เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน•ตอนที่ 7

เสียงกระซิบจากเงามืดในโถงทางเดิน

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
"ถ้าไม่อยากให้แผ่นศิลาในหอสมุดโบราณกลายเป็นผุยผงคามือ นายก็ช่วยหุบปากแล้วยกฐานตั้งรับให้มันนิ่งกว่านี้หน่อยเถอะค่ะ ฟินน์" เสียงถอนหายใจยาวนานดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางของเอเลียส พร้อมกับละอองแสงสีครามประกายระยิบระยับที่กำลังพวยพุ่งขึ้นจากปลายนิ้วเรียวเพื่อตรึงโครงสร้างเวทมนตร์ระดับกลางที่สั่นไหวอย่างรุนแรงเอาไว้ บนพื้นหินอ่อนขัดเงาของโถงทางเดินปีกตะวันตก กองตำราเวทมนตร์ศาสตร์เชิงโครงสร้างนับสิบเล่มกระจัดกระจายระเกะระกะ เป็นหลักฐานชั้นดีถึงความพยายามอันน่าปวดหัวในการแกะรอยวงแหวนเวทปริศนาที่อาจารย์เซเลเน่ทิ้งไว้เป็นการบ้านภาคปฏิบัติ "โธ่ เอเลียส! นายนี่มันใจร้ายกับเพื่อนผู้ร่วมชะตากรรมคนนี้เสียจริงนะ ก็เจ้าดินดานตัวนี้มันดื้อรั้นเป็นบ้าเลยนี่นา ฉันพยายามส่งมานาเข้าไปหล่อเลี้ยงฐานรากตามที่ตำราว่าไว้เป๊ะๆ แล้วนะ แต่เจ้าก้อนศิลานี่มันกลับทำตัวเหมือนกินจุแล้วท้องอืดเสียนี่!" ฟินน์ส่งเสียงโอดครวญพลางใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายเต็มใบหน้า เด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลฝุ่นทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นอย่างไร้มาด หลังจากความพยายามตลอดสามชั่วโมงเต็มในการประสานเวทธาตุดินเข้ากับโครงสร้างแสงสีครามของเอเลียสสิ้นสุดลงด้วยความล้มเหลวอีกครั้ง ไอความร้อนจางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาจากฝ่ามือของเขา แม้การทดลองในคืนนี้จะจบลงด้วยความเหนื่อยล้า แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มิตรภาพและความเข้าใจระหว่างพวกเขาทั้งสองได้เติบโตและแน่นแฟ้นขึ้นอย่างเงียบงัน ผ่านบทเรียนอันยากลำบากในรั้วสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ เอเลียสได้เรียนรู้ว่า พรสวรรค์ในการมองเห็นโครงสร้างเวทด้วยแสงสว่างของตนเองนั้น จะสมบูรณ์แบบไม่ได้เลยหากขาดการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีมที่ไว้ใจได้อย่างฟินน์ แม้เจ้าตัวจะชอบทำตัวกะล่อนไปวันๆ ก็ตาม หลังจากช่วยกันเก็บกวาดตำราและจัดระเบียบอุปกรณ์เวทมนตร์จนเข้าที่เข้าทาง นาฬิกาดาราศาสตร์ประจำหอคอยก็ส่งเสียงตีบอกเวลาเที่ยงคืนตรง ก้องกังวานไปทั่วบริเวณสถาบันที่เริ่มเข้าสู่ความเงียบงัน เอเลียสแยกตัวจากฟินน์ที่ขอตัววิ่งแจ้นกลับหอพักธาตุดินก่อนด้วยความง่วงงุนปล่อยให้เด็กหนุ่มต้องเดินกลับหอพักฝั่งตะวันออกตามลำพัง ทางเดินหินในยามวิกาลช่างแตกต่างจากยามกลางวันอย่างสิ้นเชิง เปลวไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์บนผนังทอแสงสีส้มสลัว ทอดเงายาวเหยียดของเอเลียสให้ไหววูบไปตามจังหวะก้าวเดิน บรรยากาศรอบกายเงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตนเองและเสียงฝีปากก้าวที่สะท้อนก้องไปมาบนผนังหินหนาทึบ กึก... เอเลียสหยุดชะงักฝีเท้าโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการรับรู้มานาที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีทำให้ประสาทสัมผัสของเขารื่นไหลตื่นตัวขึ้นทันที ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบโถงทางเดินที่ว่างเปล่า ทว่า ความรู้สึกกดดันประหลาดกลับแผ่ซ่านกดทับลงบนหัวไหล่ ราวกับบรรยากาศรอบตัวกำลังหนาแน่นขึ้นด้วยอนุภาคเวทมนตร์บางชนิดที่เขาไม่คุ้นเคย "ใครน่ะ?" เอเลียสเอ่ยถามออกไปเบาๆ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงความระแวดระวัง ปลายนิ้วมือขวาขยับเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ เตรียมพร้อมเรียกละอองแสงสีครามออกมาปกป้องคุ้มครองตนเอง ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากคำถามนั้น... มีเพียงความเงียบงันและลมเย็นยะเยือกที่พัดกรรโชกผ่านหน้าต่างบานเกล็ดที่ปิดสนิทเข้ามาวูบหนึ่ง ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มกระตุกวาบไม่ใช่ความเงียบ แต่เป็น "เสียงกระซิบ" แผ่วเบาที่ดังขึ้นราวกับกระซิบอยู่ข้างใบหู *[...พบแล้ว... ดวงประทีปแห่งพันธสัญญา...]* เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบ ราวกับเสียงของใครบางคนที่ไม่ได้ใช้อากาศในการเปล่งเสียงออกมา แต่มันดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ภายในห้วงความคิดของเขาโดยตรง ขนทั่วร่างของเอเลียสลุกชันขึ้นทันที ความหวาดกลัวสายหนึ่งแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมขั้วหัวใจ แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับปฏิกิริยาของระบบโครงสร้างเวทมนตร์ภายในร่างกายที่ตอบสนองต่อเสียงปริศนานั้น ดวงตาสีครามของเอเลียสเบิกกว้างขึ้น เมื่อจู่ๆ หน้าต่างสถานะโปร่งแสงสีทองเรืองรองก็เด้งปรากฏขึ้นกลางอากาศโดยที่เขาไม่ได้เรียกใช้ ระบบที่ถูกฝังลึกอยู่ในวิญญาณตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่สถาบันกำลังส่งเสียงเตือนภัยสีแดงฉาน [คำเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานเวทมนตร์ระดับ SSS กำลังแทรกแซงเขตอาคม!] [เป้าหมาย: ตรวจจับผู้บุกรุกไม่ทราบฝ่าย ณ พิกัด : โถงทางเดินลับ หลังชั้นหนังสือโบราณ] [เงื่อนไขพิเศษกระตุ้น: ค้นพบร่องรอยของ "ผู้รักษากาลเวลา" คนก่อนหน้า] ก่อนที่เอเลียสจะได้ตั้งสติหรือประมวลผลกับข้อความแจ้งเตือนที่กระพริบถี่รัวอยู่เบื้องหน้า ผนังหินแกรนิตทึบตันทางด้านซ้ายมือก็เกิดการบิดเบี้ยวราวกับภาพลวงตา ลวดลายวงแหวนเวทโบราณสีดำสนิทที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวผนัง พร้อมกับรอยแยกขนาดใหญ่ที่ค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดสนิทที่ไร้ก้นบึ้งภายในห้องลับที่ถูกซ่อนเร้นมานานนับร้อยปี และก่อนที่เขาจะทันได้ถอยหนี แสงสว่างสีทองเจิดจ้าจากเบื้องลึกของห้องลับนั้นก็พุ่งวาบเข้าโอบล้อมร่างของเขาไว้ พร้อมกับเงาร่างของสตรีปริศนาในชุดคลุมโบราณที่ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมายังเขาเพียงผู้เดียว... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเวทมนตร์บทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — เซเลสเทียละอองเวท
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%