั้นต่อ เอเลียส... ฉันก็คงต้องถือว่าเธอเป็นกบฏร่วมกับเขา"
น้ำเสียงของอาจารย์เซเลเน่ราบเรียบเย็นชาจนน่าใจหาย แววตาสีเงินคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความลังเลเจืออยู่เลย ราวกับว่าสายสัมพันธ์ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาที่นางคอยเคี่ยวเข็ญ ขัดเกลา และปกป้องเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลผู้นี้ เป็นเพียงภาพลวงตาในห้องสมุดเวทมนตร์
เอเลียสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ฝ่ามือที่กุมศิลาเวทมนตร์ธาตุแสงสั่นเทารุนแรง โครงสร้างเวทมนตร์สีครามเข้มของหอคอยโบราณกำลังส่งเสียงหึ่งต่ำๆ อยู่ใต้พื้นรองเท้า แสงเรืองรองจากวงแหวนเวทระลอกแล้วระลอกเล่าสะท้อนผ่านแว่นตาเลนส์ใสของเขา เผยให้เห็นหยาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผม
เบื้องหลังของเขาคือฟินน์ สหายสนิทผู้มีคราบเขม่าดินเปรอะเปื้อนทั่วชุดนักเรียนเวทมนตร์ แขนซ้ายของฟินน์ห้อยตกเนื่องจากบาดแผลรุนแรงจากการปะทะกับผู้คุมกฎแห่งสภาเวท แต่ดวงตาส่อแววเจ้าเล่ห์เป็นนิจคู่นั้นกลับฉายความกังวลอย่างปิดไม่มิด ขณะที่มืออีกข้างกำลังกำขวานศิลาธาตุดินแน่นจนข้อต่อขาวโพลน
"อาจารย์ครับ... เอ๊ย! อาจารย์คะ!" ฟินน์เผลอหลุดปากผิดสรรพนามด้วยความร้อนรน ก่อนจะรีบแก้คำพูดเมื่อถูกสายตาดุๆ ของบรรณารักษ์สาวตวัดใส่ "คือ... อาจารย์เซเลเน่ครับ... เอ้ย คะ! ฟังพวกเราก่อนสิครับ เอ๊ย! ค่ะ! โธ่เว้ย! จะเรียกยังไงให้ถูกเนี่ย!"
เอเลียสยกมือขึ้นห้ามปรามเพื่อนสนิท สายตาของเขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอาจารย์สาว ผู้เป็นทั้งผู้ชี้นำทางจิตวิญญาณและเงื่อนงำสำคัญของความลับใต้บันไดวน
"ผมไม่ได้เป็นกบฏครับ... เอ๊ย! ค่ะ" เอเลียสสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมน้ำเสียงที่สั่นเครือ "หนู... เอ๊ย! ผมหมายถึง หนูเข้าใจเจตนาของสภาเวทที่ต้องการปิดผนึกรอยแยกแห่งความมืด แต่วิธีการของอาจารย์และสภา ไม่ได้กำลังปิดผนึกมันหรอกนะคะ... พวกท่านกำลังใช้ชีวิตของนักเรียนนับร้อยในหอคอยนี้เป็นเครื่องสังเวยเพื่อตรึงโครงสร้างเวทมนตร์ต่างหาก!"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของละอองเวทสีครามที่ลอยวนเวียนราวกับเกล็ดหิมะยามค่ำคืน
เซเลเน่ไม่ได้โกรธเคือง สีหน้าของนางยังคงนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก แต่นั่นกลับทำให้ความกดดันรอบตัวทวีความรุนแรงขึ้นจนเอเลียสรู้สึกหายใจไม่ออก เวทมนตร์ธาตุแสงในกระแสเลือดของเด็กหนุ่มเริ่มตอบสนองต่อภัยคุกคาม โครงสร้างเวทมนตร์รูปทรงเรขาคณิตสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นรอบตัวเขาโดยอัตโนมัติ เป็นกลไกป้องกันตัวตามสัญชาตญาณของผู้มีพรสวรรค์ขั้นสูง
"เธอฉลาดเกินไปแล้วนะ เอเลียส" เซเลเน่เอ่ยขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับยกคฑาไม้โบราณในมือขึ้น ปลายคฑาเปล่งประกายแสงสีครามเข้มจัดจนกลายเป็นสีดำสนิท "ความสามารถในการมองทะลุโครงสร้างเวทมนตร์ของเธอมันยอดเยี่ยมมาก จนบางครั้ง... มันก็รู้มากเกินกว่าที่เด็กปีสามจะสมวรรณรู้"
*ฟึ่บ!*
ร่างของเซเลเน่หายวับไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะมองทัน!
"ระวัง!" ฟินน์คำรามลั่น พร้อมกับกระแทกเท้าลงกับพื้นหอคอย ศิลาธาตุดินพุ่งทะยานขึ้นเป็นกำแพงหนาเตอะเบื้องหน้าของทั้งคู่ในเสี้ยววินาที
*ตูมมม!*
กำแพงศิลากลวงโบ๋ในพริบตา แรงระเบิดจากเวทมนตร์ธาตุครามซัดเอาเศษหินกระจายว่อน ฟินน์กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ร่างกระแทกเข้ากับชั้นหนังสือโบราณจนฝุ่นตลบอบอวล เอเลียสเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก ความกลัวแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมขั้วหัวใจ แต่มือข้างที่ถือศิลาแสงกลับไม่ยอมปล่อย
นี่คือการเผชิญหน้ากันจริงๆ ระหว่างเขากับอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพ...
เอเลียสต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ ระหว่างการยอมจำนนต่อกฎเกณฑ์อันถูกต้องตามตัวบทกฎหมายของสภาเวท เพื่อรักษาอนาคตในฐานะนักเรียนเวทมนตร์อันดับต้นๆ ของAstraea Academy... กับการก้าวข้ามเส้นศีลธรรมเพื่อปกป้องเพื่อนสนิท และเปิดเผยความจริงอันเน่าเฟะที่ซ่อนอยู่เบื้องใต้ความงดงามของโรงเรียนแห่งนี้
ดวงตาของเอเลียสฉายแววแน่วแน่ขึ้นทีละน้อย ความกังวลและความกลัวถูกแทนที่ด้วยประกายแสงสีทองสว่างวาบจากดวงตาคู่นั้น พรสวรรค์ที่ซ่อนเร้นมานานเริ่มตื่นตัวเต็มพิกัด เขามองทะลุผ่านละอองเวทสีครามที่เซเลเน่ใช้โจมตี จนเห็น "จุดเชื่อมต่อ" และ "เส้นสายพลังงาน" ที่ยึดโยงอาคมทั้งหมดเข้าด้วยกัน
"ฟินน์... ลุกขึ้น!" เอเลียสตะโกนเสียงดังลั่น พรางก้าวเท้าออกไปข้างหน้า ยืนขวางหน้าสาดแสงสว่างจ้าเข้าปะทะกับแรงกดดันมหาศาล
"เฮ้ย เอเลียส! แกจะทำบ้าอะไรวะนั่น!" ฟินน์กัดฟันพยุงร่างตัวเองขึ้นมา ใบหน้าเปื้อนเลือดแต่แววตาดุดัน "อย่าบอกนะว่าแกจะ..."
"หนูไม่ได้จะสู้กับอาจารย์ค่ะ" เอเลียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน มั่นใจ และเด็ดเดี่ยวในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "แต่หนูจะพาทุกคน... ออกไปจากวงจรอุบาทว์นี่ต่างหาก!"
ปลายนิ้วเรียวยาวของเอเลียสสะบัดวาดกลางอากาศอย่างรวดเร็ว โครงสร้างเวทมนตร์ธาตุแสงส่องประกายเจิดจ้า รังสรรค์เป็นตาข่ายเส้นใยแสงนับพันเส้นพุ่งเข้าพันธนาการเส้นสายพลังงานสีครามของเซเลเน่เอาไว้ทุกทิศทาง!
เซเลเน่ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเงินเบิกกว้างขึ้นอย่างคาดไม่ถึงเมื่อพบว่าเวทมนตร์ที่นางร่ายขึ้นด้วยพลังระดับอาจารย์ กำลังถูกเด็กหนุ่มปีสามแกะสลักโครงสร้างออกทีละส่วนด้วยมือเปล่า!
"บ้าน่า..." บรรณารักษ์สาวพึมพำเบาๆ
ทันใดนั้น เสียงเตือนก้องกังวานอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเอเลียส พร้อมกับหน้าต่างระบบสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า ท่ามกลางประกายไฟจากการปะทะกันของเวทมนตร์สองขั้ว
[ระบบตรวจพบการฝ่าฝืนกฎระเบียบระดับวิกฤต!]
[เงื่อนไขภารกิจลับ: "การปลด Aether Boundary" ได้รับการกระตุ้นสมบูรณ์แบบ]
[คำเตือน: ท่านกำลังเลือกเส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับ ผลลัพธ์จากการตัดสินใจครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของAstraea Academy ไปตลอดกาล...]
[ต้องการยืนยันการทำลายโครงสร้างหลักหรือไม่? (Y/N)]
เอเลียสสูดลมหายใจเข้าลึกเป็นเฮือกสุดท้าย นิ้วชี้สั่นเทาแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวเอื้อมไปแตะที่สัญลักษณ์ [Y] บนหน้าต่างระบบเบื้องหน้า
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนครั้งสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกับพื้นหอคอยเบื้องล่างที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่หลับใหลมานับพันปีใต้บันไดวนกำลังลืมตาตื่นขึ้นมารับรู้ถึงการตัดสินใจครั้งนี้...
- เซเลสเทียละอองเวท -
เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน•ตอนที่ 29
รอยแยกแห่งความไว้วางใจ
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!